Final Fantasy VII Remake Episode 1 (บทที่ 1 ถึง 7)

บทนำ

 

Final Fantasy VII เกิดขึ้นในโลกที่มีชื่อว่า "Gaia" มีพลังชีวิตที่หล่อเลี้ยงดาวเคราะห์ดวงนี้เรียกว่า Lifestream ซึ่งเกิดจากวิญญาณของสิ่งมีชีวิตเมื่อตายไป จนเมื่อบริษัท Shinra Electric Power (Shinra) ได้ค้นพบการนำเอา Lifestream มาแปลงเป็นพลังงาน เรียกว่าพลังงาน “Mako” พวกเขาได้สร้างเตาปฏิกรณ์พลังงาน Mako เอาไว้ทั่วโลกจนทำให้บริษัท Shinra เติบโตขึ้นอย่างมาก จนสุดท้าย Shinra ได้สร้างกองกำลังทหารของตัวเองขึ้นมาเรียกว่า “SOLDIER” ทำให้พวกเขามีอำนาจควบคุมโลกเอาไว้ในกำมือ

 

Shinra มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมือง Midgar และยังเป็นจุดที่ตั้งของเตาปฎิกรณ์ Mako ที่สูบพลังงานจากโลกไปใช้จนทำให้โลกเริ่มจะตายลงช้าๆ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงได้มีคนเริ่มออกมาต่อต้านการนำ Lifestream มาใช้ จนมีคนกลุ่มหนึ่งได้รวมตัวกันเพื่อต่อต้าน Shinra ขึ้นในชื่อ “AVALANCHE” นำโดย Barret Wallace

 

AVALANCHE ถูกมองว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย พวกเขาได้จ้าง Cloud Strife ผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นอดีต SOLDIER ระดับหนึ่ง ที่ผันตัวเองมาเป็นทหารรับจ้างเพื่อลอบวางระเบิดเตาปฎิกรณ์ Mako ใน Midgar ภารกิจของพวกเขาจึงเริ่มต้นขึ้น

เนื้อเรื่อง

สาวขายดอกไม้ในเมือง Midgar

 

เรื่องเริ่มต้นขึ้นที่ Midgar เมื่อกลุ่ม AVALANCHE ที่นำโดย Barret Wallace ได้วางแผนจะระเบิดเตาปฎิกรณ์ Mako โดยมีสมาชิกในกลุ่มได้แก่ Biggs, Wedge, และ Jessie เข้าร่วมด้วย พวกเขายังได้จ้าง Cloud Strife ทหารรับจ้างมาช่วยทำภารกิจนี้ตามคำแนะนำของ Tifa ทั้งหมดได้แอบลอบเข้าไปยังเตาปฏิกรณ์ Mako ที่ 1 โดยซ่อนตัวอยู่ในรถไฟ

Cloud Strife ได้ลอบเข้ามาทำภารกิจกับกลุ่ม AVALANCHE

 

เมื่อรถไฟมาถึงสถานีทั้งหมดก็เริ่มภารกิจ Cloud รับหน้าที่จัดการกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ Shinra และยังมีหน้าที่ปกป้องทุกคนในภารกิจนี้ ในขณะที่ Biggs และ Jessie กำลังแฮกระบบเพื่อเปิดทางไปยังเตาปฏิกรณ์ Wedge เดินมาหา Cloud และพยายามเกลี่ยกล่อมให้ Cloud เข้าร่วมกลุ่มกับพวกเขา แต่ Cloud ตอบปฏิเสธอย่างเย็นชาว่าเขามาทำงานนี้เพื่อเงินเท่านั้น เขาไม่ได้สนใจอุดมการณ์หรือตัดสินว่าใครทำผิดหรือทำถูกแต่อย่างใด ทำให้ Barret ที่ดูเหมือนจะไม่ไว้ใจ Cloud ตั่งแต่แรกได้ยินเช่นนั้นจึงหันกลับไปกล่าวกับ Cloud ว่าให้ทำหน้าที่ของเขาให้สมกับค่าจ้างที่ได้รับแล้วเดินจากไป

Barret Wallace ผู้นำของกลุ่ม AVALANCHE

 

เมื่อทั้งหมดเปิดทางจนเข้ามาถึงทางเข้าเตาปฏิกรณ์ Wedge ได้รับหน้าที่รักษาเส้นทางหลบหนีอยู่ที่นี่ เขาจึงขอให้ Cloud ไปช่วยคนอื่นในทีมไปเพื่อทำภารกิจให้ลุล่วง

 

ที่ด้านใน Biggs ได้แฮกระบบเพื่อเปิดทางเข้าสู่เตาปฏิกรณ์ ขณะนั้นเอง Barret ได้ถาม Cloud ว่าในฐานะที่เขาเคยเป็น SOLDIER ทำงานให้กับ Shinra เขารู้เรื่องเตาปฏิกรณ์มากน้อยแค่ไหน แต่ Cloud กลับเหมือนไม่ได้ฟังที่ Barret ถาม ทำให้ Barret เริ่มโกรธและโวยวายใส่ Cloud จนไปกระตุ้นความจำในอดีตของเขา ถึงตอนนี้ Cloud เหมือนมีอาการเจ็บที่ศีรษะ เขาตอบ Barret กลับไปว่าเตาปฏิกรณ์แต่ละเครื่องนั้นไม่เหมือนกัน แต่ให้ไว้ใจว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้ได้แน่นอน

Cloud มีอาการเจ็บที่ศีรษะเมื่อคำพูดของ Barret ไปกระตุ้นความทรงจำบางอย่างของเขา

 

เมื่อ Biggs สามารถเปิดประตูได้สำเร็จ เขาก็ทำหน้าที่ป้องกันทางหนีในห้องนี้ ส่วนคนอื่นในทีมก็เดินทางไปทำภารกิจที่ด้านในต่อไป ระหว่างรอลิฟท์ Jessie ได้ถาม Cloud ว่ารู้จักกับ Tifa และสนิทกันมากแค่ไหน

 

[ถึงตอนนี้ภาพตัดไปยังอดีตของ Cloud กับ Tifa ในวัยเด็ก ทั้งสองอาศัยอยู่ในเมืองเดียวกันและเป็นเพื่อนกัน แล้วภาพก็ตัดกลับมาในเวลาปัจจุบัน]

 

ขณะมี่ Cloud กำลังพยายามจะอธิบายความสัมพันธ์ของเขากับ Tifa ต่อ Jessie ทันใดนั้นประตูลิฟท์ก็เปิดออก Barret มือปัดร่างของ Cloud ให้ออกนอกเส้นทางแล้วเดินฝ่าวงสนทนาเข้าไปยืนรอในลิฟท์อย่างไม่ไยดีทำเอา Cloud และ Jessie ยืนงงแล้วทั้งหมดก็เดินเข้าลิฟท์ไป

ภาพ Tifa ในวัยเด็ก

 

[ภาพตัดมาที่ห้องประธาน Shinra]

 

ที่นั่น Heidegger ผู้อำนวยการรักษาความปลอดภัยและเป็นมือขวาของประธาน Shinra ได้เดินเข้ามาแจ้งเหตุเรื่องที่กลุ่ม AVALANCHE ได้บุกเข้ามาในเตาปฏิกรณ์ Mako และเขากำลังสืบว่าคนพวกนี้เป็นกลุ่มเดียวกันกับพวกที่พยายามจะลอบสังหารประธาน Shinra ด้วยหรือไม่

Heidegger เข้ามารายงานต่อประธาน Shinra

 

[ภาพตัดกลับมาบนลิฟท์]

 

Barret กำลังระเบิดอารมณ์เรื่องเตาปฏิกรณ์ Mako ที่สูบเอา Lifestream ออกไปจากโลกอย่างไม่หยุดยัง และกำลังทำให้โลกนี้ตายลงในที่สุด

Barret กำลังระเบิดอารมณ์ในลิฟท์

 

Barret: ไอ้ปั๊มนี้มันถูกสร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์เดียวคือสูบจนโลกใบนี้แห้งเหือด
Barret: พวกนายรู้ใช่ไหมว่า Mako คืออะไร
Barret: ในขณะที่นายกิน ขณะที่นายหลับ ขณะที่นายขี้อยู่ มันก็ยังสูบ Mako อยู่ตลอดเวลา
Barret: มันไม่เคยพักและมันก็ไม่สนใจอะไรด้วย!
Barret: Mako เปรียบเหมือนเส้นเลือดของโลกเรา
Barret: โลกใบนี้หลังเลือดเป็นสีเขียวเหมือนกับที่พวกเรามีเลือดเป็นสีแดง
Barret: นายคิดว่าจะเกิดบ้าอะไรขึ้นถ้าเลือดนั้นหมดไป หา? ตอบฉันสิ
Barret: นายจะทนยืนดูอยู่เฉยๆแกล้งทำเป็นไม่เห็นว่าโลกกำลังร้องอย่างเจ็บปวดได้อย่างงั้นหรือ
Barret: ฉันรู้ว่านายทำได้! [Barret ชี้นิ้วมาที่ Cloud อย่างเกรี้ยวกราด]
Cloud: นายได้ยินโลกพูดแบบนั้นจริงๆเหรอ
Barret: ใช่แล้วฉันได้ยิน!
Cloud: ไปหาหมอซะ

 

[Jessie ถึงกับอุทานออกมาเมื่อได้ยิน Cloud พูดเช่นนั้น Barret พุ่งเข้าไปประจันหน้ากับ Cloud ทันที]

Berret และ Cloud เผชิญหน้ากันในลิฟท์

 

Barret: ลองพูดแบบนั้นอีกทีสิ! [ทันใดนั้นลิฟท์ก็ขึ้นมาถึงที่หมาย]
Cloud: ถ้าเป็นฉันจะกังวลเรื่องโลกให้น้อยลง และคิดถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 5 วินาทีต่อจากนี้มากกว่า
Cloud: ไว้ค่อยตะโกนที่หลังเถอะ

 

Barret พยายามข่มอาการโกรธของเขา แล้วทั้งหมดก็ออกจากลิฟท์

 

Barret: ฟังนะ ณ จุดนี้ชีวิตของพวกเราเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายแล้ว
Barret: ไอ้ทหารรับจ้างฟังไว้ถ้านายทำอะไรพลาดแค่ครั้งเดียว...

 

Barret จ่อปืนมาที่หน้า Cloud แล้วหันไปยิงหุ่นโดรนสอบแนมร่วงลงมา

 

Barret: นายจะเป็นแบบนี้
Jessie: พวกเราให้ Cloud สู้อยู่คนเดียวมากพอแล้ว มันมีบางจุดที่ดาบก็ฟันไม่ถึงอยู่นะ [พูดจบ Jessie ก็วิ่งไปหา Cloud]
Jessie: ช่วย... ทนกับเขาเพื่อฉันอีกสักนิดได้ไหม?
Cloud: ฉันน่าจะเรียกค่าจ้างมากกว่านี้ [พูดจบก็เดินไปทำภารกิจต่อไป ถึงจุดนี้ผู้เล่นจะได้ Barret เข้าร่วมปาร์ตี้]

Jessie, Cloud, และ Barret เดินทางใกล้ถึงเตาปฏิกรณ์ Mako

 

แล้วทั้งสามก็ต่อสู้จนมาถึงเตาปฏิกรณ์ Mako

 

Jessie: เรามาถึงเป้าหมายแล้ว
Jessie: นั่นคือเป้าหมายของพวกเรา แกนกลางของเครื่องปฏิกรณ์
Jessie: เราต้องลงไปติดตั้งระเบิดที่ด้านล่าง
Jessie: ไปกันเถอะ

 

ว่าแล้ว Barret และ Cloud ก็ลงไปวางระเบิดที่ด้านล่าง เมื่อลงมาถึง Barret ได้ยื่นระเบิดให้ Cloud เป็นคนติดตั้ง เขาต้องการจะทดสอบ Cloud ว่าไว้ใจได้เหมือนที่ Tifa ได้แนะนำ Cloud ให้มาร่วมภารกิจนี้หรือไม่

 

Barret: เอาหล่ะมาดูกันว่านายจะทรยศพวกเราไหม... [ว่าแล้วก็ยื่นระเบิดให้ Cloud]
Barret: มาเอาไปสิ เป็นเกียรติแก่ฉันหน่อย
Barret: พิสูจน์ให้ฉันเห็นว่านายเป็นคนแบบที่ Tifa บอกจริงไหม
Barret: ว่านายเป็นพวกเดียวกับพวกเรา
Cloud: ฉันไม่เคยบอกว่าเป็นพวกเดียวกับนาย ฉันมาที่นี่เพราะเงิน
Barret: [ได้ฟังเช่นนั้นก็โกรธจนกัดฟันแล้วพูดว่า] งั้นก็รีบทำงานสิ!

Barret ยื่นระเบิดให้ Cloud

 

Cloud ถอนหายใจแล้วเข้าไปรับระเบิด ขณะที่เขากำลังจะติดตั้ง ทันใดนั้นเขาก็มีอาการเจ็บที่ศีรษะอีกครั้ง คราวนี้เขาเห็นขนนกสีดำร่วงลงสู่พื้นแล้วหายไป เขายืนนิ่งมองอยู่อย่างสงสัยจน Barret เห็นอาการผิดสังเกตุจึงต้องเอ่ยปากขึ้น

 

Barret: เป็นอะไร?
Cloud: ฉันไม่เป็นไร จะให้ตั้งเวลาระเบิดไว้เท่าไหร่ [ถึงจุดนี้ผู้เล่นจะสามารถเลือกตั้งเวลาระเบิดได้]

 

แต่ในขณะที่ Cloud กำลังจะกดปุ่มตั้งเวลานั้นเองเขารู้สึกถึงอันตรายบางอย่างกำลังเข้ามาใกล้ Cloud หันหลังแล้วพุ่งคชตัวออกไป มือของเขาจับดาบเตรียมพร้อม แล้วกวาดตามองไปรอบๆอย่างเร่งรีบ Barret คิดว่า Cloud จะเล่นลูกไม้กับเขาจึงหันปืนของเขาไปที่ Cloud แล้วพูดว่า

 

Barret: แกหักหลังพวกเราอย่างงั้นหรือ
Cloud: ข้างบนนั่น! [ทันใดนั้นบอส Scorpion Sentinel ก็กระโดดออกมายืนอยู่ต่อหน้าทั้งสอง]
Barret: นี่มันตัวอะไรเนี่ย?!

 

แล้วทั้งสองก็ร่วมกันเข้าต่อสู้กับบอส Scorpion Sentinel อย่างเลี่ยงไม่ได้

บอส Scorpion Sentinel ปรากฏตัว

 

การต่อสู้ดำเนินไปจนถึงจุดสุดท้ายบอส Scorpion Sentinel ได้รวมพลังที่หางหมายจะยิงเลเซอร์ใส่ทั้งสอง แต่ร่างของบอสก็เกิดระเบิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำให้ไม่สามารถควบคุมทิศทางการยิงได้ สงผลให้เลเซอร์ยิงกราดไปทั่วบริเวณทำให้อาคารเริ่มถล่มลงมา เศษซากของอาคารตกลงมาจนไปขวางจุดที่ติดตั้งระเบิดที่ตั้งเอาไว้และทำให้ระเบิดเริ่มทำงาน แล้วร่างของบอสก็ระเบิดตกลงไปด้านล่าง

Scorpion Sentinel รวมพลังที่หางหมายจะยิงใส่ Barret และ Cloud

 

เมื่อระเบิดเริ่มทำงานทั้งสองจึงต้องรีบหนีออกจากเตาปฏิกรณ์ Mako ให้ทันเวลา ตอนนี้ตัวอาคารเริ่มถล่มลงมาและเกิดไฟลุกไหมไปทั่ว Jessie ถูกซากอาคารตกทับขาจนเคลื่อนไหวไม่ได้ Cloud เห็นเช่นนั้นก็รีบเข้าไปช่วยเหลือในทันที

 

Cloud กับ Barret ถูกซากอาคารตกลงมาแยกทั้งคู่อยู่คนละทาง Barret จึงให้ Cloud ช่วยคุ้มกัน Jessie แล้วให้เขาไปเจอกันที่อาคารด้านบน

 

เมื่อมาถึงจุดนัดพบ พวกเขาก็ต้องรับมือกับเจ้าหน้าที่รักษาการที่คุ้มกันอยู่อย่างแน่นหนา Barret ให้ Jessie หลบหนีออกไปก่อนในขณะที่เขากับ Cloud เข้าต่อสู้เพื่อเปิดทางหนีจนไปถึงลิฟท์

Barret กับ Cloud หลบหนีไปถึงลิฟท์

 

แล้วระเบิดที่ตั้งไว้ก็ทำงานแต่แรงระเบิดไม่สามารถทำลายแกนกลางของเตาปฏิกรณ์ลงได้ ประธาน Shinra ที่คอยสังเกตุการณ์อยู่ที่หน้าจอมอนิเตอร์จึงได้ออกคำสั่งให้หุ่นยนต์รอบๆบริเวณนั้นยิงทำลายเตาปฏิกรณ์ของเขาเอง จนทำให้เตาปฏิกรณ์เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง

 

ประตูลิฟท์เปิดออก Cloud และ Barret หนีออกมารวมตัวกับ Jessie, Biggs, และ Wedge อีกครั้ง ตลอดทางที่พวกเขาหลบหนีก็มีการระเบิดและไฟไหม้อยู่ทั่วบริเวณ แล้วซากอาคารก็ตกใส่ Jessie จนทำให้เธอล้มลงบนพื้น Cloud เห็นเช่นนั้นจึงรีบไปพยุงร่างของเธอขึ้นมาทันที แล้วทั้งสองก็วิ่งไปต่อ ทันใดนั้นท่อเหล็กได้ตกลงมาขวางหน้า Cloud ทำให้พื้นที่เขายืนขาดออกจากกัน Cloud ได้แสดงทักษะเอาตัวรอดมาได้อย่างงดงามจนทำให้ Jessie เกิดความประทับใจจนต้องเอ่ยปากชม Cloud หันมายิ้มให้เล็กน้อย

Jessie ชื่นชม Cloud ที่แสดงทักษะเอาตัวรอดมาได้อย่างหวุดหวิด

 

ในเมืองผู้คนเริ่มแตกตื่นกับภาพการระเบิดของเตาปฏิกรณ์ Mako ที่รุนแรงอย่างมาก ความเสียหายทำให้ไฟดับไปทั่วบริเวณ

 

ถึงตอนนี้กลุ่ม AVALANCHE ทำภารกิจสำเร็จและยังสามารถเอาชีวิตรอดออกมาได้ทั้งหมดอีกด้วย แม้ว่าเมืองจะได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากจากจากแรงระเบิด ถึงกระนั้นกลุ่ม AVALANCHE ก็ยังยึดมั่นในเป้าหมายของกลุ่มที่ยิ่งใหญ่กว่านั่นก็คือการปกป้องโลกนั่นเอง

 

หลังเกิดเหตุระเบิดทาง Shinra ได้ประกาศข่าวเหตุก่อการร้ายที่เกิดขึ้นกับเตาปฏิกรณ์ Mako 1 ให้แก่ประชาชนได้รับทราบ การระเบิดทำให้เกิดความเสียหายแก่เมือง Midgar Sector 1 กับ Sector 8 และประกาศว่าอาคารรอบบริเวณดังกล่าวได้รับความสียหายเป็นจำนวนมากและประชาชนในพื้นที่อาจได้รับอันตราย

เตาปฏิกรณ์ Mako ระเบิดอย่างรุนแรง

 

เมื่อกลุ่ม AVALANCHE ได้หนีออกมาตัวเมืองได้สำเร็จ พวกเขาก็ได้เห็นภาพประชาชนกำลังเดือดร้อนและได้รับบาดเจ็บไปทั่ว เมืองก็ได้รับความเสียหายเกินกว่าที่พวกเขาคาดคิด ทุกคนแทบไม่เชื่อสายตาว่าเหตุทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะพวกเขา

 

Biggs: นี่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะพวกเรา... ใช่ไหม?
Wedge: แล้วถ้ามันใช่หล่ะ
Cloud: อะไรที่เกิดขึ้นไปแล้ว ก็ให้มันแล้วไป
Barret: ทหารรับจ้างพูดถูกต้อง
Barret: มันอาจจะดูไม่ดีนัก แต่พวกเราหยุดไม่ได้แล้ว นี่แค่เตาปฏิกรณ์แรกเท่านั้น [เมือง Midgar มีเตาปฏิกรณ์อยู่ 8 เตา]
Barret: และโลกใบนี้ก็ยังไม่ปลอดภัยจนกว่าเราจะกำจัดเตาปฏิกรณ์ที่เหลือ
Biggs: ใช่แล้ว... พวกเรารู้อยู่แก่ใจว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้
Wedge: และที่เห็นอยู่นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้น...
Barret: พวกนายทุกคนจะต้องมองภาพให้ใหญ่ขึ้น ไม่มีสิ่งมีค่าใดที่คู่ควรจะต่อสู้เพื่อแยกชิงให้ได้มาโดยไม่มีความสูญเสีย
Barret: แม้ว่าพวกนายจะไม่ได้ร้องไห้ออกมา แต่ฉันก็รู้ว่าพวกนายกำลังเจ็บปวด เหมือนโลกที่กำลังเจ็บปวดอยู่ในขณะนี้
Barret: แต่มันจะผ่านไปได้ด้วยดี เพราะว่าฉันจะอยู่ตรงนี้เพื่อนาย!
Barret: เพื่อที่จะช่วยแบ่งเบาภาระที่นายแบกเอาไว้!
Barret: [ฺฺBarret เดินไปมองหน้าเพื่อนทั้งสามของเขาแล้วพูดว่า] นายอาจจะหวาดกลัว... นายอาจจะหวาดวิตก... นายอาจจะกังวล...
Barret: [หันไปมอง Cloud] และก็ใช่ เงินของนาย...
Cloud: [ถอนหายใจเมื่อถูกประชด มองบน]
Barret: ไม่ว่าพวกนายจะมีปัญหาอะไร ฉันจะช่วยพวกนายเอง
Biggs: แล้วเราจะทำอะไรต่อไป? หัวหน้า
Barret:นั่นง่ายมาก!
Barret: เราก็ย้ายคูดกลับบ้านกันไง!

Barret พูดให้กำลังใจทุกคนหลังจบภารกิจ

 

ว่าแล้วทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปขึ้นรถไฟกลับบ้าน Cloud ได้เอ่ยปากถามเรื่องเงินของเขา แต่ Barret ได้ตอบกลับไปว่าเขาจะได้ค่าจ้างเมื่อทั้งหมดกลับถึงฐานแล้ว ระหว่างทางไปสถานีรถไฟ Jessie ได้นำ Materia มาให้ Cloud เพื่อเป็นการขอบคุณที่ Cloud ได้ช่วยชีวิตของเธอเอาไว้

Jessie นำ Materia มาให้ Cloud เพื่อเป็นการขอบคุณ

 

Cloud เดินผ่านเมืองที่เสียหาย ผู้คนร้องขอความช่วยเหลืออยู่ทั่วบริเวณ เขาเดินมาถึงตึกแห่งหนึ่งที่กำลังเกิดไฟไหม้ แล้วก็มีภาพเหตุการณ์ความทรงจำบางอย่างก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขา มันเป็นภาพเมืองที่ถูกเผาเป็นทะเลเพลิง และที่นั่นเขาก็เห็น Sephiroth ยืนหันหลังอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิงSephiroth ค่อยๆหันหน้ากลับมามองเขา

ภาพ Sephiroth ที่ยืนอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิงปรากฏขึ้นในหัวของ Cloud

 

แล้ว Cloud ก็ได้สติกลับคืนมาอีกครั้ง เขายังรู้สึกตระหนกกับภาพเหตุการณ์ที่ได้เห็น เขาพยายามรวบรวมสติแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วเขาก็หันหลังหมายเดินจากไป ทันใดนั้นเอง Sephiroth ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขาในระยะประชิด Cloud เงยหน้าขึ้นมอง Sephiroth อย่างตื่นตระหนก และกระโดดถอยห่างจาก Sephiroth มือของเขาจับดาบเตรียมต่อสู้ ทันใดนั้นตึกข้างๆเกิดถล่มลงมาอย่างรุนแรง จน Cloud ต้องก้มหน้าหลบ เมื่อมองขึ้นมาอีกครั้งก็เห็น Sephiroth กำลังเดินจากไปจนลับตาไป

Cloud กระโดดถอยออกมาเมื่อเห็น Sephiroth ปรากฏขึ้นต่อหน้า

 

Cloud สับสนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่มันใช่เรื่องจริงหรือไม่ ตอนนี้เขามีอาการวิตกอย่างเห็นได้ชัด เขาค่อยๆเดินตาม Sephiroth ไปจนถึงตรอกแห่งหนึ่ง แล้ว Sephiroth ก็หยุดลงแล้วหันมาเผชิญหน้ากับ Cloud

 

Cloud: แกไม่ใช่ของจริง... แกมัน... ตายไปแล้ว!
Sephiroth: ฉันหน่ะเหรอ?
Cloud: ฉันฆ่าแกด้วยมือของฉันเอง...
Sephiroth: โอ้ นายไม่ต้องมาพูดเตือนความจำของฉันหรอกนะ
Sephiroth: มันเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมของเราทั้งคู่
Sephiroth: แต่ตอนนั้นก็คือตอนนั้น และนี่คือตอนนี้ ฉันมีอะไรอยากจะขอสักหน่อย
Sephiroth: โลกที่เรารักกำลังจะตาย
Sephiroth: อย่างช้าๆ อย่างเงียบๆ และอย่างเจ็บปวด
Sephiroth: นายจะทนดูโลกต้องทนทุกข์ทรมานได้หรือ... Cloud?

Sephiroth ยิ้มอย่างมีเลศนัย

 

[ภาพตัดมายังบ้านหลังหนึ่งที่กำลังลุกไหม้ Cloud กำลังทรุดตัวลงบนพิ้นเงยหน้าขึ้นมา]

 

Cloud: แม่... แม่... [Cloud ค่อยๆคลานไปที่บ้านที่เกิดไฟลุกท่วม]
Sephiroth: โลกจะตายหรือไม่ หลายสื่งเหลือเกินที่จะต้องสูญเสียไป เมืองเกิดของนายกำลังลุกไหม้สว่างไสว...
Sephiroth: เสียงร้องของเธอที่อ้อนวอนขอให้ฉันไว้ชีวิตนาย
Sephiroth: ร่างกายที่สั่นไหวของเธอต้องยอมสยบให้แก่เหล็กที่เยือกเย็น [ดาบของเขา]

Cloud พยายามตะเกียกตะกายไปยังบ้านที่ไฟลุกท่วม

 

[ภาพตัดมายังสถานการณ์ปัจจุบัน]

 

Sephiroth: สิ่งที่เคยผูกพันเราไว้ด้วยกันมันไม่มีอีกแล้ว และฉันก็รังเกียจที่จะมีชีวิตอยู่ในโลกแบบนั้น
Sephiroth: ซึ่งนี่เองที่เป็นสาเหตุที่ฉันอยากจะขออะไรนายสักอย่าง
Sephiroth: ไม่ต้องห่วงมันเป็นคำขอที่ง่ายมาก
Sephiroth: วิ่ง Cloud... วิ่งหนีไป
Sephiroth: นายจะต้องไป... นายจะต้องมีชีวิตอยู่ (น่าจะเป็นคำพูดของแม่ Cloud)
Cloud: [เอื้อมมือไปจับดาบแล้วพูดว่า] แกไอ้สารเลว!

Cloud กระโจนเข้าใส่ Sephiroth

 

ว่าแล้ว Cloud ก็กระโจนเข้าหา Sephiroth และฟาดดาบใส่ในทันที Sephiroth กลับยิ้มอย่างเยือกเย็น ดาบของ Cloud พลาดเป้า แล้วร่างของ Sephiroth ก็หายไปอย่างลึกลับ แว่วเสียงของ Sephiroth ดังขึ้นมาว่า

 

Sephiroth: ดี Cloud ดีมาก
Sephiroth: จำความรู้สึกเกลียดชังนั้นไว้

 

สิ้นเสียง Cloud ก็พบว่าตัวเองอยู่ในตรอกเพียงลำพัง เขาเก็บดาบและสงบใจ เขาคิดว่าภาพที่เขาเห็นอาจจะเพราะควันจาก Mako ก็เป็นได้ที่ทำให้เขาเกิดภาพหลอน ว่าแล้ว Cloud ก็หาทางไปสถานีรถไฟต่อไปจนเขามาพบกับสาวขายดอกไม้คนหนึ่ง

 

สาวขายดอกไม้ถูกควันลึกลับรังควานเธออยู่ เธอพยายามจะปัดป้องควันเหล่านั้นให้ออกไป Cloud มองไปที่สาวคนนั้นและเห็น Sephiroth ปรากฏขึ้นข้างกายของเธอ Sephiroth เอามือจับไปที่ไหล่ของสาวขายดอกไม้แล้วเหมือนว่าเวลาจะหยุดลง

สาวขายดอกไม้หันมามอง Cloud พร้อมกับร่าง Sephiroth ที่ปรากฏกายขึ้น

 

Sephiroth จับไหล่สาวขายดอกไม้ เขายิ้มและจ้องมาที่ Cloud ทำให้ Cloud ตกใจกับภาพที่เห็น แล้ว Sephiroth ก็พูดขึ้นว่า

 

Sephiroth: นายมันอ่อนแอเกินไปที่จะช่วยเหลือคนอื่น
Sephiroth: แม้แต่ตัวเองยังช่วยไม่ได้เลย

 

สาวขายดอกไม้เมื่อเห็น Cloud กำลังเจ็บปวดศีรษะเอามือกุมหัวอยู่ เธอจึงเข้ามาพูดกับ Cloud

 

สาวขายดอกไม้: เธอเป็นอะไรไหม!?
สาวขายดอกไม้: เฮ้... นายเป็นอะไรไหม?
Cloud: ฉันสบายดี [ว่าแล้วก็เดินจากไป]

สาวขายดอกไม้เข้ามาดูอาการของ Cloud

 

สาวขายดอกไม้วิ่งตามมาดักหน้า Cloud แล้วพูดว่า

 

สาวขายดอกไม้: รับนี่ไว้สิ ฉันให้ [ว่าแล้วก็ยื่นดอกไม้ให้ Cloud]
Cloud: ดอกไม้?
สาวขายดอกไม้: ใช่แล้วหล่ะ มันเป็นของขวัญ
สาวขายดอกไม้: ก็ที่นายช่วยไล่ พวกนั้นไปให้ไง [ควัน]
Cloud: พวกไหน?
สาวขายดอกไม้: ช่างมันเถอะ คิดซะว่ามันเป็นของที่ระลึก
Cloud: ก็แค่โชคดี... [เหมือนบ่นกับตัวเอง]
สาวขายดอกไม้: ฉันได้ยินนะ [แล้วเธอก็ยื่นดอกไม้ให้แก่ Cloud]
Cloud: เท่าไหร่
สาวขายดอกไม้: อึ่ม นั่นก็แล้วแต่ว่าลูกค้าเป็นใคร
สาวขายดอกไม้: สำหรับเธอแล้ว...
สาวขายดอกไม้: ฉันให้ฟรี
Cloud: หา?
สาวขายดอกไม้: คนที่รักกันมักจะให้ดอกไม้ชนิดนี้เมื่อทั้งสองกลับมาเจอกัน [พูดจบสาวขายดอกไม้ก็นำดอกไม้มาปักที่อก Cloud]
Cloud: [ถอนหายใจแล้วพูดว่า] นี่ฟังนะฉันไปเกี่ยวข้องกับเรื่องอันตรายหลายเรื่อง
สาวขายดอกไม้: โอ้ ฉันก็คิดว่านายก็น่าจะเป็นแบบนั้นแหละ แล้วไงต่อ?
Cloud: ก็อยู่ห่างๆฉันไว้
สาวขายดอกไม้: เดี๋ยวนะ เธอคิดว่ามีคนอยากจะทำร้ายเธออย่างงั้นเหรอ? หรือว่านี่คือสิ่งที่ทำให้เธอเศร้าอย่างงั้นหรือเปล่า?
สาวขายดอกไม้: ใจเย็นน่า
สาวขายดอกไม้: ไม่มีใครจะทำร้ายเธอหรอก ฉันสัญญา
Cloud: เฮ้ ฟังนะเตาปฏิกรณ์ Mako เพิ่งระเบิด
Cloud: เธอไม่ควรจะมาขายดอกไม้อยู่แถวนี้

สาวขายดอกไม้ให้ดอกไม้แก่ Cloud

 

พูดยังไม่ทันขาดคำ ก็มีแรงระเบิดเกิดขึ้นทำให้พื้นสั่นสะเทือน แรงสั่นทำให้ตระกร้าดอกไม้ตกพื้น แล้วเธอก็ทำท่าปักป้องอะไรบางอย่าง Cloud ก็มองอาการของเธออย่างประหลาดใจ สาวขายดอกไม้พุ่งมาดึงแขน Cloud ขอให้เขาช่วยเธอ ทันทีที่เธอจับแขน Cloud เขาก็มองเห็นควันประหลาดสีดำลอยวนไปรอบตัวของสาวขายดอกไม้ ทำให้ Cloud ถึงกับตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า มีควันกลุ่มหนึ่งพุ่งเข้ามา Cloud จึงเอาดาบฟันจนสลายไป สาวขายดอกไม้ร้องขึ้นมาว่า “พวกมันคือตัวอะไร?”

Cloud ปกป้องสาวขายดอกไม้จากควันปริศนา

 

ทันใดนั้นก็มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ Shinra กลุ่มหนึ่งพุ่งตรงมาที่ Cloud แล้วบอกให้เขาวางอาวุธลงเดี๋ยวนี้ Cloud รู้สึกแปลกใจที่เจ้าหน้าที่คนอื่นมองไม่เห็นกลุ่มควันเหล่านี้

 

Cloud: ที่พวกนายตาบอดหรือไง?
สาวขายดอกไม้: รู้ไหม นายพูดถูก!

 

พูดจบก็มีควันพุ่งเข้าหาสาวขายดอกไม้ทำให้เธอวิ่งเตลิดไป Cloud ร้องเรียกให้เธอหยุดก่อน แต่สาวขายดอกไม้กลับหันหน้ามาแล้วบอกว่า “ยินดีที่ได้เจอเธอนะ” ว่าแล้วเธอก็วิ่งหนีไป พร้อมกับกลุ่มควันที่ไล่ตามเธอ

สาวขายดอกไม้หันมาบอกกลับกับ Cloud ว่า ยินดีที่ได้รู้จัก ก่อนจะวิ่งหนีไป

 

เมื่อสาวขายดอกไม้จากไปก็ปล่อยให้ Cloud กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเผชิญหน้ากัน เจ้าหน้าที่บอกให้ Cloud วางดาบของเขาลงบนพื้น แต่ Cloud กลับยกดาบขึ้นเตรียมต่อสู้ ขณะนี้เขาตกเป็นบุคคลที่เจ้าหน้าที่ต้องการตัวไปเสียแล้ว เขาต้องฝ่าด่านของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนมากที่ออกตามล่าเขาไปยังสถานีรถไฟ

 

ในระหว่างหลบหนี Cloud โดนเจ้าหน้าที่ล้อมอยู่ใน Sector 8 หนึ่งในเจ้าหน้าที่ มีคนหนึ่งจำ Cloud ได้และพยายามจะห้ามเจ้าหน้าที่คนอื่น แต่ไม่เป็นผล ขณะเดียวกันนั้นเองที่ Cloud เกิดมีอาการเจ็บศีรษะขึ้นอีกครั้ง ไม่ทันไรเจ้าหน้าที่ก็บุกจู่โจมเข้ามา Cloud พยายามจะฝ่าวงล้อมหนีออกมาให้จงได้ แต่เจ้าหน้าที่ก็มากันเป็นจำนวนมาก การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด จนสุดท้ายมีรถไฟขบวนหนึ่งวิ่งผ่านมาพอดี Cloud จึงฉวยโอกาสหนีกระโดดลงไปบนหลังคารถไฟ ทำให้เขาสามารถหลบหนีออกมาได้สำเร็จ

Cloud ฝ่าด่านรักษาการปลอดภัย

 

บนขบวนรถไฟ กลุ่ม AVALANCHE ได้หลบหนีเข้ามาอยู่ในตู้รถไฟได้สำเร็จ Wedge เริ่มเป็นห่วงว่า Cloud จะหนีออกมาได้ไหม แต่ Biggs เชื่อว่า Cloud ต้องไม่เป็นไรแน่ๆ ไม่ทันขาดคำ Cloud ก็กระโดดเข้ามาในขบวนรถไฟที่ทุกคนหลบซ่อนอยู่ Barret พลั้งปากพูดออกมาว่า “นายกำลังทำให้ฉันรู้สึกเป็นห่วงอยู่พอดี” พอพูดจบทุกคนแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินว่าจะหลุดออกมาจากปาก Barret ทำให้ Barret ต้องแก้เก้อด้วยการโวยออกมาว่า Cloud นายไปอยู่ที่ไหนมา Cloud จึงตอบกลับไปว่าเขาได้ไปเจอเจ้าหน้ากลุ่มใหญ่ที่พยายามจะสกัดเขาเอาไว้แต่เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้เขาสามารถล่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยออกไปจากสถานีรถไฟและทำให้คนอื่นๆสามารถหลบหนีมาได้โดยง่าย

 

Barret เมื่อได้ฟังคำตอบก็หมายจะเดินจากไป แต่ Cloud บอกกับทุกคนว่าเขามีอะไรอยากจะถาม

 

Cloud: พวกนายเคยถูกศัตรูที่มองไม่เห็นโจมตีไหม? [ทุกคนถึงกับงงกับคำถามนี้]
Cloud: พวกมันใส่เสื้อคลุม ไปมาดั่งสายลม
Biggs: ไหนนายบอกว่ามันมองไม่เห็นไง
Cloud: ใช่แล้วในตอนแรกฉันก็มองไม่เห็น แต่เมื่อเธอจับตัวฉันก็ทำให้ฉันมองเห็นพวกมัน
Jessie: หรือว่าจะเป็นอาวุธใหม่ของ Shinra หรือเปล่า?
ฺBarret: หึ ฟังดูเหมือนอาการหวาดระแวง จิตหลอน!
Cloud: เฮ้อ ช่างเถอะ ถือซะว่าฉันไม่ได้พูดอะไร [แล้วก็หันตัวหนีไป]
Barret: งันก็ตามใจแก มาเร็ว รีบไปได้แล้ว

 

แล้ว Barret ก็พาทุกคนเดินออกไปยังตู้หน้าขบวน

Cloud กลับมารวมกับพวก AVALANCHE ได้สำเร็จ

 

บนขบวนรถไฟผู้คนเริ่มคุยกับเรื่องการก่อการร้ายของ AVALANCHE ทำให้คนในเมืองเดือดร้อน Barret เมื่อได้ยินก็เริ่มมีอารมณ์และโต้เถียงกับคนในรถจนคนอื่นๆต้องถอยห่างจาก Barret ทันใดนั้นเองก็มีประกาศว่าจะมีการตรวจบัตรประชาขนผู้โดยสารบนรถ Jessie บอก Cloud ว่าไม่ต้องกังวล เครื่องตรวจบัตรไม่น่าจะเจออะไรผิดปกติ บัตรปลอมที่พวกเขาใช้น่าจะปลอดภัย

 

Barret บอกให้ Cloud ดูพวกที่อาศัยอยู่ด้านบนของเมือง คนพวกนั้นเป็นตัวปัญหาที่ทำให้คนจนที่อยู่ด้านล่างต้องดิ้นรนหาทางอยู่รอด พลังงานที่ถูกดูดไปกำลังทำให้พื้นดินแห้งเป็นผง ดอกไม้ก็ล้มตาย อากาศเป็นพิษ Cloud บอก Barret ว่าให้หนีไปอยู่ที่อื่นสิ แต่ Barret กล่าวว่า มันอาจจะเป็นทางออกที่ดีถ้านายอยู่เพียงลำพัง แต่มีคนอีกมากมายที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้

Barret เริ่มพูดให้ Cloud ได้คิดถึงการทำเพื่อคนอื่น

 

เมื่อทุกคนมาถึงสถานีที่ Sector 7 อย่างปลอดภัยภารกิจของพวกเขาก็จบลง เหล่า AVALANCHE เริ่มฉลองความสำเร็จของพวกเขา และเตรียมตัวในภารกิจต่อไป Barret หันไปบอกกับ Cloud ให้ไปเจอกันที่บาร์ Seventh Heaven ร้านที่ Tifa ทำงานอยู่ และกำชับให้เขารีบกลับไปอีกด้วย เพราะว่า Tifa อาจจะเป็นห่วง ว่าแล้ว Barret ก็รีบจากไปเพื่อหาลูกสาวของเขา

 

ระกว่างทาง Cloud เริ่มเห็นภาพหลอน และเห็นกลุ่มควันประหลาดปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

AVALANCHE ประกาศชัยชนะในภารกิจของพวกเขา

 

เมื่อ Cloud มาถึงบาร์ Seventh Heaven ก็พบ Tifa และลูกสาวของ Barret ชื่อ Marlene ทั้งสองรอพวกเขาอยู่ที่หน้าร้าน Marlene ดีใจเมื่อเห็นว่าพ่อของเธอกลับมาอย่างปลอดภัย เธอวิ่งไปกอดกับ Barret และหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน Tifa ส่งยิ้มให้แก่ Cloud ที่หน้าประตู

Tifa หันมาส่งยิ้มให้ Cloud ที่หน้าร้าน Seventh Heaven

 

Tifa: นายปลอยถัยกลับมา
Tifa: นี่นายไปเอามาจากไหน [Tifa ชี้ไปที่ดอกไม้ที่อกของ Cloud]
Tifa: ฉันแทบจำไม่ได้แล้วว่าเคยเห็นดอกไม้จริงๆครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

 

เมื่อพูดถึงตอนนี้ Cloud จึงเอื้อมมือไปหยิบดอกไม้แล้วส่งให้ Tifa
Tifa ทำหน้าประหลาดใจแล้วก็ยิ้มอย่างเขินอาย เธอรับดอกไม้มาแล้วพูดว่า

 

Tifa: น่ารักจริงๆ นี่นายเป็นช่างคิดแบบนี้ตั่งแต่เมื่อไหร่
Cloud: ผู้ชายก็เปลี่ยนกันได้ ก็มันตั้ง 5 ปีแล้วนี่
Tifa: หา?
Cloud: ฉันต้องคุยกับ Barret
Tifa: จริงด้วย เข้ามาสิ

Tifa ยิ้มอย่างเขินๆเมื่อได้รับดอกไม้จาก Cloud

 

เมื่อเข้ามาในร้าน Cloud ได้เข้าไปคุยกับ Barret เรื่องค่าจ้าง Barret บอก Cloud ให้คุยเรื่องนี้กับ Tifa ได้เลย Cloud หันไปเห็น Marlene เลยเข้าไปทัก แต่ปรากฏว่า Marlene กลับวิ่งหนี Cloud ไปหลบที่หลังบาร์ Barret เข้าใจผิดคิดว่า Cloud ไปทำอะไรให้ลูกสาวเขากลัวจึงเข้าไปพลักอก Cloud ทันที ทันใดนั้น Marlene ก็เฉลยว่าที่เธอมาหลบเพราะพ่อสอนไว้ไม่ให้คุยกับคนแปลกหน้า เมื่อ Barret ได้ยินเช่นนั้นจึงเข้าไปปลอบลูกสาวเขาแล้วพาเธอไปนอน ปล่อยให้ Cloud อยู่กับ Tifa เพียงลำพัง

 

Tifa: แล้ว จะให้ฉันช่วยอะไรนายได้บ้าง?
Cloud: [เดินมาหา Tifa แล้วพูดว่า] เงินของฉัน ฉันยังรอรับเงินอยู่
Tifa: อ่า... จริงสินะ... [Tifa เดินเข้ามาหา Cloud แล้วพูดว่า]
Tifa: เรื่องนั้น... เราควรออกไปคุยกันข้างนอก

Tifa ถาม Cloud ว่าจะให้เธอช่วยอะไร

 

Cloud ตาม Tifa ออกมาข้างนอกร้าน

 

Tifa: ก่อนที่เราจะพูดถึงเรื่องเงิน...
Tifa: มีอพาร์ทเม้นท์วางอยู่สุดถนนนี้เอง แม้ว่ามันจะไม่หรูหรานัก แต่ก็...
Tifa: ฉันคิดว่านายน่าจะพักอยู่ที่นั่นนะ
Tifa: คนที่เป็นเจ้าของเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ดังนั้นนายไม่จำเป็นจะต้องจ่ายค่าเช่าเลย! เข้าท่าใช่ไหมหล่ะ?
Cloud: แน่นอนสิ ขอบใจนะ
Tifa: [หัวเราะอย่างดีใจ] งั้นตามฉันมาเลย

 

ระหว่างที่เดินทางไป Tifa ก็บอกกับ Cloud

 

Tifa: สถานการณ์ข้างบนนั้นเป็นอย่าไรบ้าง [หมายถึงบนเตาปฏิกรรณ์]
Cloud: มันก็... วุ่นวาย...
Tifa: ขอโทษด้วยนะที่ลากเธอเข้ามาเกี่ยงข้องในเรื่องนี้ มันเป็นความผิดของฉันที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในอันตรายแบบนั้น ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำอีก
Cloud: อันตรายเป็นส่วนหนึ่งของงานฉันอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงฉันหรอก
Tifa: จะพยายามไม่ห่วงละกัน
Cloud: รู้สึกยินดีที่ได้ช่วยทำให้ Shinra ต้องเดือดร้อน

 

เมื่อทั้งสองมาถึงอพาร์ทเม้นท์ Tifa บอกว่าเธอพักอยู่ที่ห้อง 201 แล้วเธอก็บอก Cloud ว่าให้เขาพักอยู่ ห้อง 202 เธอบอกให้ Cloud สบายใจได้เพราะเธอบอกเจ้าของอพาร์ทเม้นท์เอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะมีเพื่อนมาอยู่ห้องนี้ เมื่อ Cloud ถามว่าแล้วใครอยู่ห้อง 203 Tifa ทำท่าทางอึดอัดเล็กน้อยแล้วบอกว่าเธอจะแนะนำให้เขารู้จักพรุ่งนี้เช้า

Tifa พา Cloud มาพักที่อพาร์ทเม้นท์ เธอเตรียมห้องให้เขาล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว

 

ทั้งสองเข้าไปในห้องของ Cloud

 

Tifa: ห้องอาจจะโล่งนิดหน่อย แต่น่าจะเพียงพอให้เธอได้นอนพัก
Tifa: ถ้าเธออยากได้อะไรเพิ่ม พวกเราจะหามาให้
Cloud: มีสิ เงินของฉัน พวกเธอเป็นหนี้ฉัน 2000 จำได้ไหม
Tifa: จำได้สิ เราอยากจะจ่ายให้โดยเฉพาะนี่เป็นงานแรกที่นายมาร่วมงานกับพวกเรา แต่ว่า... [Tifa ยื่นเงิน 500 Gil ให้แก่ Cloud]
Cloud: มีแค่นี้เหรอ?
Tifa: ขอโทษด้วย พวกเราใช้เงินที่เหลือเพื่อเตรียมการสำหรับภารกิจนี้ เรามีเท่านี้จริงๆ
Tifa: แต่ขอเวลาอีกไม่นาน ฉันจะเก็บเงินค่าตัวกรองน้ำพรุ่งนี้ แล้วจะมาจ่ายให้เธอที่หลัง
Cloud: [ถอนหายใจ] เธอแน่ใจเหรอ?
Tifa: แน่นอน... ถ้าได้นายมาช่วย แต่... เดี๋ยวก่อนนะ ฉันก็ต้องจ่ายให้นายที่มาช่วยด้วยสินะ งั้นไม่เป็นไรหรอก
Cloud: ไม่เป็นไร เราตกลงกันไว้ที่ 2000 ดังนั้นจ่ายให้ฉันให้ครบก็พอแล้ว
Cloud: เธอจ่ายให้ฉันมาบางส่วน ก็เหลืออีก 1500
Tifa: เธอดีสุดๆเลย!
Tifa: แล้วเจอกันที่บาร์ในตอนเช้านะ
Tifa: ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกอย่าง หลับฝันดี!

ขณะที่ Cloud กำลังหลับอยู่เขาได้ยินเสียงประหลาดปลุกเขาขึ้นมา

 

พูดจบ Tifa ก็เดินออกไป Cloud เก็บดาบของเขาแล้วเข้านอน กลางดึกคืนนั้นเขาได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากห้อง 203 ทำให้เขากระโดดขึ้นมาจากเตียงในทันที เขาเดินออกจากห้องไปยังห้อง 203 แล้วก็ตะโกนถามว่า “เฮ้ นายเป็นอะไรไหม?” แต่เสียงประหลาดก็ยังดังไม่หยุด Cloud จึงเปิดประตูห้องเข้าไป ในห้องเขาพบ Sephiroth กำลังเดินมาเข้ามา เขาชักดาบของเขาออกมาอย่างรีบร้อนจนเสียหลักล้มลง Sephiroth จึงกระโจนเข้าไปค่อมร่างของเขา เขาเตะ Sephiroth กระเด็นออกไปแล้วเงื้อดาบหมายจะฟันใส่ ทันใดนั้นเอง Tifa ออกมาตะโกนบอกให้ Cloud หยุด แต่ Cloud บอกให้ Tifa รีบกลับเข้าไปหลบข้างในห้อง Sephiroth ได้จังหว่ะจึงคว้าขาของเขาเอาไว้ เขาร้องให้ปล่อย แล้วก็ปรากฏภาพคนในชุดเสื้อคลุมจำนวนหนึ่งขึ้นมาในหัวของ Cloud คนเหล่านั้นพูดแต่คำว่า “กลับมารวมตัวกันใหม่” (Reunion)

ภาพคนในเสื้อคลุมที่ปรากฏขึ้นในหัวของ Cloud

 

พอได้สติกลับมา Cloud มองไปที่คนที่เกาะขาเขาอีกคร้้งกลับพบเป็นคนในชุดเสื้อคลุมนอนอ่อนแรงอยู่บนพื้น เขาลดดาบลงแล้วเดินถอยหลังไป ในขณะที่ Tifa วิ่งเข้ามาพยุงร่างของชายคนนั้นขึ้น

 

Tifa: เธอทำอะไร Marco? นี่เป็นห้องของเขา
Tifa: เขามีปัญหานิดหน่อย แต่เขาก็ไม่ได้เป็นคนไม่ดี
Tifa: เจ้าของอพาร์ทเม้นท์ขอให้ฉันมาดูเขาเป็นระยะๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่เป็นอะไร

 

[ตอนนั้นเองที่ Cloud สังเกตุเห็นรอยสักหมายเลข 49 ที่ต้นแขนของ Marco]

 

Tifa: ฉันขอร้องให้นายช่วยทำแบบเดียวกับฉันได้ไหม
Cloud: ได้สิ

Tifa ขอให้ Cloud รับปากเธอว่าจะดูแล Marco

 

Cloud ตื่นมาอีกครั้งในตอนเช้า เขาเดินออกจากห้องลงไปชั้นล่าง ที่นั่น Cloud ได้พบกับหญิงชราคนหนึ่ง หญิงชราพูดขึ้นว่า “เธอต้องเป็น Cloud แน่ๆ” แล้วเธอก็แนะนำตัวเองว่าชื่อ Marle เป็นเจ้าของอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้ ถ้า Cloud อยากรู้เรื่องอะไรก็ถามเธอได้เลย แม้แต่เรื่องของ Tifa เมื่อได้ยินเช่นนั้น Cloud จึงถามถึงความสัมพันธ์ของทั้งสอง Marle บอกว่าเธอรัก Tifa เหมือนหลานแท้ๆ และถ้า Cloud ทำร้ายเธอละก็ เธอจะไม่ปล่อยไว้แน่

 

เสร็จแล้ว Cloud ก็เดินทางมาที่บาร์ Seventh Heaven เมื่อเขาเจอ Tifa ทั้งสองก็กล่าวทักทายกัน Tifa บอกให้ Cloud รู้ว่า Marlene ยังหลับอยู่ แล้วเธอก็เข้าเรื่องงานที่อยากให้ Cloud ช่วยทันที เธอบอกว่าเธอต้องการให้ Cloud มาช่วยเปลี่ยนตัวกรองน้ำให้ ทุกบ้านแถวนี้ต้องใช้ที่กรองน้ำเพื่อกำจัดกลิ่นเหม็นของน้ำออกไป และนี่เป็นธุระกิจที่ทำเงินได้มาก Cloud บอก Tifa ว่าเขาเป็น SOLDIER นะไม่ใช่พนักงานขาย แต่ Tifa ก็ใช้สายตาอ้อนวอนจนทำให้ Cloud ปฏิเสธเธอไม่ได้ ว่าแล้ว Tifa ก็พา Cloud ออกไปช่วยเธอทำงานและถือโอกาสพา Cloud ออกทัวร์รอบๆบริเวณไปในตัว

Tifa ส่งสายตาอ้อนวอนให้ Cloud ช่วย

 

เมื่อมาถึงร้านขายอาวุธ Tifa ได้แนะนำให้ Cloud ลองทำงานเป็นคนเฝ้าระวังภัยให้แก่คนในหมู่บ้าน เพื่อให้เขามีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของคนในหมู่บ้านมากขึ้น แล้วเมื่อเขามีชื่อเสียงแล้วตอนนั้นก็จะมีคนจ้างเขาในฐานะทหารรับจ้างมากขึ้น Cloud เห็นด้วยกับไอเดียของ Tifa จึงยอมรับงานนี้ ที่ห้องทำงาน Cloud ได้พบกับ Biggs และ Wedge ที่ทำหน้าที่คอยเฝ้าระวังภัยให้แก่หมู่บ้าน Biggs เล่าว่างานนี้นอกจากจะต้องปกป้องคนในหมู่บ้านจากสัตว์ร้ายแล้วยังต้องสอนคนในหมู่บ้านให้รู้จักวิธีป้องกันตนเองอีกด้วย ว่าแล้ว Biggs ก็มองไปที่ดาบของ Cloud เขาเสนอตัวจะสอนวิธีปรับแต่งดาบให้แก่ Cloud เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของดาบ

 

เมื่อปรับแต่งดาบเสร็จแล้ว Cloud ก็ออกทำงานกำจัดเหล่ามอนสเตอร์ (สัตว์ประหลาด) ในทันที Tifa เสนอตัวจะพา Cloud ไปยัง Scrap Boulevard เพื่อล่ามอนสเตอร์ [ตอนนี้ผู้เล่นจะได้ Tifa เข้าร่วมปาร์ตี้]

กลุ่มคนเฝ้าระวังภัยคนในหมู่บ้าน

 

ทั้งสองมาถึง Scrap Boulevard แล้วก็ช่วยกันกำจัดมอนเตอร์ในทันที Tifa ประทับใจในความสามารถของ Cloud ที่เป็นอดีต SOLDIER ส่วน Cloud ก็แปลกใจที่ Tifa สามารถต่อสู้ป้องกันตัวเองได้อย่างดี Tifa บอกว่าพวกเขาไม่ได้เจอกันมา 5 ปีแล้ว เธอจำเป็นจะต้องรู้จักวิธีปกป้องตนเองด้วย

 

ไม่นานทั้งสองก็กำจัดมอนเตอร์ที่เข้ามาใน Scrap Boulevard จนหมด แล้วจึงกลับไปรายงานแก่ Biggs และ Wedge

Cloud และ Tifa ช่วยกันกำจัดมอนสเตอร์ที่ Scrap Boulevard

 

เมื่อกลับมาถึง Tifa กับ Cloud ก็บอกกับ Biggs และ Wedge ว่าพวกเขากำจัดมอนเตอร์ที่ Scrap Boulevard จนหมดแล้ว Biggs บอกว่าพวกเขาเล่าเรื่องของ Cloud ให้คนในหมู่บ้านฟังและเชื่อว่าในไม่ช้าก็จะมีคนมาจ้าง Cloud ทำงานแน่นอน Biggs ยังถาม Cloud เรื่องดาบของเขาที่ถูกปรับแต่งแล้วว่าใช้งานดีไหม Cloud ชักดาบของเขาออกมาแล้วบอกว่า ดี Biggs บอกว่า Cloud เหมาะกับดาบเล่มนี้มาก Cloud จึงตอบไปว่าเขาและดาบเล่มนี้ผ่านอะไรมาด้วยกันมากมาย พอพูดถึงตอนนี้ Cloud ก็มีอาการเจ็บศีรษะอีกครั้ง

Tifa กับ Cloud กลับมารายงานกับ Biggs และ Wedge

 

Tifa เห็น Cloud มีอาการผิดปกติด้วยความเป็นห่วงเธอจึงเอ่ยปากถามว่าเขาเป็นอะไรไหม และเกิดอะไรขึ้นบ้างตั่งแต่เขาออกจากหมูบ้านไปเป็น SOLDIER เมื่อได้ยินเช่นนั้น Cloud ก็พยายามเลี่ยงที่จะตอบ เขาบอกปัดไปว่าเรื่องมันยาว แต่ Tifa ยืนยันว่าเธอมีเวลาและอยากให้ Cloud เล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟังในภายหลัง แล้วเธอก็ชวน Cloud ให้กลับไปที่บาร์ก่อนเพื่อที่เธอจะเตรียมหางานใหม่ให้แก่เขา

Tifa เข้าไปถามอาการของ Cloud ด้วยความเป็นห่วง

 

เมื่อ Cloud และ Tifa กลับมาที่บาร์ Seventh Heaven Tifa ก็ได้พูดกับ Cloud ว่า

 

Tifa: เรากลับมาถึงแล้ว เธอน่าจะเหนื่อยแล้วหล่ะ
Cloud: ฉันเดาว่าก็น่าจะเหมือนกับเธอนั่นแหละ
Tifa: เราน่าจะหาอะไรมาดื่มเพื่อผ่อนคลายได้นะ เธอว่าไหม
Tifa: เอาเป็นค็อกเทลทำเองแสนสดชื่นให้เธอได้ลองชิมแบบสบายๆเอาไหม
Cloud: Tifa...
Tifa: ใช่ จริงๆแล้วฉันก็รู้สึกนิดหน่อยเหมือนกัน
Tifa: เฮ้... นายคิดว่าจะอยู่ต่ออีกสักหน่อยได้ไหม?
Cloud: ก็อาจจะ ฉันอยากจะทำงานหาเงินเก็บอีกสักหน่อย...
Tifa: เข้าใจแล้ว
Tifa: ถ้าอย่างนั้น อยากจะกลับไปมองหางานอีกหน่อยไหมหล่ะ?
Cloud: ก็ดีนะ

 

แล้วทั้งคู่ก็ออกไปหางานในหมู่บ้านกันต่อ

Tifa อยากให้ Cloud อยู่ที่นี่ต่ออีกสักหน่อย

 

ตอนนี้ Cloud เริ่มมีคนรู้จักมากขึ้นแล้ว เขาจึงสามารถหางานจากคนในระแวงนี้ได้ไม่ยาก ในหมู่บ้านตอนนี้ Cloud ได้พบกับคนมากมาย รวมถึง Chadley ที่เป็นเด็กฝึกงานอยู่ที่ Shinra เด็กหนุ่มคนนี้กำลังศึกษาเรื่อง Materia และเสนองานให้แก่ Cloud ให้ช่วยติด Materia ชนิดต่างๆแล้วออกไปต่อสู้กับเหล่ามอนสเตอร์ เสร็จแล้วให้นำผลที่ได้มาให้เขาเพื่อที่เขาจะนำไปพัฒนาเป็น Meteria ใหม่ๆในอนาคต

Chadley จ้าง Cloud เพื่องานวิจัย Materia

 

เมื่อทำงานเสร็จแล้ว Cloud กับ Tifa ก็กลับมาเปลี่ยนที่กรองน้ำที่อพาร์ทเม้นท์ของพวกเขา ที่หน้าอพาร์ทเม้นท์ Marle ได้เตือน Cloud ให้เป็นเพื่อนที่กีต่อ Tifa เธอบอกว่าให้เขาใส่ใจและสนใจในสิ่งที่เธอพูดอย่างแท้จริง

 

Cloud กลับมาที่ห้องของเขาแล้วก็เปลี่ยนที่กรองน้ำของเขาจนเสร็จ แล้วเขาเดินไปรอ Tifa ที่ห้องของเธอ ที่นั่นเองที่ Tifa ได้ถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่เขาออกจากหมู่บ้านไป Cloud ทำเป็นงงแต่ Tifa ไม่ยอมให้เขารอดตัวไปได้แน่คราวนี้ เธอจึงพยายามคาดคั้นให้เขาเล่าความจริงให้เธอฟังทั้งหมด

Tifa คาดคั้นให้ Cloud เล่าความจริงที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาออกจากหมู่บ้านไป

 

เมื่อ Cloud เห็นว่าไม่สามารถเลี่ยงได้จึงเริ่มเล่าให้เธอฟัง

 

Cloud: คือ เมื่อตอนที่เราเป็นเด็ก... ทุกๆคนอยากจะเป็น SOLDIER ใช่ไหมหล่ะ?
Tifa: ใช่สิ ฉันจำได้ว่ามีข่าวเรื่องนี้ออกมาทุกวันเลยในช่วงที่มีสงคราม
Cloud: เรื่องของเรื่องคือ ตอนนั้นในที่สุดฉันก็เข้ามาเป็นทหารได้สำเร็จ แต่พวกเขาไม่ต้องการฮีโร่อีกต่อไปแล้ว
Cloud: มันไม่ได้เป็นอะไรเหมือนที่เราเคยฝันไว้ มันก็แค่... ทำงานให้กับ Shinra ก็แค่นั้น...
Tifa: ฉันเสียใจด้วย ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่เธอสะเทือนใจ
Cloud: มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆที่จะเล่าให้ใครฟัง
Cloud: โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่ได้เจอกันมานาน
Tifa: ฉันเข้าใจ
Tifa: แต่คิดแล้วก็ตลกดี
Tifa: พวกเราต่างเดินกันคนละเส้นทาง คิดว่าทางที่เราเลือกจะทำให้เราไม่ได้มาเจอกัน แต่แล้วเราก็มาเจอกันอีกครั้งที่นี่
Tifa: รู้อะไรไหม พวกเราควรจะมาฉลองกัน มาแต่งตัวแล้วไปเที่ยวในเมืองกันเถอะ
Cloud: เอาจริงเหรอ?
Tifa: ทำไมหล่ะ มันน่าสนุกดีออก
Cloud: เธอมีชุดใส่ออกงานด้วยเหรอ?
Tifa: ก็ไม่เชิงว่าจะต้องแต่งสวยขนาดนั้น แต่เดี๋ยวฉันก็นึกอะไรได้เองแหละ!
Tifa: นายคิดว่าฉันควรจะแต่งยังไงดีหล่ะ หา? [ถึงตอนนี้ผู้เล่นจะสามารถเลือกตอบได้ว่าชุดแนวไหนที่เหมาะกับเธอ]
Cloud: แนวแบบแปลกใหม่ดีไหม?
Tifa: อ่า... เอาจริงเหรอ? ถ้าอย่างงั้นเรามาลองพยายามกันดู...
Cloud: งั้นแนวนักกีฬาดีไหม?
Tifa: ฉันไม่คิดว่ามันจะแตกต่างจากที่ฉันใส่อยู่ประจำหรอกนะ
Cloud: งั้นแนวเรียบร้อย?
Tifa: ฉันว่าเราไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ
Tifa: เธอต้องหาชุดที่แต่งแล้วเข้ากับฉัน ตกลงนะ
Cloud: ได้สิ
Tifa: [หัวเราะ] นี่มันจะต้องสนุกมากแน่ๆเลย เชื่อฉันสิ
Cloud: ก็อาจจะใช่
Tifa: [หัวเราะ] และสุดท้าย ฉันคิดว่าเราควรจะกลับไปที่บาร์ได้แล้วหล่ะ ไปกันเถอะ!
Cloud: เออ เธอไม่อยากจะพักแล้วเหรอ?
Tifa: พูดตามตรง ฉันรู้สึกค่อนค้างดีอยู่
Tifa: [เอามือจุ๊ปากแล้วพูด] Marle ไม่ได้พูดถูกเสมอไปหรอกนะ

Tifa ให้ Cloud เลือกแนวการแต่งกายให้เธอ

 

เมื่อทั้งสองคุยกันเสร็จแล้วพวกเขาก็กลับไปยังบาร์ Seventh Heaven เมื่อเข้าไปข้างในพวกเขาก็พบ Barret กับ Marlene รออยู่ที่บาร์ Barret บอกกับทั้งสองว่ามีเรื่องจะคุยด้วย Tifa กับ Cloud ก็รู้ทันทีว่ากลุ่ม AVALANCHE จะลงมืออีกครั้ง Cloud ได้ถามถึงเงินค่าจ้างของเขา Barret บอกว่าเขาจะได้ค่าจ้างแน่นอน แล้ว Barret ก็เข้าไปยังที่ซ่อนใต้ร้าน Seventh Heaven เพื่อไปประชุม

 

Tifa ขอโทษ Cloud ที่มีเวลาอีกไม่มากนัก เธอจึงผสมเครื่องดื่มให้ Cloud แล้วเธอก็ตาม Barret ลงไปที่ห้องลับ ไม่นาน Jessie ก็ตามเข้ามาสมทบแล้วบอกกับ Cloud ด้วยว่ามีข่าวออกไปทั่วว่าการระเบิดเตาปฏิกรณ์ Mako เป็นฝีมือของกลุ่ม AVALANCHE และพวกเขากลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของประเทศไปแล้ว ตอนนี้ทางการยังไม่รู้ว่ากลุ่มนี้มีใครบ้าง ว่าแล้ว Jessie ก็ชวน Cloud ให้ไปทำภารกิจกับพวกเขาต่อ ซึ่ง Cloud ก็ไม่ปฏิเสธถ้าเขาได้ค่าจ้างที่เหมาะสม ส่วน Jessie เองก็จะสนับสนุนให้ Cloud ได้ร่วมงานในครั้งนี้ด้วย ก่อนที่ Jessie จะลงไปที่ห้องลับเธอได้บอกกับ Cloud ด้วยว่าภารกิจหน้า Tifa ก็จะเข้าร่วมด้วย แล้วเธอก็เข้าไปประชุมอีกคน

ลีลาการผสมเหล้าของ Tifa

 

ตอนนี้ Cloud นั่งอยู่คนเดียวในบาร์ เขาจึงหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลา [ในบาร์มีมินิเกมให้เล่นและตู้เพลงให้เปิดเพลงฟัง] สักครู่ Tifa ก็กลับขึ้นมาจากห้องลับ Cloud สังเกตุได้ว่า Tifa มีเรื่องกลุ่มใจหลังจากกลับขึ้นมา Tifa หาเครื่องดื่มมานั่งดื่มกับ Cloud เธอไม่แน่ใจว่างานครั้งนี้มันใหญ่เกินตัวไปหรือเปล่า เธอบอกกับ Cloud ว่า “ฉันรู้สึกเหมือนว่ากำลังหาทางออกไม่ได้” Cloud จึงแนะนำ Tifa ว่าถ้ารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องก็อย่าทำ Tifa ไม่ตอบคำได้แต่นั่งครุ่นคิด

 

สักครู่ Jessie ก็ตามขึ้นมา แต่ Jessie ไม่มองหน้า Tifa เธอกลับไปนั่งที่อีกโต๊ะนึง สักครู่ Biggs กับ Wedge ก็ไปนั่งร่วมใโต๊ะเดียวกัน ทำให้ Tifa เดาออกว่าพวกเขาคงไม่เห็นด้วยกับที่ Tifa คิด Cloud ถาม Tifa ว่าเธอถูกเตะออกมาจากกลุ่มเหรอ Tifa ตอบว่าเราแค่เห็นพ้องกันว่าเรามีความเห็นไม่ตรงกัน

Tifa รู้สึกว่าตัวเองกำลังหาทางออกไม่ได้

 

ไม่นาน Barret ก็ตามมา เขาเดินมาหา Tifa ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม บอกว่าได้เวลาฉลองแล้วและให้ Tifa เอาของดีๆออกมาเลี้ยงฉลองกัน Tifa จึงไปเตรียมอาหาร แล้ว Barret ก็เดินไปหา Cloud แล้วบอกว่า

 

Barret: งานหน้าพวกเราไม่ต้องการนาย ไปหางานอื่นได้ตามสบายเลย
Cloud: ก็ดี ฉันก็ต้องการแบบนั้นเหมือนกัน ไม่ต้องมีสัญญา ไม่ต้องผูกมัด
Barret: ก็คิดอยู่แล้วว่านายจะพูดแบบนี้ [พูดจบก็เอาเงิน 1050 Gil วางให้บนโต๊ะ]
Barret: นี่เป็นเงินค่าจ้างที่เหลือของนาย ฉันเพิ่มพิเศษให้นิดหน่อยสำหรับบริการที่ดีของนาย
Barret: และธุระกิจระหว่างเราจบลงแค่นี้
Barret: ฉันต้องขอให้นายออกไปได้แล้ว ที่นี่เป็นเรื่องธุรกิจส่วนตัว [พูดจบ Barret ก็เดินจากไป]

Barret บอกว่าพวกเขาไม่ต้องการใช้ Cloud ในงานหน้า

 

Jessie วิ่งมาหา Cloud แล้วพูดว่า

 

Jessie: ขอโทษด้วยนะ ฉันพยายามเต็มที่แล้ว
Jessie: เราคุยกันเรื่องนี้ แต่... ท้ายที่สุด...
Jessie: เราไม่ควรจะพึ่งนายมากเกินไป นี่เป็นการต่อสู้ของพวกเรา

 

พูดจบ Biggs ก็เรียกให้ Jessie กลับไปนั่งดื่มด้วยกัน Jessie บอกกับ Biggs ว่าเดี๋ยวไป

 

Jessie: [หันไปคุยกับ Cloud] ไม่โกรธกันนะ ฮือ?
Cloud: ไม่เป็นไรหรอก
Jessie: ไว้จบเรื่องนี้แล้วเราค่อยมาคุยกันให้มากขึ้นนะ ตกลงไหม?
Cloud: ฉันไม่เป็นไร จริงๆ

 

Wedge ตะโกนเรียก Jessie เขาบอกเธอว่าเขารอจนจะตายอยู่แล้วนะ Jessie จึงหันไปบอกกับ Cloud ว่า “แล้วจะติดต่อไปอีกทีนะ” ว่าแล้วเธอก็ไปร่วมโต๊ะกับ Biggs และ Wedge

Cloud นั่งอยู่เพียงลำพัง

 

ตอนนี้ Cloud เหมือนอยู่ตัวคนเดียว เขาไม่มีธุระอะไรที่บาร์นี้อีกแล้ว เขาจึงเดินออกไปด้านนอก ที่หน้าร้าน Cloud เห็นคนกลุ่มหนึ่งยืนจับกลุ่มกันอย่างผิดสังเกตุ ท่าทางเหมือนพวกอันธพาล เขาจึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ชายคนหนึ่งในกลุ่มเดินออกมาหา Cloud ด้วยท่าทางไม่เป็นมิตร แล้วถาม Cloud ว่าเขาเห็นคนที่มีแขนเป็นปืนหรือไม่ Cloud ตอบไปว่า 500 แต่คนกลุ่มนั้นต่อเหลือ 300 และบอกให้ Cloud ตามพวกเขาไปคุยกันที่อื่น

 

เมื่อเดินมาถึงลานแห่งหนึ่ง อันธพาลกลุ่มนี้ก็บังคับให้ Cloud บอกที่อยู่ของคนที่พวกเขาตามหาออกมา แต่ Cloud ไม่ยอมบอก ทำให้พวกอันธพาลไม่พอใจ Cloud คิดว่าพวกนี้น่าจะทำงานให้แก่ Shinra แต่กลายเป็นว่ากลุ่มอันธพาลกลุ่มนี้ถูกหัวหน้าสั่งให้มาหาตัว Barret ไม่ทันไรพวกอันธพาลก็ชักอาวุธของพวกเขาออกมา Cloud จึงชักดาบเขาออกมาพร้อมต่อสู้เช่นกัน

กลุ่มนังเลงมาหาตัวชายที่มีแขนเป็นปืน

 

การต่อสู้เริ่มได้ไม่นาน Cloud ก็อัดพวกอันธพาลลงไปนอนกองอยู่บนพื้น แล้ว Cloud ก็เดินทางกลับห้องพักของเขา ที่หน้าห้อง Cloud ได้พบกับ Jessie ที่ยืนรอเขาอยู่ เมื่อ Jessie เห็น Cloud ก็ยิ้มให้แล้วพูดว่า

 

Jessie: ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะที่รัก! ใช้เวลาหวานชื่นให้เต็มที่เลย [พูดพร้อมท่าดีดดิ้น]
Cloud: [เห็นเช่นนั้นก็พูดอะไรไม่ออก] เอ่อ... เอ่อ...
Jessie: ล้อเล่น [พูดแล้วชูสองนิ้ว]
[ทั้งคู่ถอนหายใจ]
Jessie: เธอจะให้ฉันเข้าไปในห้องนายไหม เราจะได้คุยกันเป็นการส่วนตัว?

Jessie มารอหน้าห้อง Cloud พร้อมท่าทีแปลกๆ

 

แล้ว Cloud กับ Jessie ก็เข้าไปคุยกันในห้อง

 

Jessie: ฉันว่าฉันเข้าประเด็นเลยละกัน [แล้ว Jessie ก็ยื่น Summon Materia ให้แก่ Cloud]
Cloud: เธอเอาไอ้นั่นมาจากไหน
Jessie: นี่แทนคำขอโทษที่ไม่สามารถนำนายมาร่วมภารกิจกับพวกเราได้

 

Cloud ยื่นมือจะไปรับแต่ Jessie กลับชักมือออก

 

Jessie: หรืออาจจะไม่ใช่ นายคิดว่าสิ่งนี้คืออะไร
Cloud: ข้อเสนอ
Jessie: ถูกต้องแล้วหนึ่ง
Jessie: ฉันอยากจะขอให้นายเก็บเรื่องนี้เป็นความลับจากคนอื่นๆด้วยนะ
Jessie: มันเป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องที่ฉันอยากจะจัดการให้เรียบร้อยในคืนนี้
Cloud: คืนนี้เหรอ?
Jessie: คืนนี้ เธอกับฉัน ด้วยกัน
Jessie: ฉันอยากจะให้เธอพาฉันไปที่ จานด้านบนที่ Sector 7 ด้วยกัน [จานด้านบนใน Sector 7 จะเป็นเมืองที่พนักงานของ Shinra อาศัยอยู่]
Jessie: แล้วฉันจะบอกรายละเอียดให้นายทราบระหว่างทาง
Cloud: ก็ได้ แต่ไม่ใช่ว่าเธอมีเรื่องสำคัญจะต้องทำพรุ่งนี้หรอกเหรอ
Jessie: ใช่ แต่ว่า...
Jessie: ถ้าฉันไม่จัดการมันให้เรียบร้อยตอนนี้ มันก็จะมีแต่จะยากขึ้นเรื่อยๆ...
Jessie: อย่างไรก็ตาม...
Jessie: ฉันไว้ใจนายได้ถูกไหม?
Cloud: อือ
Jessie: [โยน Materia Ifrit ให้แก่ Cloud] นี่ถือเป็นของมัดจำ

 

Jessi นัดเจอกับ Cloud ที่สถานีรถไฟในตอนค่ำ แล้วเธอก็โบกมือลาจากไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม Cloud ถอนหายใจแล้วคิดว่ามันก็เป็นแค่อีกงานนึงเท่านั้น

Jessie ยื่น Materia Ifrit ให้แก่ Cloud

 

เมื่อ Cloud มาถึงสถานี ก็เจอกับ Jessie ไม่นาน Biggs กับ Wedge ก็เข็นมอเตอร์ไซค์ตามมา เขาบอกว่ารถไฟขบวนสุดท้ายออกไปแล้ว พวกเขาจึงเอารถมาให้ Jessie ประหลาดใจว่าทำไม Biggs กับ Wedge ถึงรู้ว่าเธอจะมาเจอกับ Cloud ที่นี่ แต่ Wedge บอกว่ามันเดาง่ายจะตาย เพราะเธอทำตัวแปลกๆยังไงหล่ะ Biggs ยังบอกด้วยว่าพวกเขาเดาว่า Jessie จะไปพบพ่อแม่ของเธอที่จานด้านบน ถึงตอนนี้ Jessie หันไปถาม Cloud ว่าพ่อแม่ของเขายังอยู่ไหม Cloud ตอบว่า “ไม่”

 

ว่าแล้ว Jessie จึงชวนทุกคนไปพบกับครอบครัวของเธอด้วยกัน Cloud และ Jessie ขี่มอเตอร์ไซค์คันเดียวกัน ส่วน Biggs กับ Wedge นั่งอีกคัน

Jessie กับ Cloud กำลังเดินทางไปพบพ่อแม่ของเธอ

 

ระหว่างทาง Jessie ได้สนทนากับ Cloud

 

Jessie: นายได้ยินฉันไหม
Cloud: ได้ยิน
Jessie: ฉันอยากให้นายรู้ไว้ ฉันไม่ได้จะกลับบ้านด้วยเหตุผลที่พวกนั้นเข้าใจ
Jessie: ฟังนะ นายก็เห็นใช่ไหมว่าเตาปฏิกรณ์มันระเบิดออกมาแล้วเป็นยังไง มันรุนแรงมากใช่ไหมหล่ะ?
Cloud: นั่นเป็นเพราะ Mako ไม่ใช่เหรอ เธอกำลังจะพูดเรื่องอะไร
Jessie: ใช่... แต่นั้นเป็นแค่สิ่งที่ฉันอยากจะให้เป็น
Jessie: แต่ลึกๆแล้ว ฉันรู้ว่านั่นมันเป็นความผิดของฉันเอง
Jessie: ฉันใช้ส่วนผสมของระเบิดที่มีกำลังมากกว่าที่ควร
Jessie: มันไม่น่าจะเป็นเพราะ Mako หรอก
Cloud: เอาเป็นว่าถ้าเธอคิดถูก แล้วจะทำยังไงต่อ?
Jessie: ฉันวางแผนว่าครั้งนี้จะใช้ส่วนผสมระเบิดที่น้อยลง
Jessie: แต่... ฉันติดต่อกับคนที่ส่งของให้ฉันไม่ได้ ทางเลือกของพวกเราจึงจะต้องไปปล้นเอาจากคลังเก็บอาวุธของ Shinra
Cloud: Shinra งั้นเหรอ?
Cloud: ขอให้โชคดีละกัน
Jessie: ถ้ามีนายช่วย เราไม่ต้องพึ่งโชคหรอก

 

ทันใดนั้นพวกเขาก็ขับรถมาถึงจุดติดตั้งเครื่องตรวจสอบบัตรประชาชน แต่พวกเขาก็สามารถขับผ่านเครื่องตรวจจับมาได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ด่านข้างหน้าอาจจะไม่ง่าย เพราะเครื่องจะตรวจได้ว่ามีคนเข้ามาในพื้นที่แล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่ตามมาจับกุม แต่ Jessie บอกว่าเธอไม่ห่วงเพราะพวกเธอมี Cloud อยู่ด้วย Cloud บอกว่าพวก SOLDIER จะได้รับการฝึกให้ต่อสู้ในขณะขับรถอยู่แล้ว พูดยังไม่ทันขาดคำก็มีเจ้าหน้าที่ขับรถตามมาทันที แต่ Cloud ก็กำจัดออกไปจากทางได้อย่างไม่ยากเย็น Jessie เห็นเช่นนั้นถึงกับตะโกนว่า “โอ้! ฮีโร่ของฉัน!”

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาจับ Cloud และพวก

 

การต่อสู้บนถนนได้ดำเนินต่อไปแต่ Cloud ก็สามารถผ่านมาได้อย่างไม่ยากเย็น จนฝ่ายรักษาความปลอดภัยได้ส่งหน่วย A-Team ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษออกไล่ล่า แต่ก็ยังไม่สามารถหยุด Cloud เอาไว้ได้ จนเมื่อมี SOLDIER บนมอเตอร์ไซค์สีแดงสังเกตุเห็นพวกเขาและขับตามมา Cloud เห็นแล้วว่าฝีมือการขี่มอเตอร์ไซค์ของ SOLDIER คนนี้นั้นไม่ธรรมดา

SOLDIER บนมอเตอร์ไซค์แดงคู่ใจของเขา

 

การต่อสู้บนมอเตอร์ไซค์ที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้น SOLDIER คนนี้ฝีมือไม่ธรรมดาจริงๆ ทำให้สถานการณ์ของ Cloud เริ่มตึงเคลียด SOLDIER คนนี้ได้ประกาศว่าเขาชื่อ Roche ฉายา ปีศาจความเร็ว เขามองหาคู่แข่งที่คู่ควรกับเขามาเสมอจนได้มาพบกับ Cloud สิ่งนี้ทำให้เขามีความสุขมาก

 

Roche สามารถบังคับรถมอเตอร์ไซค์ได้คล่องแคล่วเหมือนเป็นอวัยวะของเขาเอง การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด จนสุดท้าย Cloud คิดแผนได้ เขาจึงขอให้ Jessie ช่วยขับแทนเขา แล้ว Cloud ก็กระโดดจากรถของเขาไปยังรถของ Roche เขาใช้ดาบฟันที่เครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์ของ Roche จนเสียหาย Roche เห็นว่าไม่สามารถตามพวก Cloud ได้อีกจึงจำต้องปล่อยพวกเขาให้หนีไป

 

ก่อนจาก Roche ได้บอกกับ Cloud ว่า “คราวหน้าเรามาดวลกันใหม่แบบเดี่ยวๆ” Cloud ตอบกลับว่า “อาจจะ” แล้วก็จากไป Roche หัวเราะอย่างมีความสุข เขาตอบกลับไปว่า “แล้วพบกันใหม่นะเพื่อน”

รถของ Roche ถูกทำลาย ทำให้ Cloud สามารถเอาตัวรอดไปได้

 

เมื่อผ่าน Roche มาได้ Jessie ก็บอกกับ Cloud ว่า

 

Jessie: นายผ่านการทดสอบ
Cloud: ทดสอบอะไร?
Jessie: การขับรถ
Cloud: มากกว่าผ่านซะอีก
Jessie: ก็ไม่เชิง นายรอดมาได้แบบฉิวเฉียด ถ้าให้พูดตามตรง
Cloud: แล้วแต่จะคิด
Jessie: ฉันพนันว่านายขับไม่ได้เต็มที่เพราะมีฉันอยู่ด้วย [ว่าแล้วก็ขย่มหลัง Cloud]
Cloud: ฉันแค่ไม่อยากให้เธอตกลงไปก็แค่นั้น
Jessie: แสดงว่าฉันอ่อนแอเกินไปที่จะนั่งบนมอเตอร์ไซค์งั้นเหรอ? หา? หา?
Cloud: เธอช่วยเกาะให้แน่นๆแค่นั้นพอจะได้ไหม?

 

ถึงตอนนี้ Jessie รู้สึกเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เธอจึงชะงักไป

 

Cloud: เป็นอะไร?
Jessie: [เอามือกุมที่อก] บางทีฉันอาจจะตกจริงๆก็ได้ (ตกหลุมรัก)
Jessie: ล้อเล่น

 

พูดจบ Jessie ก็กอด Cloud จากด้านหลัง

Jessie สวมกอด Cloud จากด้านหลัง

 

Cloud รู้สึกตกใจไม่ใช่น้อยแต่ก็ไม่ว่าอะไรแล้ว สักครู่พวกเขาก็มาถึงจุดหมาย

 

จากจุดนี้ทุกคนลงจากรถแล้วเดินเท้าไปยังเมืองด้านบน เมื่อมาถึงทุกคนก็ได้พบกับภาพเมืองที่ทันสมัยและเป็นระเบียบตางจากสลัมด้านล่างอย่างสิ้นเชิง

 

Jessie อธิบายว่านี่เป็นเขตที่พักอาศัยของพนักงานที่ทำงานให้กับ Shinra เธอกล่าวต่อไปว่า ในขณะที่เตาปฏิกรณ์กำลังฆ่าโลกใบนี้อย่างช้าๆ คนที่นี่ก็มีชีวิตอยู่กันอย่างมีความสุข กล่าวจบเธอก็เดินนำพวกเขาไป

เขตพื้นที่พักอาศัยที่จานด้านบน Sector 7

 

ในที่สุดทุกคนก็มาถึงบ้าน Jessie แม่ของเธอยังเปิดไฟรอลูกสาวที่นานๆจะกลับบ้านมาสักที แม่ของเธอเป็นคนค่อนข้างจะหัวโบราณ ชอบทำอาหารและชอบให้คนกินอาหารของเธอเยอะๆ ซึ่งเข้าทาง Wedge ที่บ่นว่าหิวมาตลอดทาง ที่หน้าบ้าน Jessie ขอให้ Cloud ไปยืนรอข้างนอกบ้าน แล้วเธอกับ Biggs และ Wedge ก็เดินเข้าบ้านไป

Cloud ยืนรอสัญญาณจาก Jessie ที่นอกบ้าน

 

Cloud ที่ยืนรออยู่ด้านนอกก็นึกถึงสิ่งที่ Jessie ได้บอกกับเขาระหว่างทาง Jessie บอกกับเขาว่า ถ้ามีเขาอยู่ด้วยพวกเธอก็ไม่ต้องพึ่งโชคชะตา แล้วเธอก็บอกเขาว่าเธอต้องการให้ Cloud เข้าไปขโมยของในบ้านของเธอ เมื่อเห็นไฟหลังบ้านเปิดให้เขาแอบเข้าบ้านทางประตูหลัง และเมื่อเข้าไปแล้วให้มองหาห้องที่มีประตูสองบาน แล้วให้เข้าประตูบานทางขวา ในห้องจะเจอพ่อของเธอที่นอนป่วยอยู่ ให้มองหาบัตรพนักงาน Shinra ของพ่อเธอ

พ่อของ Jessie นอนป่วยอยู่บนเคียง

 

พ่อของเธอเป็นพนักงานซ่อมบำรุงเตาปฏิกรณ์ เรื่องนี้ตัว Jessie เองคิดว่าเธอควรจะเป็นคนลงมือ แต่เธอไม่สามารถทำได้ เธอจึงต้องขอให้ Cloud ช่วย

 

Cloud เดินสำรวจสิ่งของภายในห้องจนทำให้เขารู้เรื่องของ Jessie อยู่พอสมควร เธออยากเป็นนักแสดงเธอจึงไปทำงานอย่างหนักที่ Gold Saucer เป็นเวลาหลายปี ภายในห้องยังมีรูปของเธอติดอยู่เต็มไปหมด Cloud สำรวจไปรอบๆจนสุดท้ายเขาก็ไปพบบัตรพนักงานที่เก็บเอาไว้ในกระเป๋าเสื้อ

Cloud กำลังตามหาบัตรพนังงาน Shinra ของพ่อ Jessie

 

เมื่อได้ของที่ต้องการแล้ว Cloud ก็เดินออกมายืนรอที่หน้าบ้าน

 

[ภาพตัดไปภายในบ้านของ Jessie] แม่ของ Jessie ถามเธอถามว่าเมื่อไหร่เธอจะเลิกทำงานที่ Gold Saucer เนื่องจากเธอทำงานที่นั้นมานานหลายปีแล้ว Jessie ไม่รู้จะตอบอย่างไร Wedge จึงชิงตอบแม่ของเธอไปว่า มีหลายคนยังต้องพึ่ง Jessie อยู่ แม่ของเธอบอกว่าการเป็นคนขนฉากหน่ะเหรอ งานแบบนั้นหาที่ไหนก็ได้ ทำไมไม่กลับมาที่บ้านแล้วไปทำงานที่โรงหนังใน Sector 8 หล่ะ ถึงตอนนี้ Jessie ต้องตอบอย่างตะกุกตะกักว่าแล้วเธอจะคิดดูนะ Jessie รีบตัดบทเพื่อที่จะกลับแต่ Wedge ยังอยากจะกินต่ออีกหน่อย

แม่ของ Jessie พยายามเกลี่ยกล่อมให้เธอกลับมาอยู่้าน

 

[ภาพตัดมาที่ด้านนอก] Cloud กำลังยืนคิดถึงสิ่งที่ Jessie พูดว่าเธอจะใช้ปริมาณระเบิดน้อยลงในภารกิจหน้า และพวกเขาจะต้องไปขโมยส่วนประกอบระเบิดที่โกดังของ Shinra

 

เมื่อ Jessie และพวกเดินออกมา Cloud ก็ยื่นบัตรพนักงานให้แก่ Jessie เมื่อได้รับบัตรมาแล้ว Jessie ก็จะลอบเข้าไปขโมยส่วนประกอบที่ต้องใช้ เธอยืนยันว่าจะต้องเข้าไปหยิบส่วนประกอบเหล่านั้นด้วยตนเอง เพราะมีแต่เธอเท่านั้นที่รู้ว่ามันเก็บอยู่ที่ไหน แล้วต้องใช้อะไรบ้าง เพื่อจะให้เธอลอบเข้าไปขโมยของ พวก Cloud, Biggs, และ Wedge จะต้องคอยสนับสนุนอยู่ด้านนอก โดยมีหน้าที่เบียงเบนความสนใจของพนักงานรักษาความปลอดภัย Jessie บอกว่าเธอจะใช้พลุเป็นสัญญาณ ถ้าเห็นผลุเมื่อไหร่ให้เริ่มลงมือได้เลย ยิ่งก่อกวนให้วุ่นวายมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้เธอมีเวลามากขึ้นเท่านั้น แล้ว Jessie ก็วิ่งจากไป

Cloud ยืนทดทวนสิ่งที่ Jessie พูดอยู่หน้าบ้าน

 

ระหว่างเดินทาง Cloud ได้คุยกับ Biggs และ Wedge จนทราบว่า Jessie อยากเป็นนักแสดงเธอจึงทำงานอย่างหนัก จนในที่สุดเธอก็ได้รับบทเป็นเจ้าหญิง เธอดีใจมากส่งตั๋วมาให้พ่อแม่ของเธอไปชมการแสดง แต่ไม่คาดคิดว่าในวันที่เธอจะเปิดตัวนั้นเอง พ่อของเธอทำงานหนักเกินไปและหมดสติในห้องเก็บ Mako จนทำให้ล้มป่วยจากพิษ Mako เหตุการณ์นี้เองที่ทำให้ Jessie มาร่วมกลุ่ม AVALANCHE

 

Jessie ได้ตั้งสมมุติฐานว่าวิญญาณของพ่อเธอถูกกักอยู่ระหว่างร่างของเขากับหัวใจของโลกใบนี้ ดังนั้นถ้าไม่หยุดเตาปฏิกรณ์วิญญาณของเขาก็จะติดอยู่ในกระแสวังวน

 

Biggs ได้กล่าวต่อว่า Mako เป็นส่วนประกอบสำคัญของชีวิตที่เป็นความจำและความหวัง มันไม่ควรจะถูกนำมาเผาเพื่อเป็นพลังงาน แล้วยังกำชับให้ Cloud อย่าเอาเรื่องที่พวกเขาเล่าไปบอก Jessie อีกด้วยเพราะถ้าเธอรู้ เธอจะโกรธ Biggs กับ Wedge แล้วพวกเขาก็จะโดนดีแน่ๆ แต่ Cloud ไม่รับปาก

Cloud ได้ฟังเรื่องของ Jessie จาก Biggs และ Wedge

 

เมื่อทั้งสามเดินทางมาถึงหน้าโกดัง Cloud สังเกคุว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หน้าประตูถูกทำร้ายหมดสติไปและไม่มีใครเฝ้าที่ทางเข้า ทั้งสามเห็นผิดสังเกตุจึงลอบเข้าไปในโกดังของ Shinra

 

ก่อนจะเข้าไปด้านใน Biggs กับ Wedge ได้พูดเตือนให้ Cloud ระวังการปะทะกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกลุ่มใหญ่ และบอกให้เขาเตรียมตัวรับมือกับศัตรูจำนวนมาก เมื่อวางแผนจบ Cloud จะเป็นกองหน้าส่วน Biggs กับ Wedge จะคอยยิงสนับสนุนให้

Cloud, Biggs และ Wedge วางแผนกันก่อนบุกเข้าไปด้านในโกดัง

 

ระหว่างที่ Biggs กำลังวางแผนอยู่ Cloud เหลือบไปเห็นใบพัดกำลังหมุนทำให้เขานึกถึงตัวเขาในวัยเด็กวันนั้นมันเป็นวันที่เขาได้สัญญาเอาไว้กับ Tifa

 

[ภาพตัดมาตอนที่ Cloud ยังเด็ก เขานัด Tifa มาคุยที่กังหันลม]

Cloud นัด Tifa มาคุยที่กังหัน

 

Tifa: เฮ้
Tifa: แล้ว... เธอมีเรื่องอะไรจะพูดกับฉันเหรอ? [Tifa เดินมานั่งข้างๆ Cloud]
Cloud: เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิฉันจะออกจากเมือง เดินทางไป Midgar
Tifa: ฉันก็น่าจะรู้ เด็กผู้ชายก็ออกจากเมืองนี้ไปกันทุกคน
Cloud: แต่ฉันไม่เหมือนกับพวกนั้นนะ ฉันไม่ได้แค่จะออกจากเมืองไปหางานทำ
Cloud: ฉันจะไปเป็น SOLDIER
Cloud: ฉันจะต้องเก่งที่สุด เหมือน Sephiroth
Tifa: วีรบุรษสงครามที่ยิ่งใหญ่อย่างนั้นเหรอ?
Tifa: อึ่ม... การเป็น SOLDIER มันยากมากไม่ใช่หรอกเหรอ?
Cloud: ยากสิ ฉันคงไม่ได้กลับมาอีกนาน
Tifa: ก็คงอย่างงั้น แล้วนายจะได้ลงหนังสือพิมพ์ไหม?
Cloud: ฉันจะพยายาม
Tifa: ฉันอยากให้นายสัญญาอะไรกับฉันสักอย่าง
Tifa: เมื่อตอนที่เราโตขึ้น แล้วนายได้เป็น SOLDIER ที่มีชื่อเสียง
Tifa: แล้วถ้าเกิดวันนึงฉันหาทางออกไม่ได้หรือมีปัญหา
Tifa: สัญญากับฉันได้ไหมว่านายจะมาช่วยฉัน
Cloud: หา?
Tifa: นั่นคือสิ่งที่วีรบุรษเขาทำกัน ช่วยเหลือคนอื่น
Tifa: ได้ไหม? ขอแค่เรื่องนี้
Cloud: เอ่อ...
Tifa: เร็วเข้า สัญญากับฉันสิ
Cloud: ก็ได้ ฉันสัญญา
Tifa: [ยิ้มแล้วมองขึ้นไปบนฟ้า]

Cloud ให้คำสัญญาว่าจะมาช่วย Tifa เมื่อเธอมีปัญหา

 

[ภาพตัดกลับมาที่โกดัง] Cloud นึกขึ้นได้ว่าที่บาร์ Tifa ได้พูดกับเขาว่า “เธอรู้สึกเหมือนว่ากำลังหาทางออกไม่ได้” ทำให้ Cloud จำสัญญาที่ให้ไว้กับ Tifa ขึ้นมาได้ สีหน้าของเขาเหมือนคนกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก ทันใดนั้นเขาก็กำหมัดขึ้นเหมือนว่าเขาตัดสินใจอะไรได้แล้ว

 

ไม่ทันไรสัญญาณพลุก็ปรากฏขึ้น Wedge พูดว่า นั่นไงสัญญาณ Biggs บอกให้ทุกคนทำตามแผน Cloud พูดว่า “ไปกันเถอะ” แล้วเขาก็พุ่งเข้าไปในโกดังอย่างรวดเร็ว

Cloud จำสัญญาที่เคยให้ไว้กับ Tifa ได้ และเข้าต้องทำอะไรสักอย่าง

 

ภายในมีทหารจำนวนมากกำลังมองหาผู้บุกรุกอยู่ ไม่นานทุกคนก็พบ Cloud ยืนจังก้าอยู่ในท่าพร้อมรบ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็กรูกันเข้ามากำจัดผู้บุกรุก Cloud เข้าปะทะกับเจ้าหน้าที่ซึ่งๆหน้า ในขณะที่ Biggs และ Wedge คอยยิงสนับสนุนจากที่สูง Biggs สังเกตุเห็นเครื่องยิงจรวจกำลังเริ่มทำงานเขาจึงรีบวิ่งไปทำลายทันที พร้อมกับที่สุนัขเฝ้ายามฟูงหนึ่งพุ่งกระโจนเข้าใส่ Cloud แต่ Wedge ใช้นกหวีดสุนัขล่อหมากลุ่มใหญ่ออกไปได้ แต่การต่อสู้ก็ดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดหบ่อน ทั้งสามถูกล้อมเอาไว้อย่างแน่นหนา

Wedge ล่อหมาเฝ้ายามออกไป

 

สถานการณ์กำลังตึงเคลียดถึงขีดสุด แล้ว Roche ก็ปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกับรถมอเตอร์ไซค์ของเขา Roche ต้องการจะแก้มือกับ Cloud แบบตัวต่อตัว เขาจอดรถแล้วเดินชักดาบเข้าหา Cloud

 

Cloud ชักดาบของเขาออกมาเช่นกัน แล้วบอกให้ Biggs กับ Wedge ถอยออกไป ทั้งสองเข้าปะทะกันในทันที

Cloud กับ Roche ดวลดาบกัน

 

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด แต่สุดท้าย Roche ก็เป็นฝ่ายผ่ายแพ้ แต่ถึงจะแพ้ Roche กลับชอบใจที่เขาพบคู่แข่งเช่น Cloud ทันใดนั้นก็มีหุ่นยนต์จำนวนหนึ่งถูกส่งออกมากำจัดผู้บุกรุก Roche เห็นเช่นนั้นก็ขึ้นขี่รถมอเตอร์ไซค์ของเขาแล้วเข้าทำลายหุ่นยนต์จนเสียหายไปหลายตัว ก่อนจะจากไปเขาบอก Cloud ว่าอย่าเพิ่งรีบตาย ไว้คราวหน้าไปเจอกันบนถนน ว่าแล้วเขาก็จากไป

Roche อยากจะสู้กับ Cloud อีกครั้งบนถนน

 

สถานการณ์ของ Cloud และพวกตอนนี้เข้าสู่จุดเลวร้ายสุดๆ พวกเขาถูกล้อมด้วยเจ้าหน้าที่และหุ่นยนต์จำนวนมาก Wedge เอาตัวเข้ากัน Cloud จากโซ่ของหุ่นยนต์ตัวหนึ่งที่หมายจะจับตัว Cloud ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ Wedge บอกให้ Cloud รีบหนีไป ในขณะที่ Cloud ลังเลอยู่นั้น ก็มีกองกำลังกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาช่วยทั้งสามคนออกจากสถานการณ์คับขันได้สำเร็จ

Wedge เอาตัวเข้ากันโซ่ที่จะจับ Cloud

 

Biggs รีบพา Cloud หนีออกมาตั้งหลักก่อน เขาบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง Wedge เขาจะปลอดภัย Cloud เอ่ยปากถาม Biggs ว่าพวกที่มาช่วยเขาเป็นใคร Biggs ตอบไปว่าเป็นพวก Old Guard พวกเขามีอุดมการณ์เช่นเดียวกับ AVALANCHE คนพวกนี้ร่วมมือกับ Wutai โดยให้สัญญาว่าจะให้ Materia ทั้งหมดใน Midgar แก่ Wutai

กลุ่ม Old Guard มาช่วยพวก Cloud ไว้ได้ทันท่วงที

 

ทันใดนั้นก็มีพลุสัญญาณถูกจุดขึ้นอีกลูก Biggs บอกว่า ภารกิจของพวกเขาสำเร็จแล้ว และควรจะรีบกลับ ระหว่างเดินทาง Cloud กับ Biggs ได้มาพบกับ Jessie ที่แอบหลบอยู่ Jessie ถามว่าแล้ว Wedge ไปอยู่ที่ไหน ไม่ทันขาดคำ Wedge ก็มาล้มฟุบอยู่ต่อหน้าพวกเขา ทั้งหมดจึงพยุงร่างของ Wedge ขึ้นมา

 

Cloud เผลอยิ้มออกมาทันที่ๆเห็นว่า Wedge ปลอดภัย Jessie เพิ่งเคยเห็น Cloud ยิ้มเป็นครั้งแรกเลยเข้าไปล้อเขา Cloud จึงรีบตัดบทว่าพวกเขาควรจะไปกันได้แล้ว

๋Jessie กับ Biggs ตรวจดูบาดแผลที่ก้นของ Wedge

 

ภายในเมืองตอนนี้มีการรักษาความปลอดภัยกันอย่างแน่นหนา Wedge ถาม Jessie ว่าแล้วเราจะกลับไปสลัมได้ยังไง Jessie บอกให้ตามเธอไป

 

Jessie พาทุกคนมายังห้องที่เก็บร่มชูชีพ Jessie เฉลยว่าเธอจะพาทุกคนกระโดดจากจานด้านบนลงไปสลัม ว่าแล้วทั้งหมดก็สวมร่มชูชีพเอาไว้ Cloud ผูกร่มติดกับ Wedge ส่วน Jessie อยู่กับ Biggs ก่อนจะโดด Jessie วิ่งเข้าไปบอก Cloud ว่าให้ไปหาเธอที่บ้าน เธอจะจ่ายค่าจ้างแบบเต็มจำนวนให้แก่ Cloud พูดจบเธอก็ยิ้มให้แก่เขาเธอชนกำปันกับ Cloud แล้วกระโดดลงไปทั้นที

ทั้งสี่ประโดดร่มชูชีพกลับบ้าน

 

Cloud กับ Wedge ลงมาถึงพื้นได้อย่างปลอดภัย Wedge เป็นห่วง Biggs กับ Jessie จึงพา Cloud แวะไปดูว่าทั้งสองกลับมาปลอดภัยหรือไม่ แต่ทั้งคู่ยังกลับมาไม่ถึง Wedge ได้เตือน Cloud ก่อนจะจากไปว่า “Jessie กำลังเล่นสนุกกับเขาอยู่ อย่าไปหลงกลเธอหล่ะ” Cloud ไม่แน่ใจว่า Wedge พูดเรื่องอะไร แต่ Wedge คิดว่า Cloud ต้องรู้แนๆ เขาหัวเราะแล้วพูดว่า “ชีวิตก็เปรียบเสมือนเวที และความรักก็คือละคร” พูดจบแล้วก็หันกลับมาเตือน Cloud อีกครั้งว่า “ที่พักของ Jessie ไม่ให้ผู้ชายเข้านะ จำไว้” แล้วเขาก็วิ่งกลับบ้าน ที่หน้าบ้านของ Wedge มีแมวรอเขาอยู่ แต่ดูเหมือน Cloud จะไม่ถูกกับแมวสักเท่าไหร่

แมวของ Wedge ทักทาย Cloud

 

เมื่อส่ง Wedge กลับบ้านแล้ว Cloud ก็มาหา Jessie ที่บ้านพักของเธอ Jessie กำลังรอเขาอยู่พอดี พอเจอ Cloud เธอก็ยื่น Materia ให้เขาเป็นรางวัล พร้อมทั้งขอบคุณที่เขาช่วย แล้วเธอก็เข้าไปกอด Cloud

Jessie เข้าไปกอด Cloud

 

Cloud: โอเคฉันเข้าใจแล้ว ขอให้ฉันได้หายใจหน่อยได้ไหม?
Jessie: นั่นก็แล้วแต่ว่าเธอจะมาหาฉันคืนพรุ่งนี้ได้ไหม?
Jessie: เพื่อนร่วมห้องฉันจะไม่อยู่สักระยะ
Cloud: นี่เธอสิ้นไร้ไม้ตอกขนาดนั้นเลยเหรอ?
Cloud: ปล่อยฉันได้แล้ว
Jessie: ฉันจะยอมปล่อยถ้าเธอสัญญาว่าจะมาหาฉันคืนพรุ่งนี้ ตกลงนะ

Jessie ยืนยันจะให้ Cloud มาพบเธอคืนพรุ่งนี้

 

[ถึงจุดนี้ Cloud สามารถเลือกคำตอบได้ เลือก->ไม่สัญญานะ]

 

Cloud: ฉันไม่สัญญานะ แต่จะลองกลับไปคิดดู
Jessie: [ทำท่าตกใจสุดขีด] จริงนะ? เธอจะคิดจริงๆนะ?
Jessie: ฉันจะทำพิชช่า ฉันบอกนายเลย!
Jessie: Marche, luche, black milly, red shelly ฉันจะใช้เฉพาะเครื่องปรุงชั้นดีเท่านั้น!
Jessie: ฟังเข้าท่าใช่ไหม?
Cloud: อ่า... ฉันไม่รู้จักพวกนั้นสักอย่าง
Jessie: โอ้... นายนี่มันน่ารักสุดๆไปเลยรู้ตัวไหม
Jessie: ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง มันจะออกมาเยี่ยมแน่นอน!
Jessie: ฝันดีนะ

 

[Jessie หัวเราะอย่างมีความสุข แล้วกลับเข้าบ้านปิดประตู ปล่อย Cloud ยืนงงอยู่ที่หน้าบ้าน แล้วเธอก็เปิดประตูออกมาอีกแล้วพูดว่า]

 

Jessie: ล้อเล่น [แลบลิ้น แล้วปืดประตูไป]
Cloud: [บ่นกับตัวเอง] ฉันคิดผิดจริงๆ

๋Jessie แลบลิ้นใส่ Cloud ก่อนจะปิดประตูบ้าน

 

เสร็จภารกิจแล้ว Coud ก็กลับไปนอนที่ห้องของเขา ขณะที่นอนอยู่นั้น Tifa ก็มาเคาะประตูห้องเขา

 

Tifa: Cloud อยู่ไหม?
Cloud: อือ
Tifa: [เปิดประตูเข้ามา] เธอออกไปข้างนอกมาพักใหญ่
Cloud: แค่ไปเดินเล่นหน่ะ
Tifa: ฉันไปเจอ Johnny โดยบังเอิญ เขาบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เขากำลังจะออกจากเมือง
Cloud: เอ่อ... โอ้ว หมอนั่นเอง (คนขาย Materia ที่แอบชอบ Tifa)
Tifa: นายยังไม่คิดจะจาก Midgar ไปเร็วๆนี้ใช่ไหม?
Cloud: ดูเหมือนว่าเพื่อนเก่าของฉันกำลังตกที่นั่งลำบาก...
Cloud: เมื่อนานมาแล้วฉันเคยสัญญากับเธอเอาไว้ว่าถ้าเธอลำบากฉันจะไปช่วยเธอ ดังนั้น...
Tifa: [ถอนหายใจแรง] ตอนนั้นที่ฉันให้เธอสัญญาฉันก็ไม่ได้คิดว่ามันจะออกมาแบบนี้
Cloud: เธอมีอะไรไม่สบายใจก็พูดออกมาได้ ฉันฟังอยู่
Tifa: หา? นี่นายอยู่ๆก็เป็นอะไรไป?
Cloud: ฉันทำไมเหรอ?
Tifa: เหมือนว่านายกำลังจะเลิกทำตัวแข็งกระดาง
Cloud: มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ
Tifa: ไม่สักนิด ฉันชอบนะ บางทีคราวหน้า Marlene อาจจะไม่กล้วนายแล้วก็ได้
Tifa: [หัวเราะเหมือนโล่งใจ ที่ทลายพฤติกรรมได้] ฉันดีใจจริงๆที่ได้เธอคนเดิมกลับมานะ Cloud ดีใจมากๆ
Tifa: [บิดขี้เกียจ] เอ้อ นี่มันก็ดึกแล้ว เนอะ?
Tifa: ฉันก็อยากจะคุยต่อหรอกนะ แต่เราทั้งคู่น่าจะไปนอนได้แล้ว เนอะ?
Cloud: อือ
Tifa: งั้นฝันดีนะ [พูดจบก็เปิดประตูแล้วเดินออกไป]
Cloud: ฝันดี Tifa...

Tifa ดีใจที่สามารถพูดกับ Cloud ได้เหมือนสมัยก่อน

 

คืนนั้นขณะที่ Cloud กำลังหลับอยู่ ก็มีควันภูติปริศนาลอยทะลุพื้นห้องขึ้นมา แล้วก็ลอยไปอยู่เหนือตัวของ Cloud ที่นอนหลับอยู่ ภูติพูดว่า “จงหลับ และฝันดีที่สุด จงหลับ” Cloud รู้สึกอึดอัด เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมา แล้วมองไปรอบๆห้อง เขารีบลุกขึ้นหยิบอาวุธ แต่ไม่ทันไร Tifa ก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องของเขา

 

Tifa: Cloud
Cloud: เกิดอะไรขึ้น?
Tifa: ตามฉันมา เร็วเข้า!

 

ว่าแล้ว Tifa ก็วิ่งออกไปจากห้อง Cloud รีบตามเธอออกไป เมื่อออกมาจากห้อง Cloud ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นภูติที่มีรูปร่างคล้ายควันลอยอยู่เต็มไปหมด

 

Tifa: เรากำลังเตรียมตัวจะเดินทาง แล้วพวกนี้ก็โผล่ออกมา แล้วยังตามเรามาด้วย
Cloud: แล้วคนอื่นๆหล่ะ
Tifa: Barret กับ Jessie กำลังต้านพวกมันเอาไว้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้านได้นานแค่ไหน
Cloud: ไปกันเถอะ
Tifa: ถูกของนาย

แล้วภูติจำนวนมากก็เข้าล้อม Cloud กับ Tifa เอาไว้

 

Cloud: เธอพร้อมนะ
Tifa: นายก็รู้อยู่แล้วนี่
Cloud: เราเปิดทางไปที่บาร์กัน
Tifa: ตกลง

 

แล้ว Cloud กับ Tifa ก็ร่วมกันต่อสู้กับภูติเหล่านั้น

Cloud กับ Tifa เข้าต่อสู้กับภูติปริศนา

 

Tifa: พวกนี้มันเป็นอะไรกันแน่
Cloud: ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ฉันแน่ใจว่าเธอจะไม่เห็นมัน นอกเสียจากว่ามันมาถูกตัวเราก่อน
Tifa: นี่นายบอกฉันได้แค่นี้เองเหรอ?
Tifa: มันมากันอีกแล้ว! เราไม่มีเวลาแล้วนะ
Cloud: มีทางอื่นไหม
Tifa: จริงสินะ ตามฉันมา

 

แล้ว Tifa ก็วิ่งนำ Cloud ไปอีกทาง แต่พวกภูติก็ยังตามมาดักหน้าพวกเขาอีก Tifa พูดว่า “นี่พวกมันพยายามจะไม่ให้เราไปรวมกับคนอื่นอย่างงั้นเหรอ?” ว่าแล้วเธอก็พา Cloud เปลี่ยนเส้นทางอีกครั้ง แต่ก็เหมือนเดิน พวกภูติก็พยายามเข้าขัดขวางพวกเขาอีกครั้ง Cloud พยายามใช้กำลังเดินผ่าพวกภูติมาจนถึงหน้าบาร์ Seventh Heaven ที่นั้่นเขาเห็น Barret กับ Jessie กำลังสู้กับพวกภูติอย่างเต็มกำลัง

Barret กับ Jessie กำลังสู้กับพวกภูติอย่างเต็มกำลัง

 

เมื่อ Cloud กับ Tifa มาถึงทั้งสองก็พยายามจะไปรวมกลุ่มกับ Barret และ Jessie แต่เหล่าภูติก็ยังออกมาขวางอย่างไม่ลดละ Jessie เสียหลักถูกโจมตีจนล้มลง มีภูติตนหนึ่งพุ่งเข้าใส่ Jessie ที่นอนอยู่บนพื้น Jessie ร้องเสียงหลง แล้วอยู่ๆภูติทั้งหมดก็จากไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

ทุกคนจึงรีบเข้าไปดูอาการของ Jessie ในทันที

ทุกคนรีบเข้ามาดูอาการของ Jessie

 

Jessie ได้รับบาดเจ๊บที่ขาจนลุกไม่ขึ้น Tifa จึงเข้าไปพยุงตัวของเธอไว้ คนรอบบริเวณเริ่มวิ่งมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็โดน Barret ไล่ออกไปหมด Barret ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นกัน แต่เขาก็คิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเตาปฏิกรณ์แน่ๆ Cloud เขามาดูอาการของ Jessie เมื่อเห็นว่าเธอไม่สามารถเดินได้ Cloud จึงอุ้มเธอเข้าไปในบาร์

Cloud จึงอุ้ม Jessie ที่บาดเจ็บเข้าไปในบาร์

 

ภายในบาร์ Jessie ได้รับบาดเจ็บทำให้ Barret ต้องตัดเธอออกจากภารกิจ แต่เนื่องจาก Biggs ได้ลอบแฟงตัวไปทำภารกิจแล้วจึงไม่สามารถเลื่อนภารกิจไปได้ Barret จึงต้องจำใจเอ่ยปากให้ Cloud ไปช่วยพวกเขาอีกครั้ง Cloud บอกว่าเขาต้องการค่าจ้างเพิ่ม Barret ก็จำเป็นต้องยอมรับปาก

Barret จำใจต้องให้ Cloud ไปช่วยภารกิจแทน Jessie

 

แล้ว Barret ก็เดินไปบอกกับ Wedge ว่าให้เขาอยู่คุ้มกัน Jessie กับ Marlene ที่บาร์ แล้วทั้งสามคน Barret, Tifa, และ Cloud ต่างก็แยกย้ายกันไปเตรียมตัวเพื่อจะออกไปทำภารกิจ
Barret เอาเงินไปมัดจำให้ Cloud 500 Gil แล้วบอกว่าเขาหวังพึ่ง Cloud ในภารกิจครั้งนี้ และ Tifa ก็จะร่วมเดินทางไปด้วย นี่เป็นภารกิจแรกของเธอจึงทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด

 

เมื่อทุกคนพร้อมแล้วทั้งหมดก็ขึ้นรถไฟไปทำภารกิจของพวกเขาที่ Sector 5

Barret, Cloud, และ Tifa พร้อมไปทำภารกิจ

 

บนขบวนรถไฟมีการประกาศเพิ่มการรักษาความปลอดภัยเนื่องจาก AVALANCHE ได้ส่งจดหมายขู่ว่าจะก่อการร้ายอีกครั้ง ทั้งสามยืนอยู่ด้วยกันตรงท้ายขบวน Barret ได้ทบทวนแผนให้ทุกคนฝังแล้วก็แยกย้ายกันเพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกตุ Barret ให้ Cloud อยู่ตู้เดียวกับ Tifa แต่ Tifa กลัวว่า Barret จะไปก่อปัญหา เธอจึงขอให้ Cloud ช่วยไปดู Barret หน่อย

Barret ทบทวนแผนให้ทุกคน

 

ตามคาด Barret ทะเลาะกับคนบนรถไฟที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของกลุ่ม AVALANCHE พวกเขากำลังนั่งถกเถียงกันอย่างดุเดือด โชคดีที่ Cloud เข้ามาระงับเหตุการณ์ได้ทัน Barret บอก Cloud ว่าเขาไม่เป็นไรให้กลับไปดู Tifa ดีกว่า เมื่อ Cloud เดินเข้าไปในตู้ที่ Tifa อยู่ไม่นานก็มีระบบตรวจสอบบัตรประชาชนแบบฉุกเฉินทำงานขึ้น และคราวนี้ระบบสามารถตรวจจับพวกเขาได้ Barret เห็นสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปจึงรีบวิ่งเข้ามาสมทบกับทั้งสอง ไม่นานก็มีหุ่นยนต์กระโดดเข้ามาในขบวนที่พวกเขาอยู่แล้วการต่อสู้ก็เริ่มต้นขึ้น

หุ่นยนต์กระโดดเข้ามากำจัดพวก Cloud บนรถไฟ

 

Cloud รับหน้าที่ทำลายหุ่นยนต์ ในขณะที่ Barret และ Tifa ไล่ต้อนคนที่ไม่เกี่ยวข้องให้ออกไปจากบริเวณที่พวกเขาต่อสู้ Tifa พยายามไล่ให้ชายคนที่เถียงกับ Barret ก่อนหน้านี้ ให้รีบหนีไปขบวนอื่น แต่ชายคนดังกล่าวบอกว่าตัวเขาทำงานให้กับ Shinra เขาจึงเป็นศัตรูกับพวก Tifa แต่ Tifa ไม่ได้มองว่าเขาเป็นศัตรู เธอห่วงความปลอดภัยของคนที่ไม่เกี่ยวข้องเท่านั้น พนักงาน Shinra คนนั้นเห็นว่า Tifa เป็นคนดีเขาจึงยอมออกไป แล้ว Tifa ก็เข้ามาช่วย Cloud กับ Barret ต่อสู้

ทั้งสามร่วมมือกันต่อสู้กับศัตรูบนรถไฟ

 

ถึงตอนนี้ศัตรูเข้ามาไม่หยุดไม่หย่อน Cloud คิดว่าถึงสู้ต่อไปก็ไม่เกิดประโยขน์ ถ้ารถไฟถึงสถานีหน้าเมื่อไหร่ก็จะมีศัตรูเป็นฟูงมาจัดการพวกเขาแน่ ทางออกเดียวคือต้องกระโดดลงจากรถไฟ ทุกคนเห็นด้วยกับแผนนี้ Barret จึงยิงทำลายประตูรถไฟ ในขณะที่ Tifa เอามือทุบปุ่มหยุดรถฉุกเฉิน Barret กระโดดลงจากขบวนในทันที ส่วน Tifa กลับยืนลังเลที่จะกระโดด Cloud เห็นเช่นนั้นจึงเข้าไปโอบตัว Tifa เอาไว้เหมือนเป็นเกราะป้องกันให้เธอ แล้วเขาก็พา Tifa กระโดดลงไปพร้อมกัน

Cloud ใช้ร่างตัวเองปกป้อง Tifa ตอนที่กระโดดลงจากรถไฟ

 

ทั้งสองกลิ้งไปบนพื้นจนหยุดนิ่ง แต่ไม่ทันได้หายใจ พวกหุ่นยนต์ของ Shinra ก็ตามมากำจัดทั้งสองทันที Cloud และ Tifa จึงรีบฝ่าด่านศัตรูเพื่อไปรวมตัวกับ Barret

 

หารู้ไม่ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของ Heidegger หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยที่คอยติดตามอย่างใกล้ชิดในห้องควบคุม Heidegger มั่นใจว่าคราวนี้พวก Barret จะต้องเสร็จเขาแน่ๆ แล้ว Heidegger ก็สั่งให้ปล่อยหนูท่อไปกำจัดพวก Barret

Heidegger นังบัญชาการอยู่ในห้องควบคุม

 

ไม่นานนัก Cloud กับ Tifa ก็มาสบทบกับ Barret ทั้งสามร่วมกันต่อสู้ในอุโมงค์รถไฟอย่างดุเดือด แม้ว่าแผนของพวกเขาจะถูก Shinra จับได้ แต่ Barret ก็ยังไม่ยอมยกเลิกภารกิจ พวกเขาจะยังมุ่งหน้าไปทำลายเตาปฏิกรณ์ Mako ที่ 5 ต่อไป โดยเขาได้เริ่มแผน E ซึ่งเป็นแผนที่เตรียมเอาไว้สำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด Tifa ได้หาเส้นทางให้พวกเขาเดินทางจากตำแหน่งปัจจุบันไปยัง Sector 5

Barret ก็ยังไม่ยอมยกเลิกภารกิจ

 

ในขณะนั้น Heidegger กำลังคุยโทรศัพท์เพื่อรายงานสถานการณ์ให้ประธาน Shinra ได้ทราบ แล้วเขายังมั่นใจว่าจะสามารถจัดการณ์กับกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้อย่างแน่นอน พอวางสายจากประธาน Shinra ก็มีเจ้าหน้าที่มารายงานว่าการต่อสู้ทำให้เกิดความเสียหายมากกว่าที่พวกเขาคาดการณ์ไว้ แต่ Heidegger ไม่สนใจว่าจะเสียหายแค่ไหน ให้เจ้าหน้าที่เอากำลังจาก Sector อื่นมาช่วย และให้จัดการกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายลงให้จงได้

Heidegger มั่นใจว่าจะจัดการกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้อย่างแน่นอน

 

Barret บอก Cloud ว่าให้คอยมองหาภาพบนผนังเมื่อเจอแล้วให้เขาเดินไปในทิศทางที่จมูกในรูปชี้ไป นี่เป็นรหัสที่ Biggs ทำเอาไว้และพวกเขาน่าจะเจอกับ Biggs ที่รออยู่ข้างหน้า ในตอนแรก Jessie จะต้องรับหน้าที่คอยช่วยเหลือ Biggs แต่ตอนนี้เป็นหน้าที่ของพวกเขาที่ต้องทำแทนแล้ว

ภาพหมาบนกำแพงเป็นรหัสบอกเส้นทางของพวกเขา ให้เดินไปทางที่จมูกชี้

 

ระหว่างทางพวกเขาพบว่า Shinra มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทดลองบางอย่างกับพวกมอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ในอุโมงค์รถไฟ

 

Heidegger เริ่มไม่พอใจที่ลูกน้องเขายังไม่สามารถหยุดพวก Cloud ลงได้ เขาจึงออกคำสั่งให้นำอาวุธที่อยู่ในขั้นทดลอง Crap Warden มาใช้ จนเมื่อทั้งสามได้มาเผชิญหน้ากับ Crap Warden พวกเขาก็ร่วมมือกันกำจัด Crap Warden ลงได้สำเร็จ หุ่น Crap Warden เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงทำให้กล้องวงจรปิดที่อยู่ในบริเวณนั้นเสียหายหมดสิ้น

Cloud กับพวกได้เผชิญหน้ากับบอส Crap Warden

 

ตอนนี้ Heidegger ไม่สามารถเห็นการเคลื่อนไหวของพวก Cloud ได้แต่เขาก็รู้ดีว่าพวก Cloud จะมุ่งหน้าไปที่ไหน เขาจึงสั่งให้เตรียมกำลังพลเพื่อรอรับมือ ส่วน Barret ก็ได้พาทุกคนผ่านเส้นทางลับไปถึงยังลิฟท์ขนของเพื่อเดินทางต่อไปยัง Sector 5

Barret พาทุคนผ่านเส้นทางลับเพื่อไปทำภารกิจต่อไป

 

ทั้งสามต้องเดินทางผ่าน Sector F, G, และ H ที่เต็มไปด้วยอันตราย จนสุดท้ายพวกเขาก็มาเจอกับ Biggs ที่รออยู่ใน Sector H ได้สำเร็จในที่สุด

 

Biggs แปลกใจเมื่อเจอ Cloud แทนที่จะเป็น Jessie กับ Wedge เขาถามว่าทั้งสองคนนั้นหายไปไหน แต่ Barret ไม่ตอบคำ กลับบอกให้ Biggs รายงานสถานการณ์ให้เขาทราบ Biggs รายงานว่าเนื่องจากเหตุวุ่นวายบนรถไฟทำให้เขาสามารถทำงานได้ง่ายขึ้นและเขาสามารถเปิดทางไปจนถึงเตาปฏิกรณ์ได้สำเร็จ Barret เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจเป็นอย่างมาก Tifa จึงเล่าเรื่อง Jessie ให้ Biggs ฟัง เมื่อ Biggs ทราบจึงขอบใจ Cloud ที่มาช่วยเหลือ

 

ก่อน Biggs จะจากไปเขาได้ให้ปืนยิงตะขอแก่ทุกคนเนื่องจากเส้นทางที่ไปจะต้องใช้อุปกรณ์ชนิดนี้ด้วย Barret จึงบอกให้ Cloud เอาปืนติดไว้ที่เอวแล้วทั้งสามก็เดินทางกันต่อ

Biggs แปลกใจเมื่อเจอ Cloud

 

[ภาพตัดมาที่ห้องประธานของ Shinra] การลอบเข้ามาของทั้งสามนั้นไม่สามารถรอดพ้นสายตาของเขาไปได้ คนในห้องกำลังวิ่งวุ่นวายเพื่อเตรียมการถ่ายทอด

 

ทั้งสามสามารถเข้ามาด้านในเตาปฏิกรณ์ Mako 5 ได้สำเร็จ พวกเขาพบว่าทางเดินด้านในนั้นเหมือนกับเตาปฏิกรณ์ Mako 1 ที่พวกเขาระเบิดไปแล้วทำให้ Cloud กับ Barret รู้เส้นทางเป็นอย่างดี

 

ระหว่างทาง Barret ชี้ให้ Cloud ดูหุ่นยนต์ต้นแบบขนาดใหญ่ที่ทาง Shinra สร้างขึ้น Cloud ออกความเห็นว่าหุ่นยนต์ตัวใหญ่ขนาดนี้น่าจะสร้างไว้ต่อสู้กับสัตว์ยัก และถ้า Shinra สร้างหุ่นตัวนี้เสร็จพวกเขาคงต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกันอย่างเดียว Barret ก็หวังวาแรงระเบิดจะทำลายหุ่นยนต์ตัวนี้ไปด้วย

Cloud ได้พบหุ่นยนต์ต้นแบบที่ทาง Shinra สร้างขึ้น

 

เมื่อทั้งสามมาถึงศูนย์กลางของเตาปฏิกรณ์ Cloud พบว่าภาพที่เบื้องหน้าคุ้นตาเขามาก แล้วเขาก็มีอาการปวดศีรษะอีกครั้ง ทันใดนั้นภาพความทรงจำของเขาก็ปรากฏขึ้น ในความทรงจำเขาเห็น Tifa ในวัยเด็กล้มตัวลงร้องไห้อยู่บนศพชายคนหนึ่ง

ที่ศูนย์กลางของเตาปฏิกรณ์ Cloud พบว่าภาพเบื้องหน้าเขาคุ้นตา

 

Tifa: Sephitroth... SOLDIERs
Tifa: Mako... Shinra
Tifa: ฉันเบื่อเรื่องนี้เต็มทนแล้ว!
Tifa: ฉันสุดจะทนกับเรื่องทั้งหมดนี้แล้ว! [ว่าแล้วเธอก็ลุกขึ้น แล้วไปหยิบดาบของ Sephiroth ที่ตกอยู่ข้างๆ แล้วเดินเข้าไปที่ด้านใน]

ภาพ Tifa ในความทรงจำของ Cloud

 

Barret เห็นว่า Cloud มีอาการผิดปกติจึงเข้ามาเช็คดู แล้ว Cloud ก็เงยหน้ขึ้น เขาเห็นหน้า Tifa จึงเผลอเรียกชื่อเธอด้วยอาการตระหนก Tifa รู้สึกแปลกใจจึงถามกลับไปว่า “มีอะไรเหรอ?” Cloud สั่นศีรษะแล้วเดินไปที่จุดวางระเบิด คราวนี้ Cloud ยื่นมือไปขอระเบิดจาก Barret ด้วยตนเอง แล้วถามเหมือนเดิมว่าจะตั้งเวลาเท่าไหร่ Barret บอกว่า ไม่ต้องรีบ ระเบิดตัวนี้ใช้รีโมทควบคุมตัวจุดระเบิด ไว้พวกเขาหนีไปยังจุดปลอดภัยแล้วค่อยจุดชนวน

 

เมื่อวางระเบิดเสร็จแล้วทั้งสามก็ล่าถอยออกมา แต่ปรากฏว่าบันใดมราเขาลงมากลับถูกเลื่อนขึ้นไปด้านบน ทำให้พวกเขาติดอยู่ในห้อง Tifa คิดว่าต้องมีคนคอยจับตาดูพวกเขาอยู่แน่ ไม่ทันขาดคำก็มีหุ่นโดรนลอยเข้ามาฉายภาพโฮโลแกรมของ Heidegger ขึ้นต่อหน้าทั้งสาม

ภาพโฮโลแกรมของ Heidegger ปรากฏขึ้นมาต่อหน้าทั้งสาม

 

Heidegger กล่าวแนะนำตัวว่าเขาเป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย แล้วยังบอกด้วยว่าความเคลื่อนไหวของทุกคนอยู่ในสายตาของเขาหมดสิ้น ยังมีรายงานข่าวแจ้งไปทั่ว Midgar ว่าพวกเขากำลังก่อการร้ายที่เตาปฏิกรณ์ Mako 5 อยู่ในขณะนี้ พูดจบก็เปิดภาพข่าวให้ทุกคนได้เห็น ในข่าวยังมีคลิปตอนที่พวกเขาลอบเข้าไปวางระเบิดที่เตาปฏิกรณ์ Mako 1 อีกด้วย รายงานข่าวทำให้เห็นว่าประชาชนตอนนี้กำลังโกรธแค้น AVALANCHE เป็นอย่างมากที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่พวกเขา และประธาน Shinra ได้แถลงว่าจะจับตัวกลุ่มก่อการร้ายมาลงโทษในเร็ววันนี้

รายงานข่าวการก่อการร้ายของ AVALANCHE ถูกแพร่ไปทั่ว Midgar

 

เมื่อจบภาพข่าว Heidegger ได้บอกทั้งสามว่าหุ่นยนต์ยัก Airbuster ที่พวกเขาเห็นตอนเข้ามานั้นจะถูกนำมากำจัดพวกเขา ในขณะที่ทั้งสามกำลังตื่นตระหนกเรื่อง Airbuster อยู่นั้น ข้างกาย Heidegger มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งรายงานว่าหุ่นยนต์ตัวนี้เพิ่งพัฒนาเสร็จไปเพียง 60 เปอร์เซ็น Heidegger ได้ยินเช่นนั้นถึงกับหันไปด่าทันทีว่าฉันกำลังออกอากาศอยู่โว้ย แล้วภาพโฮโลแกรมก็ตัดไป

หุ่นยนต์ยัก Airbuster ที่จะถูกนำมากำจัดพวก AVALANCHE

 

เสียง Heidegger ประกาศให้เจ้าหน้าที่พิเศษจับกุมผู้ก่อการร้ายในทันที แล้วก็มีกองกำลังพิเศษกลุ่มหนึ่งเข้ามาจับกุมทั้งสาม แต่ก็ไม่สามารถต้านทานพวก Cloud ได้

 

เสียงประกาศให้ตามจับพวกกบฏดังมาอย่างต่อเนื่องจนทำให้ Barret หัวเสีย

 

Barret: หุปปาก!
Tifa: แทบไม่อยากเชื่อเลย... พวกเราเล่นตามแผนที่พวก Shinra สร้างขึ้นมาโดยตลอด!
Barret: ใช่ และไอ้ข่าวไร้สาระนั่นก็คอยประโคมเรื่องโกหกให้แก่ประชาชน
Tifa: แบบนี้เราก็ตกที่นั่งลำบากแล้ว
Barret: ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่! ไม่มีทาง!
Barret: ฟังนะ พวกมันอยากจะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ดีหล่ะงั้นฉันว่ามาช่วยทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่กันเถอะ!
Barret: เรามาทำลายไอ้หุ่นยนต์ยักของ Shinra ให้ทุกคนได้เห็นกันกีกว่า
Cloud: ตกลง ฉันเห็นด้วย

ทั้งสามตกลงจะไปทำลายหุ่น Airbuster ของ Shinra ให้ทุกคนได้เห็นพลังของพวกเขา

 

ตอนนี้วิศวะกรของ Shinra กำลังเตรียมอุปกรณ์เพื่อเปิดใช้งานหุ่นยนต์ Airbuster ทันใดนั้นประตูที่ด้านหลังของพวกเขาก็เปิดออกมา พวก Cloud เดินเข้ามาในห้องที่พวกเจ้าหน้าที่กำลังทำงานกันอยู่ แล้วทั้งหมดก็เข้าต่อสู้กัน

 

ทั้งสามกำจัดเจ้าหน้าที่ลงได้อย่างง่ายดาย ที่ห้องนั้นพวกเขาทราบว่าหุ่น Airbuster ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ พวกเขาจึงใช้แผงควบคุมที่อยู่ในห้องลำเลียงอุปกรณ์ที่จะไปติดตั้งให้แก่หุ่น Airbuster ไปยังที่ห้องเก็บของเพื่อรอทำลายแทน แล้วพวกเขาก็ทำเช่นเดียวกันนี้กับห้องอื่นๆเพื่อบั่นทอนความสามารถของหุ่น Airbuster ลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

Tifa มีความคิดว่าตอนนี้ทาง Shinra น่าจะส่งภาพที่พวกเขาปฏิบัติการอยู่ไปให้ชาวเมือง Midgar ได้ขมกันแบบสดๆ Barret เมื่อได้ฟังเช่นนั้นจึงพยายามจะพูดชี้แจ้งกับกล้องให้ทุกคนเข้าใจว่า Mako เปรียบเสมือนเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงโลกใบนี้ Cloud จึงบอกกับ Barret ว่าพวกเขาน่าจะไม่ถ่ายทอดเสียงให้คนที่ดูอยู่ได้ยินหรอก แต่ Barret ก็คิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะแสดงศักยภาพของพวกเขาให้ทุกคนได้เห็น

Barret ต้องการจะแสดงศักยภาพของพวกเขาให้ทุกคนได้เห็น

 

เมื่อทั้งสามลดอาวุธของ Airbuster ลงได้สำเร็จก็ถึงเวลาที่จะออกไปเผชิญหน้ากับหุ่นยนต์ยักตัวนี้แล้ว Barret นัดแนะกับ Tifa ว่าเมื่อพวกเขาสามารถทำลายหุ่น Airbuster ลงได้ ให้รีบกดระเบิดทันที

 

ทั้งสามได้มาถึงห้องที่เก็บหุ่น Airbuster ก็พบว่าหุ่น Airbuster ยังประกอบไม่เสร็จ พวกวิศวะกรสั่งให้หน่วยคุ้มกันถ่วงเวลาให้พวกเขานานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่เขาจะเปิดสวิตซ์ให้หุ่น Airbuster พร้อมใช้งาน

หุ่น Airbuster ยังไม่พร้อมใช้งาน

 

ทั้งสามสามารถกำจัดเจ้าหน้าที่ลงได้สำเร็จ แต่หุ่น Airbuster ก็ถูกส่งขึ้นไปเตรียมเปิดใช้งานแล้ว ถึงตอนนี้พวก Cloud ต้องตามหุ่น Airbuster ขึ้นไปที่ด้านบน Barret พูดให้กำลังใจทุกคนและบอกว่าพวกเราจะต้องกลับบ้านอย่างปลอดภัยด้วยกัน ถึงตอนนี้ Barret กับ Cloud ก็เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น

 

ที่ด้านบนทั้งสามได้รับการติดต่อจากประธาน Shinra ผ่านโดรนที่ฉายภาพโฮโลแกรม

 

Barret: ประธาน Shinra?
ประธาน Shinra: [ได้แสกนใบหน้าของทุกคนจนมาหยุดที่ Cloud] โอ้ว ดวงตาของผู้ที่เคยได้อาบ Mako
ประธาน Shinra: นี่หมายความว่านายเป็น SOLDIER ใช่ไหม?
Cloud: อดีต SOLDIER
ประธาน Shinra: เคยเป็น SOLDIER ครั้งหนึ่ง ก็ต้องเป็น SOLDIER ไปตลอดชีวิต
ประธาน Shinra: ถึงแม้ว่าจะอยู่ได้อีกไม่นานก็ตาม
ประธาน Shinra: การเร่งการสลายตัวของเซลล์ มักจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เสียชีวิต

 

Tifa ได้ยินเช่นนั้นถึงกับหน้าถอดสี เธอหันไปมอง Cloud ด้วยแววตาที่รันทด

 

ประธาน Shinra: แน่นอนว่านี่เป็นความลับ แต่ SOLDIER ทุกคนย่อมรู้เรื่องนี้ดี
Cloud: ถูกต้องแล้ว

 

Barret ทนฟังต่อไม่ได้จึงยิงโดรนที่ฉายภาพโฮโลแกรมทิ้ง แล้วตะโกนว่า “คิดว่าแกคงลืมใครบางคนไปใช่ไหม?”

 

โดรนที่พังไปถูกโดรนตัวใหม่เข้ามาแทนที่ แล้วประธาน Shinra ก็พูดต่อ

 

ประธาน Shinra: ฉันจะลืมได้ยังไง นายคอยเล่นงานฉันไม่หยุดไม่หย่อน
Barret: นั่นมันยังไม่เท่ากับความเลวที่นายได้ก่อเอาไว้ในหนึ่งวันด้วยซ้ำ
ประธาน Shinra: เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์จริงๆ สมมุติว่าฉันทำผิดจริง แล้วความผิดนั้นมันคืออะไรหล่ะ
Barret: จะเอาแบบนี้ก็ได้
Barret: มาพูดกันเรื่องเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์กัน
Barret: Mako คืออะไร? Lifestream ใช่ไหม!
Barret: เส้นเลือดของโลก โลกของพวกเรา!
Barret: แต่ Shinra กับสูบมันขึ้นมาเหมือนหมาที่หิวโซ!
Barret: พวกแกคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้ายังทำแบบนี้ต่อไป หือ?
ประธาน Shinra: จริงๆแล้วเราก็สูบมันขึ้นมาอย่างที่นายว่าจริงๆ
ประธาน Shinra: แต่นั่นก็เพื่อประโยชน์ของทุกคน ไม่ใช่หรือไง
ประธาน Shinra: ธรรมชาติที่แท้จริงของ Mako นั้นเป็นที่รู้กันดี แต่ประชาชนก็แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น
ประธาน Shinra: นายก็น่าจะรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?
Barret: แกกล้าดียังไงมาผลักเรื่องนี้ให้เป็นความผิดของพวกเรา!
Barret: ถ้ามีใครเห็นด้วยกับแผนของแกจริงๆ นั่นก็เป็นเพราะว่าแกล้างสมองพวกเขาไงหล่ะ
ประธาน Shinra: วิธีต่ำๆเช่นนี้ฉันไม่ทำหรอก
ประธาน Shinra: ฟังนะพวกหนูโสโครก
ประธาน Shinra: และรวมไปถึงพันธมิตรของพวก Wutai ศัตรูตัวฉกาจของพวกเรา
ประธาน Shinra: ต้องขอบคุณพวกนายที่ไปกระตุ้นให้คนของเราเกิดความรักชาติขึ้นมา

 

พูดจบ ประธาน Shinra ก็ยุติการสือสารไป Barret พูดขึ้นมาว่า “Wutai อะไร? เราไม่ได้เป็นแบบนั้น!” แล้วโฮโลแกรมก็ฉายภาพ Heidegger ขึ้นมาแทน เขากำลังหัวเราะอย่างมีความสุข แล้วพูดว่า “พวกแกยังไม่รู้อีกเหรอว่าพวกแกมีหน้าที่อะไรในเรื่องนี้” แล้วก็ฉายภาพหุ่นโดรนกำลังแก้ไขวงจรระเบิดที่พวกเขาวางเอาไว้

 

Barret: นั่นแกกำลังทำอะไร!
Heidegger: แกยังไม่รู้อีกเหรอ พวกโง่อย่างพวกแกไม่ได้เป็นคนคุมเกมนี้ตั่งแต่แรกแล้ว
Heidegger: พวกแกก็เป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่งในแผนที่เราวางไว้ แผนที่จะทำให้ประชาขนเห็นชอบในการก่อสงครามที่ยิ่งใหญ่ยังไงหล่ะ!
Heidegger: และเครื่องมือในการก่อการร้ายของพวกแก จะถูกจุดระเบิดขึ้น

 

ว่าแล้ว Heidegger ก็กดปุ่มให้ระเบิดที่พวกเขาวางไว้เริ่มทำงาน เวลาเริ่มนับถอยหลัง 30 นาที เครื่องจุดระเบิดในตัว Tifa ตอนนี้ใช้ไม่ได้ผลแล้ว

 

Heidegger: แล้วตอนนี้พวกเรามาเปิดม่านเพื่อชมการแสดงชุดสุดท้ายกันเถอะ!
Heidegger: พวกแกปฏิเสธความผิดไม่ได้! โทษของพวกแกคือตาย!

 

ทันใดนั้นเฮลิคอปเตอร์ก็บินเข้ามาพร้อมกับหุ่น Airbuster แล้วเฮลิคอปเตอร์ก็ทิ้งร่างของ Airbuster ให้ตกลงในจุดที่พวก Cloud ยืนอยู่

Airbuster เริ่มทำงานแล้ว

 

Tifa เดินเข้าไปเตะโดรนที่ฉายภาพจนพังแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่โกรธแค้นว่า

 

Tifa: ฉันเบื่อเรื่องนี้เต็มทนแล้ว!
Tifa: ฉันสุดจะทนกับเรื่องทั้งหมดนี้แล้ว!

 

Cloud จำได้ทันทีว่านี่คือประโยคที่ Tifa เคยพูดตอนที่พ่อของเธอตาย มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของ Cloud พูดว่า “มันช่างเหมือนกับ...” “ตอนที่ฉันทำให้นายผิดหวัง” Cloud เริ่มมีอาการปวดศีรษะอีกครั้ง จน Barret ต้องเตือนให้รวบรวมสติเอาไว้ Cloud ก็กลับมามีสติอีกครั้ง เป็นเวลาเดียวกับที่หุ่น Airbuster เข้าจู่โจม

 

Tifa เป็นห่วง Cloud จนต้องถามว่าเขาเป็นอะไรไหม Cloud ตอบไปว่าเขาไม่เป็นไร การต่อสู้เริ่มขึ้นพร้อมกับเวลาระเบิดที่นับถอยหลังอยู่

Tifa โกรธถึงขีดสุด

 

การต่อสู้เป็นไปอย่างยากลำบากแต่สุดท้าย Airbuster ก็ถูกทำลายลง แรงระเบิดของ Airbuster ทำให้ Tifa และ Barret กระเด็นออกไปไกล เมื่อลุกขึ้นได้ Tifa รีบวิ่งไปดูว่า Cloud ปลอดภัยดีหรือไม่

แรงระเบิดของ Airbuster ทำให้ Tifa และ Barret กระเด็นออกมา

 

ร่างของ Cloud เกือบจะตกลงไปด้านล่างโชคดีที่เขาใช้มือข้างหนึ่งเกาะขอบของพื้นที่ขาดเอาไว้ได้ทัน Cloud หันบอกกับ Barret ว่า

 

Cloud: พา Tifa ออกไปจากที่นี่!
Barret: ฉันดูนายผิดไป
Cloud: นี่ยังไม่ใช่จุดจบของทั้งฉันและนาย!

 

ไม่ทันได้พูดต่อ หุ่นโดรนก็ยิงใส่ทั้งสามอย่างไม่หยุดยั้ง Tifa ทรุดลงบนพื้นพยายามจะยื่นแขนไปช่วย Cloud แต่ไม่มีประโยชน์ Barret เห็นท่าไม่ดีจึงแบก Tifa ขึ้นบ่าแล้วรีบพาหนีไป แรงระเบิดซัดร่างของ Cloud ร่วงลงสู่พื้นด้านล่าง

Cloud เกาะพื้นที่ขาดเอาไว้

 

ร่าง Cloud ร่วงลงไปอย่างรวดเร็ว เขาพลิกตัวแล้วใช้ปืนยิงเชือกตะขอที่ Biggs ให้มายิงใส่กำแพง แต่ด้วยความเร็วที่เขาตงลงมาทำให้ปืนยิงเชือกไม่สามารถรับน้ำหนักได้ อย่างดีก็แค่ช่วยชะลอการตกลงได้เล็กน้อยเท่านั้น แล้วร่างของ Cloud ลอยลงไปด้านล่าง

Cloud ใช้ปืนยิงเชือกตะขอเพื่อหยุดการตกของเขา แต่ได้แค่ลดแรงตกลงได้เท่านั้น


CREDIT:

FINAL FANTASY 7 Remake

Guides by FINALFANTASY THAILAND

ข้อมูลที่น่าสนใจ

เรื่องที่น่าสนใจ [Youtube]

เว็บไซต์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ซีรีย์เกมส์ FINAL FANTASY



เพิ่มเพื่อน
Line Official: @acu5167m

Copyright © 2004 GAME.ANDAPLUS.COM All Rights Reserved.

webmaster: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.