Final Fantasy 7

เผชิญหน้าชินระ 1

 

ทุกคนจะลงมาที่เขต 6 แบเร็ตเฝ้ามองดูซากปรักหักพังของเขต 7 ที่ถูกทับจมอยู่ใต้เพลตด้วยความแค้นใจ

แบเร็ต       "มาร์ลีน! บิ๊กส์! เวดจ์! เจสซี่! บ้าๆๆๆๆ.....ไอ้นรกเอ๊ย!!"

   "อ้ากส์!!!!"

คลาวด์      "เฮ่!"

ทีฟา         "หยุดนะ แบเร็ต!"

แบเร็ต         "ว้ากกกกกก!!!"  แบเร็ตยิงกราดใส่เพลตด้วยความแค้นก่อนจะทรุดตัวลงกับพื้น

   "บ้าเอ๊ย..."

ทีฟา         "แบเร็ต...ฉันว่ามาร์ลีนปลอดภัยนะ"

แบเร็ต       "หา?"

ทีฟา         "เพราะตอนที่พวกนั้นลักพาตัวแอริธไปเธอบอกว่า 'ไม่ต้องห่วง เธอปลอดภัย' คำว่า 'เธอ' อาจหมายถึงมาร์ลีนก็ได้"

แบเร็ต       "จริงเหรอ?" แบเร็ตลุกขึ้นยืน

ทีฟา         "แต่ว่า..."

แบเร็ต       "บิ๊กส์... เวดจ์... เจสซี่..."

คลาวด์      "ตอนนั้นพวกเขาอยู่ในเสาค้ำ"

แบเร็ต       "รู้แล้วโว้ย! แต่เราทั้งหมดก็ช่วยกันต่อสู้ ฉันไม่อยากจะคิดว่าพวกเขาตายแล้วหรอกนะ"

ทีฟา         "แล้วคนอื่นๆในเขต 7...."

แบเร็ต       "ฉิบหายหมด... พวกมันฆ่าคนทั้งเขตเพื่อจะเล่นงานเรา มันฆ่าทุกคนเลย.... "

ทีฟา         "งั้นเธอคิดว่ามันเป็นความผิดของเราเหรอ? มันเป็นเพราะอวาลันช์อาศัยอยู่ที่นี่เหรอ? ผู้บริสุทธิ์มากมายต้องตายไปเพราะเราเหรอ? "

แบเร็ต       "ไม่! ทีฟา...นั่นไม่ใช่เพราะเรา! ชินระต่างหาก! ไม่ใช่เพราะใครทั้งนั้นนอกจากชินระ พวกมันทำร้ายดวงดาวเพื่อผลิตพลังงานรับทรัพย์เข้ากระเป๋า ถ้าเราไม่หยุดพวกมัน พวกมันก็จะฆ่าดวงดาว การต่อสู้ของเรายังไม่จบจนกว่าจะจัดการพวกมันได้!! "

ทีฟา         "....ไม่รู้สิ"

แบเร็ต       "ไม่รู้อะไรเล่า..ไม่ไว้ใจฉันเหรอ? "

ทีฟา         "เปล่านะ ฉันแค่ไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกยังไงกันแน่"

แบเร็ต       "แล้วแกคิดว่าไง?"

คลาวด์      "....... "

คลาวด์เดินออกจากสนามเด็กเล่นไป

แบเร็ต       "เฮ้ย! หมอนั่นไปไหนฟะ?"

ทีฟา         "อ๊ะ แอริธ"

แบเร็ต       "เออใช่ ผู้หญิงคนนั้น...จะเกิดอะไรขึ้นกับเธอเหรอ?"

ทีฟา         "ไม่รู้เหมือนกัน แต่ฉันฝากมาร์ลีนไว้ที่เธอ"

แบเร็ต       "บ้าที่สุด! มาร์ลีน! ...ทีฟา ตอนนี้เราถอยกลับไม่ได้แล้วนะ"

ทีฟาและแบเร็ตจะตามคลาวด์ออกมา

แบเร็ต       "แกพาฉันไปหามาร์ลีนซิ!"

ทีฟา         "เธอจะไปช่วยแอริธใช่ไหม?"

คลาวด์      "ใช่ แต่ก่อนอื่นฉันอยากรู้เรื่องหนึ่ง"

ทีฟา         "เรื่องอะไรเหรอ?"

คลาวด์      "เผ่าโบราณ"

แล้วคลาวด์ก็นึกถึงคำพูด "ในกายฉันมีเลือดของเผ่าโบราณอยู่ ฉันมีสิทธิอย่างถูกต้องในการครอบครองดาวดวงนี้" คลาวด์จำได้ว่ามันคือคำพูดของเซฟิรอธ จากนั้นทีฟาและแบเร็ตจะเข้ามาร่วมกลุ่มกับเรา ให้ย้อนกลับไปเก็บมาทีเรีย Sense ที่สนามเด็กเล่นก่อน แล้วเดินไปยังบ้านแอริธ

เอลไมร่า   "คลาวด์ใช่ไหม? ที่มานี่...เรื่องแอริธใช่ไหม?"

คลาวด์      "ขอโทษครับ ชินระพาตัวเธอไปแล้ว"

เอลไมร่า   "ฉันรู้ พวกนั้นมาพาตัวเธอไปจากที่นี่เองแหละ"

คลาวด์      "พวกนั้นมาที่นี่เหรอ?"

เอลไมร่า   "แอริธเสียสละยอมไปกับพวกนั้น"

คลาวด์      "ทำไมพวกนั้นต้องตามแอริธด้วย?"

เอลไมร่า   "แอริธเป็นชาวโบราณที่ยังเหลืออยู่คนสุดท้าย"

แบเร็ต       "อ้าว แล้วคุณไม่ใช่แม่เธอเหรอ?"

เอลไมร่า   "ไม่ใช่แม่แท้ๆ...เรื่องมันตั้ง 15 ปีมาแล้วนะ ในช่วงสงครามสามีฉันถูกส่งไปเป็นแนวหน้าในสงครามที่สถานที่อันห่างไกลที่เรียกว่าวูไท"

แล้วเอลไมร่าก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง  

    

"วันหนึ่งฉันไปที่สถานีรถไฟเพราะมีจดหมายแจ้งมาว่าเขากลับมาแล้ว ที่นั่นผู้คนมากมายได้ไปรอคอยคนรักที่จากไปนาน หลายคนได้กลับมา.....แต่เขาไม่...สามีของฉันไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว ฉันอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา ฉันคิดว่ารถเที่ยวกลับของเขาคงถูกแคนเซิลเฉยๆ ฉันจึงไปที่สถานีทุกวันๆและยังคงรอด้วยความหวัง จนกระทั่งวันหนึ่ง มีหญิงสาวบาดเจ็บสาหัสล้มลงกลางชานชลา เธอมีลูกสาวมาด้วย เธอฝากให้ฉันช่วยดูแลเด็กคนนั้นแล้วก็สิ้นใจในที่สุด...ที่เป็นภาพที่เห็นได้บ่อยๆในช่วงสงคราม คำพูดสุดท้ายของเธอบอกให้พาแอริธไปยังที่ๆปลอดภัย   ..สามีของฉันไม่กลับมาอีกแล้ว และฉันก็ไม่มีลูก ตอนนั้นฉันคงรู้สึกเหงา ก็เลยพาแอริธมาอยู่ด้วยกันที่บ้านหลังนี้ แอริธคุ้นเคยกับฉันอย่างรวดเร็ว เธอเป็นเด็กช่างพูด เธอได้เล่าทุกๆเรื่องให้ฉันฟัง เธอบอกว่าหนีมาจากการทดลองอะไรบางอย่าง และแม่ของเธอก็ได้กลับคืนสู่ดวงดาวแล้ว เพราะงั้นเธอจึงไม่เหงาอีกแล้ว....และเธอก็บอกอีกหลายสิ่งหลายอย่าง...."

แบเร็ต       "กลับสู่ดวงดาวเหรอ? "

เอลไมร่า    "ฉันก็ไม่รู้ว่าเธอหมายความว่าไง ฉันเคยถามว่าเธอหมายถึงดาวบนฟ้าหรือเปล่า? แต่เธอตอบว่าเปล่า...กลับคืนสู่ดาวดวงนี้ เธอเป็นเด็กที่แปลกจริงๆ"

แล้วภาพจะตัดไปยังอดีตสมัยที่แอริธยังเด็ก

แอริธ        "แม่จ๋า แม่อย่าร้องไห้นะ"

เอลไมร่าก็สงสัยว่าแอริธพูดถึงเรื่องอะไร

แอริธ        "คนรักของแม่ตายแล้ว วิญญาณของเขากลับมาเพื่อจะมาหาแม่ แต่เขาก็กลับคืนสู่ดวงดาวไปแล้ว"

"ตอนนั้นฉันไม่เชื่อที่เธอพูด แต่ไม่กี่วันต่อมาฉันก็ได้รับจดหมายแจ้งว่าสามีฉันตายแล้ว หลังจากนั้นได้มีหลายสิ่งเกิดขึ้นกับเราแต่เราก็ยังมีความสุขอยู่ได้ จนกระทั่ง... "

แล้วภาพจะตัดมาในอดีตตอนที่เติร์กมาตามตัวแอริธ

เส็ง           "เราต้องพาตัวแอริธกลับไป เราตามหาเธอมานานแล้ว"

แอริธ        "ไม่เอา!"

เส็ง           "แอริธ เธอเป็นเด็กพิเศษนะ เธอมีสายเลือดที่วิเศษ แม่แท้ๆของเธอเป็นชาวเผ่าโบราณ"

เอลไมร่า    "ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกันว่าเธอคือเผ่าโบราณ"

เส็ง           "เผ่าโบราณจะนำเราไปยังดินแดนแห่งความสุขสูงสุด แอริธเองก็จะช่วยนำความสุขมาสู่สลัมแห่งนี้ได้นะ ด้วยเหตุนี้ชินระเลยต้องการให้เธอช่วยไง"

แอริธ        "ไม่ใช่! ฉันไม่ใช่เผ่าโบราณนะ! ไม่ใช่! "

เส็ง           "แต่...แอริธ...บางทีเธอก็ได้ยินเสียงทั้งที่เธออยู่คนเดียวใช่ไหมล่ะ?"

แอริธ        "ไม่! ฉันไม่ได้ยินอะไรสักหน่อย!"

"แต่ฉันรู้....ฉันรู้ถึงพลังของเธอ แต่เห็นว่าเธอพยายามปิดบังไว้ฉันเลยแกล้งทำเป็นไม่รู้"

ภาพจะตัดกลับมาที่ปัจจุบัน

คลาวด์      "น่าแปลกนะที่เธอรอดจากเงื้อมมือชินระมาจนทุกวันนี้"

เอลไมร่า   "ชินระต้องการตัวเธอ พวกเขาเลยไม่ทำรุนแรงกับเธอ...ฉันว่านะ"

ทีฟา         "แล้วทำไมตอนนี้...."

เอลไมร่า   "เธอพาเด็กผู้หญิงมาที่นี่คนหนึ่ง ระหว่างทางเส็งพบเธอเข้า เธอเลยหนีได้ไม่เร็วนักจึงยอมไปกับชินระเพื่อแลกกับความปลอดภัยของเด็กคนนี้"

คลาวด์      "มาร์ลีน แน่เลย"

แบเร็ต       "มาร์ลีน!!! แอริธถูกจับเพราะช่วยมาร์ลีนเหรอ? ขอโทษด้วยครับ มาร์ลีนเป็นลูกสาวผมเอง ..ต้องขอโทษด้วยจริงๆ..."

เอลไมร่า    "คุณเป็นพ่อเหรอ? ทำไมปล่อยให้ลูกสาวตัวเองอยู่ในที่แบบนั้นคนเดียวล่ะ?"

แบเร็ต       "อย่าพูดถึงมันเลย! ฉันคิดอยู่ตลอดว่ามาร์ลีนจะเป็นยังไงถ้าฉัน... เธอไม่มีวันเข้าใจหรอก ฉันก็อยากอยู่กับมาร์ลีนแต่ฉันก็ต้องสู้ เพราะถ้าฉันไม่สู้ดวงดาวก็จะตาย ฉันเลยต้องสู้ต่อไป แต่ฉันก็เป็นห่วงมาร์ลีน ฉันอยากอยู่กับมาร์ลีนตลอดไปจริงๆนะ ....ว้อย! เห็นมั๊ยพูดซ้ำเลย... "

เอลไมร่า    "ฉันเข้าใจที่เธอต้องการจะบอกดี มาร์ลีนหลับอยู่ข้างบนแน่ะ ไปหาเธอสิ"

แบเร็ตจะวิ่งขึ้นไป

ทีฟา         "เป็นความผิดฉันเองค่ะ ฉันทำให้แอริธต้องเข้ามาพัวพันไปด้วย"

เอลไมร่า   "อย่าพูดแบบนั้นสิ แอริธไม่คิดแบบนั้นหรอก"

ให้เราตามขึ้นไปด้านบนจะพบแบเร็ตอุ้มมาร์ลีนอยู่

แบเร็ต       "ดีใจจริงๆที่ลูกปลอดภัย"

มาร์ลีน       "พ่อ อย่าร้องไห้สิ แล้วกอดเบาๆหน่อยหนวดมันตำเจ็บนะ"

พอจะเดินออกไปแบเร็ตก็พูด

แบเร็ต       "คลาวด์ แกต้องไปช่วยแอริธนะ เธอทำเพื่อฉันขนาดนี้ ถ้าชินระทำอะไรเธอฉันไม่ยอมแน่! ฉันจะไปด้วย!"

มาร์ลีน       "ทายซิอะไร? พี่แอริธถามหนูหลายอย่างเลย อย่างถามว่าคลาวด์เป็นคนยังไงเงี้ย ฉันว่าพี่แอริธชอบคลาวด์แหงๆ"

(1)     ไม่รู้สิ – "ซื่อบื้อ!"

(2)     ก็หวังให้เป็นอย่างนั้นนะ "หนูไม่ไปฟ้องทีฟาหรอก"

แล้วเดินจะออกจากประตูทีฟาจะถาม

ทีฟา         "จะไปช่วยแอริธใช่ไหม?"

คลาวด์      "ใช่"

ทีฟา         "ฉันไปด้วย"

คลาวด์      "เราจะบุกสำนักงานใหญ่ชินระเลยนะ ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น"

ทีฟา         "ฉันรู้ ตอนนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย ถ้าอยู่ที่นี่ต่อฉันคงบ้าแน่"

แล้วแบเร็ตจะตามลงมาคุยกับเอลไมร่า

แบเร็ต       "โทษครับ คุณช่วยดูแลมาร์ลีนต่ออีกนิดได้ไหมครับ?"

เอลไมร่า    "ได้สิ"

แบเร็ต       "ที่นี่อันตรายนะ คุณหนีไปที่อื่นก่อนดีกว่า"

เอลไมร่า    "เธอพูดถูก แต่สัญญากับฉันก่อนว่าจะกลับมาหาเด็กคนนี้นะ อย่าเพิ่งตายนะ"

จากนั้นเราจะมาปรึกษากับเพื่อนของเราข้างนอก ถึงวิธีในการเข้าไปตึกชินระซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองด้านบน และตกลงกันว่าจะไป wall market เผื่อมีอะไรดีๆ ให้ไปที่วอลมาร์เก็ตแล้วเข้าร้านอาวุธไปคุยกับคนแก่ด้านบนขอซื้อแบตเตอรี่ในราคา 100 gil (ในตอนนี้ถ้าเข้าไปในคฤหาสน์ดอนจะพบลูกน้องดอนถูกมัดอยู่ เขาจะบอกว่าดอนถูกชินระพาตัวไปแล้วเพื่อปิดปากไม่ให้เรามาล้วงข้อมูลจากดอน) จากนั้นเดินขึ้นไปด้านบนเกือบถึงคฤหาสน์ดอนจะพบเด็กกลุ่มหนึ่งท้าให้ตามพวกเขาไป ให้ตามไปจะพบกำแพงและเชือกที่สามารถไต่ขึ้นไปถึงเมืองด้านบนได้เด็กๆจะท้าเราแข่งไต่เชือก เขาบอกว่าเชือกนี้จะยาวไปถึงเมืองด้านบนเลย เราจึงลองไต่ดู

ทีฟา         "ไต่ขึ้นไปได้ไหม? มันยาวไปถึงโลกด้านบนเลยนะ"

แบเร็ต       "เอ้า! ไต่ขึ้นไปกันเลยดีกว่า!"

คลาวด์      "ไหวซะที่ไหนเล่า แกไม่รู้เรอะว่ามันยาวขนาดไหน"

แบเร็ต       "มันต้องมีหนทางเซ่! เอ้าดูซะ แกว่ามันเป็นอะไร?"

คลาวด์      "ก็แค่เชือกธรรมดาๆ"

แบเร็ต       "เรอะ? สำหรับฉันมันเป็นเชือกทองแห่งความหวังเชียวนะเว้ย!"

ทีฟา         "นั่นสิ นี่เป็นทางเดียวที่จะช่วยแอริธได้นะ"

คลาวด์      "เปรียบเทียบไม่เข้าท่าเลย แต่เอาเหอะแบเร็ต ฉันเข้าใจความรู้สึกแกดี ไปกันเถอะ!"

แล้วเราจะเริ่มไต่เชือก พวกเด็กๆจะตะลึงที่เราไต่ได้สูงมาก เมื่อไต่มาถึงซากเครื่องบินที่ห้อยอยู่ด้านบนให้เอาแบตเตอรี่ใส่ที่เต้าเสียบใบพัดจะทำงานหมุนเชื่อมทางให้เราไปต่อได้ (ถ้าเราไม่ซื้อแบตเตอรี่มาจะผ่านตรงนี้ไม่ได้ต้องกลับไปซื้อมาใหม่) จากนั้นใส่แบตเตอรี่ที่ไม้กั้นอีกมันจะเลื่อนขึ้นมาเชื่อมทางให้เราไต่ขึ้นมาที่ล็อคเสียบด้านบนสุดใส่แบตเตอรี่อีกจะได้ Ether เสร็จแล้วกลับลงมาโหนเชือกที่แกว่งอยู่ไปด้านขวา (ไปแล้วกลับไม่ได้) แล้วปีนขึ้นไปจนสุดจะเห็นตึกสำนักงานใหญ่ชินระ

 

 


CREDIT:

เนื้อเรื่อง
ไฟนอล แฟนตาซี 7

แนะนำ

Materia

บทสรุปเกม
Facebook Us
Follow us

Copyright © 2004 GAME.ANDAPLUS.COM All Rights Reserved.