Final Fantasy 7 Remake

ไฟนอล แฟนตาซี 7 REMAKE (บทที่ 1 - 7)

บทนำ

Final Fantasy VII เกิดขึ้นในโลกที่มีชื่อว่า "Gaia" มีพลังชีวิตที่หล่อเลี้ยงดาวเคราะห์ดวงนี้เรียกว่า Lifestream ซึ่งเกิดจากวิญญาณของสิ่งมีชีวิตเมื่อตายไป จนเมื่อบริษัท Shinra Electric Power (Shinra) ได้ค้นพบการนำเอา Lifestream มาแปลงเป็นพลังงาน เรียกว่าพลังงาน “Mako” พวกเขาได้สร้างเตาปฏิกรณ์พลังงาน Mako เอาไว้ทั่วโลกจนทำให้บริษัท Shinra เติบโตขึ้นอย่างมาก จนสุดท้าย Shinra ได้สร้างกองกำลังทหารของตัวเองขึ้นมาเรียกว่า “SOLDIER” ทำให้พวกเขามีอำนาจควบคุมโลกเอาไว้ในกำมือ

Shinra มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมือง Midgar และยังเป็นจุดที่ตั้งของเตาปฎิกรณ์ Mako ที่สูบพลังงานจากโลกไปใช้จนทำให้โลกเริ่มจะตายลงช้าๆ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงได้มีคนเริ่มออกมาต่อต้านการนำ Lifestream มาใช้ จนมีคนกลุ่มหนึ่งได้รวมตัวกันเพื่อต่อต้าน Shinra ขึ้นในชื่อ “AVALANCHE” นำโดย Barret Wallace

AVALANCHE ถูกมองว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย พวกเขาได้จ้าง Cloud Strife ผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นอดีต SOLDIER ระดับหนึ่ง ที่ผันตัวเองมาเป็นทหารรับจ้างเพื่อลอบวางระเบิดเตาปฎิกรณ์ Mako ใน Midgar ภารกิจของพวกเขาจึงเริ่มต้นขึ้น

สาวขายดอกไม้ในเมือง Midgar

เนื้อเรื่อง

เรื่องเริ่มต้นขึ้นที่ Midgar เมื่อกลุ่ม AVALANCHE ที่นำโดย Barret Wallace ได้วางแผนจะระเบิดเตาปฎิกรณ์ Mako โดยมีสมาชิกในกลุ่มได้แก่ Biggs, Wedge, และ Jessie เข้าร่วมด้วย พวกเขายังได้จ้าง Cloud Strife ทหารรับจ้างมาช่วยทำภารกิจนี้ตามคำแนะนำของ Tifa ทั้งหมดได้แอบลอบเข้าไปยังเตาปฏิกรณ์ Mako ที่ 1 โดยซ่อนตัวอยู่ในรถไฟ

Cloud Strife ได้ลอบเข้ามาทำภารกิจกับกลุ่ม AVALANCHE

เมื่อรถไฟมาถึงสถานีทั้งหมดก็เริ่มภารกิจ Cloud รับหน้าที่จัดการกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ Shinra และยังมีหน้าที่ปกป้องทุกคนในภารกิจนี้ ในขณะที่ Biggs และ Jessie กำลังแฮกระบบเพื่อเปิดทางไปยังเตาปฏิกรณ์ Wedge เดินมาหา Cloud และพยายามเกลี่ยกล่อมให้ Cloud เข้าร่วมกลุ่มกับพวกเขา แต่ Cloud ตอบปฏิเสธอย่างเย็นชาว่าเขามาทำงานนี้เพื่อเงินเท่านั้น เขาไม่ได้สนใจอุดมการณ์หรือตัดสินว่าใครทำผิดหรือทำถูกแต่อย่างใด ทำให้ Barret ที่ดูเหมือนจะไม่ไว้ใจ Cloud ตั่งแต่แรกได้ยินเช่นนั้นจึงหันกลับไปกล่าวกับ Cloud ว่าให้ทำหน้าที่ของเขาให้สมกับค่าจ้างที่ได้รับแล้วเดินจากไป 

Barret Wallace ผู้นำของกลุ่ม AVALANCHE

เมื่อทั้งหมดเปิดทางจนเข้ามาถึงทางเข้าเตาปฏิกรณ์ Wedge ได้รับหน้าที่รักษาเส้นทางหลบหนีอยู่ที่นี่ เขาจึงขอให้ Cloud ไปช่วยคนอื่นในทีมไปเพื่อทำภารกิจให้ลุล่วง

ที่ด้านใน Biggs ได้แฮกระบบเพื่อเปิดทางเข้าสู่เตาปฏิกรณ์ ขณะนั้นเอง Barret ได้ถาม Cloud ว่าในฐานะที่เขาเคยเป็น SOLDIER ทำงานให้กับ Shinra เขารู้เรื่องเตาปฏิกรณ์มากน้อยแค่ไหน แต่ Cloud กลับเหมือนไม่ได้ฟังที่ Barret ถาม ทำให้ Barret เริ่มโกรธและโวยวายใส่ Cloud จนไปกระตุ้นความจำในอดีตของเขา ถึงตอนนี้ Cloud เหมือนมีอาการเจ็บที่ศีรษะ เขาตอบ Barret กลับไปว่าเตาปฏิกรณ์แต่ละเครื่องนั้นไม่เหมือนกัน แต่ให้ไว้ใจว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้ได้แน่นอน

Cloud มีอาการเจ็บที่ศีรษะเมื่อคำพูดของ Barret ไปกระตุ้นความทรงจำบางอย่างของเขา

เมื่อ Biggs สามารถเปิดประตูได้สำเร็จ เขาก็ทำหน้าที่ป้องกันทางหนีในห้องนี้ ส่วนคนอื่นในทีมก็เดินทางไปทำภารกิจที่ด้านในต่อไป ระหว่างรอลิฟท์ Jessie ได้ถาม Cloud ว่ารู้จักกับ Tifa และสนิทกันมากแค่ไหน

[ถึงตอนนี้ภาพตัดไปยังอดีตของ Cloud กับ Tifa ในวัยเด็ก ทั้งสองอาศัยอยู่ในเมืองเดียวกันและเป็นเพื่อนกัน แล้วภาพก็ตัดกลับมาในเวลาปัจจุบัน]

ขณะมี่ Cloud กำลังพยายามจะอธิบายความสัมพันธ์ของเขากับ Tifa ต่อ Jessie ทันใดนั้นประตูลิฟท์ก็เปิดออก Barret มือปัดร่างของ Cloud ให้ออกนอกเส้นทางแล้วเดินฝ่าวงสนทนาเข้าไปยืนรอในลิฟท์อย่างไม่ไยดีทำเอา Cloud และ Jessie ยืนงงแล้วทั้งหมดก็เดินเข้าลิฟท์ไป

ภาพ Tifa ในวัยเด็ก

[ภาพตัดมาที่ห้องประธาน Shinra]

ที่นั่น Heidegger ผู้อำนวยการรักษาความปลอดภัยและเป็นมือขวาของประธาน Shinra ได้เดินเข้ามาแจ้งเหตุเรื่องที่กลุ่ม AVALANCHE ได้บุกเข้ามาในเตาปฏิกรณ์ Mako และเขากำลังสืบว่าคนพวกนี้เป็นกลุ่มเดียวกันกับพวกที่พยายามจะลอบสังหารประธาน Shinra ด้วยหรือไม่

Heidegger เข้ามารายงานต่อประธาน Shinra

[ภาพตัดกลับมาบนลิฟท์]

Barret กำลังระเบิดอารมณ์เรื่องเตาปฏิกรณ์ Mako ที่สูบเอา Lifestream ออกไปจากโลกอย่างไม่หยุดยัง และกำลังทำให้โลกนี้ตายลงในที่สุด

Barret กำลังระเบิดอารมณ์ในลิฟท์.

Barret: ไอ้ปั๊มนี้มันถูกสร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์เดียวคือสูบจนโลกใบนี้แห้งเหือด
Barret: พวกนายรู้ใช่ไหมว่า Mako คืออะไร
Barret: ในขณะที่นายกิน ขณะที่นายหลับ ขณะที่นายขี้อยู่ มันก็ยังสูบ Mako อยู่ตลอดเวลา
Barret: มันไม่เคยพักและมันก็ไม่สนใจอะไรด้วย!
Barret: Mako เปรียบเหมือนเส้นเลือดของโลกเรา
Barret: โลกใบนี้หลังเลือดเป็นสีเขียวเหมือนกับที่พวกเรามีเลือดเป็นสีแดง
Barret: นายคิดว่าจะเกิดบ้าอะไรขึ้นถ้าเลือดนั้นหมดไป หา? ตอบฉันสิ
Barret: นายจะทนยืนดูอยู่เฉยๆแกล้งทำเป็นไม่เห็นว่าโลกกำลังร้องอย่างเจ็บปวดได้อย่างงั้นหรือ
Barret: ฉันรู้ว่านายทำได้! [Barret ชี้นิ้วมาที่ Cloud อย่างเกรี้ยวกราด]
Cloud: นายได้ยินโลกพูดแบบนั้นจริงๆเหรอ
Barret: ใช่แล้วฉันได้ยิน!
Cloud: ไปหาหมอซะ

[Jessie ถึงกับอุทานออกมาเมื่อได้ยิน Cloud พูดเช่นนั้น Barret พุ่งเข้าไปประจันหน้ากับ Cloud ทันที]

Berret และ Cloud เผชิญหน้ากันในลิฟท์

Barret: ลองพูดแบบนั้นอีกทีสิ! [ทันใดนั้นลิฟท์ก็ขึ้นมาถึงที่หมาย]
Cloud: ถ้าเป็นฉันจะกังวลเรื่องโลกให้น้อยลง และคิดถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 5 วินาทีต่อจากนี้มากกว่า
Cloud: ไว้ค่อยตะโกนที่หลังเถอะ
Barret พยายามข่มอาการโกรธของเขา แล้วทั้งหมดก็ออกจากลิฟท์

Barret: ฟังนะ ณ จุดนี้ชีวิตของพวกเราเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายแล้ว
Barret: ไอ้ทหารรับจ้างฟังไว้ถ้านายทำอะไรพลาดแค่ครั้งเดียว...

Barret จ่อปืนมาที่หน้า Cloud แล้วหันไปยิงหุ่นโดรนสอบแนมร่วงลงมา

Barret: นายจะเป็นแบบนี้
Jessie: พวกเราให้ Cloud สู้อยู่คนเดียวมากพอแล้ว มันมีบางจุดที่ดาบก็ฟันไม่ถึงอยู่นะ [พูดจบ Jessie ก็วิ่งไปหา Cloud]
Jessie: ช่วย... ทนกับเขาเพื่อฉันอีกสักนิดได้ไหม?
Cloud: ฉันน่าจะเรียกค่าจ้างมากกว่านี้ [พูดจบก็เดินไปทำภารกิจต่อไป ถึงจุดนี้ผู้เล่นจะได้ Barret เข้าร่วมปาร์ตี้]

Jessie, Cloud, และ Barret เดินทางใกล้ถึงเตาปฏิกรณ์ Mako

แล้วทั้งสามก็ต่อสู้จนมาถึงเตาปฏิกรณ์ Mako
Jessie: เรามาถึงเป้าหมายแล้ว
Jessie: นั่นคือเป้าหมายของพวกเรา แกนกลางของเครื่องปฏิกรณ์
Jessie: เราต้องลงไปติดตั้งระเบิดที่ด้านล่าง
Jessie: ไปกันเถอะ

ว่าแล้ว Barret และ Cloud ก็ลงไปวางระเบิดที่ด้านล่าง เมื่อลงมาถึง Barret ได้ยื่นระเบิดให้ Cloud เป็นคนติดตั้ง เขาต้องการจะทดสอบ Cloud ว่าไว้ใจได้เหมือนที่ Tifa ได้แนะนำ Cloud ให้มาร่วมภารกิจนี้หรือไม่

Barret: เอาหล่ะมาดูกันว่านายจะทรยศพวกเราไหม... [ว่าแล้วก็ยื่นระเบิดให้ Cloud]
Barret: มาเอาไปสิ เป็นเกียรติแก่ฉันหน่อย
Barret: พิสูจน์ให้ฉันเห็นว่านายเป็นคนแบบที่ Tifa บอกจริงไหม
Barret: ว่านายเป็นพวกเดียวกับพวกเรา
Cloud: ฉันไม่เคยบอกว่าเป็นพวกเดียวกับนาย ฉันมาที่นี่เพราะเงิน
Barret: [ได้ฟังเช่นนั้นก็โกรธจนกัดฟันแล้วพูดว่า] งั้นก็รีบทำงานสิ!

Barret ยื่นระเบิดให้ Cloud

Cloud ถอนหายใจแล้วเข้าไปรับระเบิด ขณะที่เขากำลังจะติดตั้ง ทันใดนั้นเขาก็มีอาการเจ็บที่ศีรษะอีกครั้ง คราวนี้เขาเห็นขนนกสีดำร่วงลงสู่พื้นแล้วหายไป เขายืนนิ่งมองอยู่อย่างสงสัยจน Barret เห็นอาการผิดสังเกตุจึงต้องเอ่ยปากขึ้น
Barret: เป็นอะไร?
Cloud: ฉันไม่เป็นไร จะให้ตั้งเวลาระเบิดไว้เท่าไหร่ [ถึงจุดนี้ผู้เล่นจะสามารถเลือกตั้งเวลาระเบิดได้]
แต่ในขณะที่ Cloud กำลังจะกดปุ่มตั้งเวลานั้นเองเขารู้สึกถึงอันตรายบางอย่างกำลังเข้ามาใกล้ Cloud หันหลังแล้วพุ่งคชตัวออกไป มือของเขาจับดาบเตรียมพร้อม แล้วกวาดตามองไปรอบๆอย่างเร่งรีบ Barret คิดว่า Cloud จะเล่นลูกไม้กับเขาจึงหันปืนของเขาไปที่ Cloud แล้วพูดว่า
Barret: แกหักหลังพวกเราอย่างงั้นหรือ
Cloud: ข้างบนนั่น! [ทันใดนั้นบอส Scorpion Sentinel ก็กระโดดออกมายืนอยู่ต่อหน้าทั้งสอง]
Barret: นี่มันตัวอะไรเนี่ย?!
แล้วทั้งสองก็ร่วมกันเข้าต่อสู้กับบอส Scorpion Sentinel อย่างเลี่ยงไม่ได้

บอส Scorpion Sentinel ปรากฏตัว

การต่อสู้ดำเนินไปจนถึงจุดสุดท้ายบอส Scorpion Sentinel ได้รวมพลังที่หางหมายจะยิงเลเซอร์ใส่ทั้งสอง แต่ร่างของบอสก็เกิดระเบิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำให้ไม่สามารถควบคุมทิศทางการยิงได้ สงผลให้เลเซอร์ยิงกราดไปทั่วบริเวณทำให้อาคารเริ่มถล่มลงมา เศษซากของอาคารตกลงมาจนไปขวางจุดที่ติดตั้งระเบิดที่ตั้งเอาไว้และทำให้ระเบิดเริ่มทำงาน แล้วร่างของบอสก็ระเบิดตกลงไปด้านล่าง

Scorpion Sentinel รวมพลังที่หางหมายจะยิงใส่ Barret และ Cloud

เมื่อระเบิดเริ่มทำงานทั้งสองจึงต้องรีบหนีออกจากเตาปฏิกรณ์ Mako ให้ทันเวลา ตอนนี้ตัวอาคารเริ่มถล่มลงมาและเกิดไฟลุกไหมไปทั่ว Jessie ถูกซากอาคารตกทับขาจนเคลื่อนไหวไม่ได้ Cloud เห็นเช่นนั้นก็รีบเข้าไปช่วยเหลือในทันที
Cloud กับ Barret ถูกซากอาคารตกลงมาแยกทั้งคู่อยู่คนละทาง Barret จึงให้ Cloud ช่วยคุ้มกัน Jessie แล้วให้เขาไปเจอกันที่อาคารด้านบน

เมื่อมาถึงจุดนัดพบ พวกเขาก็ต้องรับมือกับเจ้าหน้าที่รักษาการที่คุ้มกันอยู่อย่างแน่นหนา Barret ให้ Jessie หลบหนีออกไปก่อนในขณะที่เขากับ Cloud เข้าต่อสู้เพื่อเปิดทางหนีจนไปถึงลิฟท์

แล้วระเบิดที่ตั้งไว้ก็ทำงานแต่แรงระเบิดไม่สามารถทำลายแกนกลางของเตาปฏิกรณ์ลงได้ ประธาน Shinra ที่คอยสังเกตุการณ์อยู่ที่หน้าจอมอนิเตอร์จึงได้ออกคำสั่งให้หุ่นยนต์รอบๆบริเวณนั้นยิงทำลายเตาปฏิกรณ์ของเขาเอง จนทำให้เตาปฏิกรณ์เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง
ประตูลิฟท์เปิดออก Cloud และ Barret หนีออกมารวมตัวกับ Jessie, Biggs, และ Wedge อีกครั้ง ตลอดทางที่พวกเขาหลบหนีก็มีการระเบิดและไฟไหม้อยู่ทั่วบริเวณ แล้วซากอาคารก็ตกใส่ Jessie จนทำให้เธอล้มลงบนพื้น Cloud เห็นเช่นนั้นจึงรีบไปพยุงร่างของเธอขึ้นมาทันที แล้วทั้งสองก็วิ่งไปต่อ ทันใดนั้นท่อเหล็กได้ตกลงมาขวางหน้า Cloud ทำให้พื้นที่เขายืนขาดออกจากกัน Cloud ได้แสดงทักษะเอาตัวรอดมาได้อย่างงดงามจนทำให้ Jessie เกิดความประทับใจจนต้องเอ่ยปากชม Cloud หันมายิ้มให้เล็กน้อย

Scorpion Sentinel รวมพลังที่หางหมายจะยิงใส่ Barret และ Cloud

ในเมืองผู้คนเริ่มแตกตื่นกับภาพการระเบิดของเตาปฏิกรณ์ Mako ที่รุนแรงอย่างมาก ความเสียหายทำให้ไฟดับไปทั่วบริเวณ

ถึงตอนนี้กลุ่ม AVALANCHE ทำภารกิจสำเร็จและยังสามารถเอาชีวิตรอดออกมาได้ทั้งหมดอีกด้วย แม้ว่าเมืองจะได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากจากจากแรงระเบิด ถึงกระนั้นกลุ่ม AVALANCHE ก็ยังยึดมั่นในเป้าหมายของกลุ่มที่ยิ่งใหญ่กว่านั่นก็คือการปกป้องโลกนั่นเอง
หลังเกิดเหตุระเบิดทาง Shinra ได้ประกาศข่าวเหตุก่อการร้ายที่เกิดขึ้นกับเตาปฏิกรณ์ Mako 1 ให้แก่ประชาชนได้รับทราบ การระเบิดทำให้เกิดความเสียหายแก่เมือง Midgar Sector 1 กับ Sector 8 และประกาศว่าอาคารรอบบริเวณดังกล่าวได้รับความสียหายเป็นจำนวนมากและประชาชนในพื้นที่อาจได้รับอันตราย

เตาปฏิกรณ์ Mako ระเบิดอย่างรุนแรง

เมื่อกลุ่ม AVALANCHE ได้หนีออกมาตัวเมืองได้สำเร็จ พวกเขาก็ได้เห็นภาพประชาชนกำลังเดือดร้อนและได้รับบาดเจ็บไปทั่ว เมืองก็ได้รับความเสียหายเกินกว่าที่พวกเขาคาดคิด ทุกคนแทบไม่เชื่อสายตาว่าเหตุทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะพวกเขา
Biggs: นี่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะพวกเรา... ใช่ไหม?
Wedge: แล้วถ้ามันใช่หล่ะ
Cloud: อะไรที่เกิดขึ้นไปแล้ว ก็ให้มันแล้วไป
Barret: ทหารรับจ้างพูดถูกต้อง
Barret: มันอาจจะดูไม่ดีนัก แต่พวกเราหยุดไม่ได้แล้ว นี่แค่เตาปฏิกรณ์แรกเท่านั้น [เมือง Midgar มีเตาปฏิกรณ์อยู่ 8 เตา]
Barret: และโลกใบนี้ก็ยังไม่ปลอดภัยจนกว่าเราจะกำจัดเตาปฏิกรณ์ที่เหลือ
Biggs: ใช่แล้ว... พวกเรารู้อยู่แก่ใจว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้
Wedge: และที่เห็นอยู่นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้น...
Barret: พวกนายทุกคนจะต้องมองภาพให้ใหญ่ขึ้น ไม่มีสิ่งมีค่าใดที่คู่ควรจะต่อสู้เพื่อแยกชิงให้ได้มาโดยไม่มีความสูญเสีย
Barret: แม้ว่าพวกนายจะไม่ได้ร้องไห้ออกมา แต่ฉันก็รู้ว่าพวกนายกำลังเจ็บปวด เหมือนโลกที่กำลังเจ็บปวดอยู่ในขณะนี้
Barret: แต่มันจะผ่านไปได้ด้วยดี เพราะว่าฉันจะอยู่ตรงนี้เพื่อนาย!
Barret: เพื่อที่จะช่วยแบ่งเบาภาระที่นายแบกเอาไว้!
Barret: [ฺฺBarret เดินไปมองหน้าเพื่อนทั้งสามของเขาแล้วพูดว่า] นายอาจจะหวาดกลัว... นายอาจจะหวาดวิตก... นายอาจจะกังวล...
Barret: [หันไปมอง Cloud] และก็ใช่ เงินของนาย...
Cloud: [ถอนหายใจเมื่อถูกประชด มองบน]
Barret: ไม่ว่าพวกนายจะมีปัญหาอะไร ฉันจะช่วยพวกนายเอง
Biggs: แล้วเราจะทำอะไรต่อไป? หัวหน้า
Barret:นั่นง่ายมาก!
Barret: เราก็ย้ายคูดกลับบ้านกันไง!

Barret พูดให้กำลังใจทุกคนหลังจบภารกิจ.

ว่าแล้วทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปขึ้นรถไฟกลับบ้าน Cloud ได้เอ่ยปากถามเรื่องเงินของเขา แต่ Barret ได้ตอบกลับไปว่าเขาจะได้ค่าจ้างเมื่อทั้งหมดกลับถึงฐานแล้ว ระหว่างทางไปสถานีรถไฟ Jessie ได้นำ Materia มาให้ Cloud เพื่อเป็นการขอบคุณที่ Cloud ได้ช่วยชีวิตของเธอเอาไว้

Jessie นำ Materia มาให้ Cloud เพื่อเป็นการขอบคุณ

Cloud เดินผ่านเมืองที่เสียหาย ผู้คนร้องขอความช่วยเหลืออยู่ทั่วบริเวณ เขาเดินมาถึงตึกแห่งหนึ่งที่กำลังเกิดไฟไหม้ แล้วก็มีภาพเหตุการณ์ความทรงจำบางอย่างก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขา มันเป็นภาพเมืองที่ถูกเผาเป็นทะเลเพลิง และที่นั่นเขาก็เห็น Sephiroth ยืนหันหลังอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิงSephiroth ค่อยๆหันหน้ากลับมามองเขา

ภาพ Sephiroth ที่ยืนอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิงปรากฏขึ้นในหัวของ Cloud

แล้ว Cloud ก็ได้สติกลับคืนมาอีกครั้ง เขายังรู้สึกตระหนกกับภาพเหตุการณ์ที่ได้เห็น เขาพยายามรวบรวมสติแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วเขาก็หันหลังหมายเดินจากไป ทันใดนั้นเอง Sephiroth ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขาในระยะประชิด Cloud เงยหน้าขึ้นมอง Sephiroth อย่างตื่นตระหนก และกระโดดถอยห่างจาก Sephiroth มือของเขาจับดาบเตรียมต่อสู้ ทันใดนั้นตึกข้างๆเกิดถล่มลงมาอย่างรุนแรง จน Cloud ต้องก้มหน้าหลบ เมื่อมองขึ้นมาอีกครั้งก็เห็น Sephiroth กำลังเดินจากไปจนลับตาไป

Cloud กระโดดถอยออกมาเมื่อเห็น Sephiroth ปรากฏขึ้นต่อหน้า

Cloud สับสนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่มันใช่เรื่องจริงหรือไม่ ตอนนี้เขามีอาการวิตกอย่างเห็นได้ชัด เขาค่อยๆเดินตาม Sephiroth ไปจนถึงตรอกแห่งหนึ่ง แล้ว Sephiroth ก็หยุดลงแล้วหันมาเผชิญหน้ากับ Cloud
Cloud: แกไม่ใช่ของจริง... แกมัน... ตายไปแล้ว!
Sephiroth: ฉันหน่ะเหรอ?
Cloud: ฉันฆ่าแกด้วยมือของฉันเอง...
Sephiroth: โอ้ นายไม่ต้องมาพูดเตือนความจำของฉันหรอกนะ
Sephiroth: มันเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมของเราทั้งคู่
Sephiroth: แต่ตอนนั้นก็คือตอนนั้น และนี่คือตอนนี้ ฉันมีอะไรอยากจะขอสักหน่อย
Sephiroth: โลกที่เรารักกำลังจะตาย
Sephiroth: อย่างช้าๆ อย่างเงียบๆ และอย่างเจ็บปวด
Sephiroth: นายจะทนดูโลกต้องทนทุกข์ทรมานได้หรือ... Cloud?

Sephiroth ยิ้มอย่างมีเลศนัย

[ภาพตัดมายังบ้านหลังหนึ่งที่กำลังลุกไหม้ Cloud กำลังทรุดตัวลงบนพิ้นเงยหน้าขึ้นมา]
Cloud: แม่... แม่... [Cloud ค่อยๆคลานไปที่บ้านที่เกิดไฟลุกท่วม]
Sephiroth: โลกจะตายหรือไม่ หลายสื่งเหลือเกินที่จะต้องสูญเสียไป เมืองเกิดของนายกำลังลุกไหม้สว่างไสว...
Sephiroth: เสียงร้องของเธอที่อ้อนวอนขอให้ฉันไว้ชีวิตนาย
Sephiroth: ร่างกายที่สั่นไหวของเธอต้องยอมสยบให้แก่เหล็กที่เยือกเย็น [ดาบของเขา]

Cloud พยายามตะเกียกตะกายไปยังบ้านที่ไฟลุกท่วม

[ภาพตัดมายังสถานการณ์ปัจจุบัน]
Sephiroth: สิ่งที่เคยผูกพันเราไว้ด้วยกันมันไม่มีอีกแล้ว และฉันก็รังเกียจที่จะมีชีวิตอยู่ในโลกแบบนั้น
Sephiroth: ซึ่งนี่เองที่เป็นสาเหตุที่ฉันอยากจะขออะไรนายสักอย่าง
Sephiroth: ไม่ต้องห่วงมันเป็นคำขอที่ง่ายมาก
Sephiroth: วิ่ง Cloud... วิ่งหนีไป
Sephiroth: นายจะต้องไป... นายจะต้องมีชีวิตอยู่ (น่าจะเป็นคำพูดของแม่ Cloud)
Cloud: [เอื้อมมือไปจับดาบแล้วพูดว่า] แกไอ้สารเลว!

Cloud กระโจนเข้าใส่ Sephiroth

ว่าแล้ว Cloud ก็กระโจนเข้าหา Sephiroth และฟาดดาบใส่ในทันที Sephiroth กลับยิ้มอย่างเยือกเย็น ดาบของ Cloud พลาดเป้า แล้วร่างของ Sephiroth ก็หายไปอย่างลึกลับ แว่วเสียงของ Sephiroth ดังขึ้นมาว่า
Sephiroth: ดี Cloud ดีมาก
Sephiroth: จำความรู้สึกเกลียดชังนั้นไว้
สิ้นเสียง Cloud ก็พบว่าตัวเองอยู่ในตรอกเพียงลำพัง เขาเก็บดาบและสงบใจ เขาคิดว่าภาพที่เขาเห็นอาจจะเพราะควันจาก Mako ก็เป็นได้ที่ทำให้เขาเกิดภาพหลอน ว่าแล้ว Cloud ก็หาทางไปสถานีรถไฟต่อไปจนเขามาพบกับสาวขายดอกไม้คนหนึ่ง

สาวขายดอกไม้ถูกควันลึกลับรังควานเธออยู่ เธอพยายามจะปัดป้องควันเหล่านั้นให้ออกไป Cloud มองไปที่สาวคนนั้นและเห็น Sephiroth ปรากฏขึ้นข้างกายของเธอ Sephiroth เอามือจับไปที่ไหล่ของสาวขายดอกไม้แล้วเหมือนว่าเวลาจะหยุดลง

สาวขายดอกไม้หันมามอง Cloud พร้อมกับร่าง Sephiroth ที่ปรากฏกายขึ้น

Sephiroth จับไหล่สาวขายดอกไม้ เขายิ้มและจ้องมาที่ Cloud ทำให้ Cloud ตกใจกับภาพที่เห็น แล้ว Sephiroth ก็พูดขึ้นว่า
Sephiroth: นายมันอ่อนแอเกินไปที่จะช่วยเหลือคนอื่น
Sephiroth: แม้แต่ตัวเองยังช่วยไม่ได้เลย
สาวขายดอกไม้เมื่อเห็น Cloud กำลังเจ็บปวดศีรษะเอามือกุมหัวอยู่ เธอจึงเข้ามาพูดกับ Cloud
สาวขายดอกไม้: เธอเป็นอะไรไหม!?
สาวขายดอกไม้: เฮ้... นายเป็นอะไรไหม?
Cloud: ฉันสบายดี [ว่าแล้วก็เดินจากไป]

สาวขายดอกไม้เข้ามาดูอาการของ Cloud

สาวขายดอกไม้วิ่งตามมาดักหน้า Cloud แล้วพูดว่า
สาวขายดอกไม้: รับนี่ไว้สิ ฉันให้ [ว่าแล้วก็ยื่นดอกไม้ให้ Cloud]
Cloud: ดอกไม้?
สาวขายดอกไม้: ใช่แล้วหล่ะ มันเป็นของขวัญ
สาวขายดอกไม้: ก็ที่นายช่วยไล่ พวกนั้นไปให้ไง [ควัน]
Cloud: พวกไหน?
สาวขายดอกไม้: ช่างมันเถอะ คิดซะว่ามันเป็นของที่ระลึก
Cloud: ก็แค่โชคดี... [เหมือนบ่นกับตัวเอง]
สาวขายดอกไม้: ฉันได้ยินนะ [แล้วเธอก็ยื่นดอกไม้ให้แก่ Cloud]
Cloud: เท่าไหร่
สาวขายดอกไม้: อึ่ม นั่นก็แล้วแต่ว่าลูกค้าเป็นใคร
สาวขายดอกไม้: สำหรับเธอแล้ว...
สาวขายดอกไม้: ฉันให้ฟรี
Cloud: หา?
สาวขายดอกไม้: คนที่รักกันมักจะให้ดอกไม้ชนิดนี้เมื่อทั้งสองกลับมาเจอกัน [พูดจบสาวขายดอกไม้ก็นำดอกไม้มาปักที่อก Cloud]
Cloud: [ถอนหายใจแล้วพูดว่า] นี่ฟังนะฉันไปเกี่ยวข้องกับเรื่องอันตรายหลายเรื่อง
สาวขายดอกไม้: โอ้ ฉันก็คิดว่านายก็น่าจะเป็นแบบนั้นแหละ แล้วไงต่อ?
Cloud: ก็อยู่ห่างๆฉันไว้
สาวขายดอกไม้: เดี๋ยวนะ เธอคิดว่ามีคนอยากจะทำร้ายเธออย่างงั้นเหรอ? หรือว่านี่คือสิ่งที่ทำให้เธอเศร้าอย่างงั้นหรือเปล่า?
สาวขายดอกไม้: ใจเย็นน่า
สาวขายดอกไม้: ไม่มีใครจะทำร้ายเธอหรอก ฉันสัญญา
Cloud: เฮ้ ฟังนะเตาปฏิกรณ์ Mako เพิ่งระเบิด
Cloud: เธอไม่ควรจะมาขายดอกไม้อยู่แถวนี้

สาวขายดอกไม้ให้ดอกไม้แก่ Cloud

พูดยังไม่ทันขาดคำ ก็มีแรงระเบิดเกิดขึ้นทำให้พื้นสั่นสะเทือน แรงสั่นทำให้ตระกร้าดอกไม้ตกพื้น แล้วเธอก็ทำท่าปักป้องอะไรบางอย่าง Cloud ก็มองอาการของเธออย่างประหลาดใจ สาวขายดอกไม้พุ่งมาดึงแขน Cloud ขอให้เขาช่วยเธอ ทันทีที่เธอจับแขน Cloud เขาก็มองเห็นควันประหลาดสีดำลอยวนไปรอบตัวของสาวขายดอกไม้ ทำให้ Cloud ถึงกับตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า มีควันกลุ่มหนึ่งพุ่งเข้ามา Cloud จึงเอาดาบฟันจนสลายไป สาวขายดอกไม้ร้องขึ้นมาว่า “พวกมันคือตัวอะไร?”

สาวขายดอกไม้ให้ดอกไม้แก่ Cloud

ทันใดนั้นก็มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ Shinra กลุ่มหนึ่งพุ่งตรงมาที่ Cloud แล้วบอกให้เขาวางอาวุธลงเดี๋ยวนี้ Cloud รู้สึกแปลกใจที่เจ้าหน้าที่คนอื่นมองไม่เห็นกลุ่มควันเหล่านี้
Cloud: ที่พวกนายตาบอดหรือไง?
สาวขายดอกไม้: รู้ไหม นายพูดถูก!
พูดจบก็มีควันพุ่งเข้าหาสาวขายดอกไม้ทำให้เธอวิ่งเตลิดไป Cloud ร้องเรียกให้เธอหยุดก่อน แต่สาวขายดอกไม้กลับหันหน้ามาแล้วบอกว่า “ยินดีที่ได้เจอเธอนะ” ว่าแล้วเธอก็วิ่งหนีไป พร้อมกับกลุ่มควันที่ไล่ตามเธอ

สาวขายดอกไม้หันมาบอกกลับกับ Cloud ว่า ยินดีที่ได้รู้จัก ก่อนจะวิ่งหนีไป

เมื่อสาวขายดอกไม้จากไปก็ปล่อยให้ Cloud กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเผชิญหน้ากัน เจ้าหน้าที่บอกให้ Cloud วางดาบของเขาลงบนพื้น แต่ Cloud กลับยกดาบขึ้นเตรียมต่อสู้ ขณะนี้เขาตกเป็นบุคคลที่เจ้าหน้าที่ต้องการตัวไปเสียแล้ว เขาต้องฝ่าด่านของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนมากที่ออกตามล่าเขาไปยังสถานีรถไฟ
ในระหว่างหลบหนี Cloud โดนเจ้าหน้าที่ล้อมอยู่ใน Sector 8 หนึ่งในเจ้าหน้าที่ มีคนหนึ่งจำ Cloud ได้และพยายามจะห้ามเจ้าหน้าที่คนอื่น แต่ไม่เป็นผล ขณะเดียวกันนั้นเองที่ Cloud เกิดมีอาการเจ็บศีรษะขึ้นอีกครั้ง ไม่ทันไรเจ้าหน้าที่ก็บุกจู่โจมเข้ามา Cloud พยายามจะฝ่าวงล้อมหนีออกมาให้จงได้ แต่เจ้าหน้าที่ก็มากันเป็นจำนวนมาก การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด จนสุดท้ายมีรถไฟขบวนหนึ่งวิ่งผ่านมาพอดี Cloud จึงฉวยโอกาสหนีกระโดดลงไปบนหลังคารถไฟ ทำให้เขาสามารถหลบหนีออกมาได้สำเร็จ

Cloud ฝ่าด่านรักษาการปลอดภัย

บนขบวนรถไฟ กลุ่ม AVALANCHE ได้หลบหนีเข้ามาอยู่ในตู้รถไฟได้สำเร็จ Wedge เริ่มเป็นห่วงว่า Cloud จะหนีออกมาได้ไหม แต่ Biggs เชื่อว่า Cloud ต้องไม่เป็นไรแน่ๆ ไม่ทันขาดคำ Cloud ก็กระโดดเข้ามาในขบวนรถไฟที่ทุกคนหลบซ่อนอยู่ Barret พลั้งปากพูดออกมาว่า “นายกำลังทำให้ฉันรู้สึกเป็นห่วงอยู่พอดี” พอพูดจบทุกคนแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินว่าจะหลุดออกมาจากปาก Barret ทำให้ Barret ต้องแก้เก้อด้วยการโวยออกมาว่า Cloud นายไปอยู่ที่ไหนมา Cloud จึงตอบกลับไปว่าเขาได้ไปเจอเจ้าหน้ากลุ่มใหญ่ที่พยายามจะสกัดเขาเอาไว้แต่เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้เขาสามารถล่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยออกไปจากสถานีรถไฟและทำให้คนอื่นๆสามารถหลบหนีมาได้โดยง่าย
Barret เมื่อได้ฟังคำตอบก็หมายจะเดินจากไป แต่ Cloud บอกกับทุกคนว่าเขามีอะไรอยากจะถาม
Cloud: พวกนายเคยถูกศัตรูที่มองไม่เห็นโจมตีไหม? [ทุกคนถึงกับงงกับคำถามนี้]
Cloud: พวกมันใส่เสื้อคลุม ไปมาดั่งสายลม
Biggs: ไหนนายบอกว่ามันมองไม่เห็นไง
Cloud: ใช่แล้วในตอนแรกฉันก็มองไม่เห็น แต่เมื่อเธอจับตัวฉันก็ทำให้ฉันมองเห็นพวกมัน
Jessie: หรือว่าจะเป็นอาวุธใหม่ของ Shinra หรือเปล่า?
ฺBarret: หึ ฟังดูเหมือนอาการหวาดระแวง จิตหลอน!
Cloud: เฮ้อ ช่างเถอะ ถือซะว่าฉันไม่ได้พูดอะไร [แล้วก็หันตัวหนีไป]
Barret: งันก็ตามใจแก มาเร็ว รีบไปได้แล้ว
แล้ว Barret ก็พาทุกคนเดินออกไปยังตู้หน้าขบวน

Cloud กลับมารวมกับพวก AVALANCHE ได้สำเร็จ

บนขบวนรถไฟผู้คนเริ่มคุยกับเรื่องการก่อการร้ายของ AVALANCHE ทำให้คนในเมืองเดือดร้อน Barret เมื่อได้ยินก็เริ่มมีอารมณ์และโต้เถียงกับคนในรถจนคนอื่นๆต้องถอยห่างจาก Barret ทันใดนั้นเองก็มีประกาศว่าจะมีการตรวจบัตรประชาขนผู้โดยสารบนรถ Jessie บอก Cloud ว่าไม่ต้องกังวล เครื่องตรวจบัตรไม่น่าจะเจออะไรผิดปกติ บัตรปลอมที่พวกเขาใช้น่าจะปลอดภัย
Barret บอกให้ Cloud ดูพวกที่อาศัยอยู่ด้านบนของเมือง คนพวกนั้นเป็นตัวปัญหาที่ทำให้คนจนที่อยู่ด้านล่างต้องดิ้นรนหาทางอยู่รอด พลังงานที่ถูกดูดไปกำลังทำให้พื้นดินแห้งเป็นผง ดอกไม้ก็ล้มตาย อากาศเป็นพิษ Cloud บอก Barret ว่าให้หนีไปอยู่ที่อื่นสิ แต่ Barret กล่าวว่า มันอาจจะเป็นทางออกที่ดีถ้านายอยู่เพียงลำพัง แต่มีคนอีกมากมายที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้

Barret เริ่มพูดให้ Cloud ได้คิดถึงการทำเพื่อคนอื่น

เมื่อทุกคนมาถึงสถานีที่ Sector 7 อย่างปลอดภัยภารกิจของพวกเขาก็จบลง เหล่า AVALANCHE เริ่มฉลองความสำเร็จของพวกเขา และเตรียมตัวในภารกิจต่อไป Barret หันไปบอกกับ Cloud ให้ไปเจอกันที่บาร์ Seventh Heaven ร้านที่ Tifa ทำงานอยู่ และกำชับให้เขารีบกลับไปอีกด้วย เพราะว่า Tifa อาจจะเป็นห่วง ว่าแล้ว Barret ก็รีบจากไปเพื่อหาลูกสาวของเขา

ระกว่างทาง Cloud เริ่มเห็นภาพหลอน และเห็นกลุ่มควันประหลาดปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

Barret เริ่มพูดให้ Cloud ได้คิดถึงการทำเพื่อคนอื่น

เมื่อ Cloud มาถึงบาร์ Seventh Heaven ก็พบ Tifa และลูกสาวของ Barret ชื่อ Marlene ทั้งสองรอพวกเขาอยู่ที่หน้าร้าน Marlene ดีใจเมื่อเห็นว่าพ่อของเธอกลับมาอย่างปลอดภัย เธอวิ่งไปกอดกับ Barret และหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน Tifa ส่งยิ้มให้แก่ Cloud ที่หน้าประตู


CREDIT:

เนื้อเรื่อง
ไฟนอล แฟนตาซี 7 Remake
แนะนำ
บทสรุปเกม
Facebook Us
Follow us


สนับสนุนทีมงาน
เพื่อเป็นกำลังใจ ได้ที่
paypal: @ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Copyright © 2004 GAME.ANDAPLUS.COM All Rights Reserved.