Final Fantasy VII Remake Episode 1 (บทที่ 13 ถึง 14)

Tifa นอนหมดสติอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง เธอค่อยๆได้สติ เมื่อเธอลืมตาขึ้นก็พบว่า Cloud นั่งอยู่ข้างๆ เธอลุกขึ้นมานั่งแล้วมองไปรอบๆ พบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง

ภาพ Sector 7 ที่ถูกทำลาย

 

Tifa พยายามจะลุกขึ้น Cloud จึงเข้ามาพยุงเธอ แล้วก็ได้ยินเสียง Barret ดังขึ้นมาจากระยะไกล

 

Barret: เฮ้! มีใครอยู่ไหม?
Tifa: Barret?
Tifa: ฉันว่าฉันได้ยินเสียง Barret อยู่ข้างหน้า!

 

Cloud วิ่งเข้ามาช่วยเธอดันกำแพงที่ขวางทางอยู่ออกไป ทั้งสองเห็นเมืองที่พวกเขาเคยอยู่พังพินาศไม่มีชิ้นดี ทั้งเมืองมีเปลวไฟลุกไหม้อยู่เป็นหย่อมๆ แล้วพวกเขาก็พบ Barret ยืนอยู่ข้างหน้า

 

ฺBarret: Marlene...
Barret: Marlene! Marlene!
Barret: Marlene! [ร้องตะโกนสุดเสียง]
Barret: Biggs!
Barret: Wedge!
Barret: Jessie!
Barret: ให้ตายสิ

Barret ออกตามหา Marlene แต่เขาพบแต่ซากปรักหักพังตรงหน้า

 

เขาวิ่งเข้าไปชกกำแพงอย่างไม่หยุดยั้งแล้วร้องตะโกนด้วยความโกรธแค้น

 

Barret: ไอ้สารเสว! พวกแกมันสารเลวกันทุกคน!
Barret: Marlene... Marlene...

 

เขาต่อยกำแพงจนกำปั้นแตก Tifa ค่อยๆเดินเข้าไปปลอบใจเขา

 

Tifa: มันเป็นเพราะพวกเราเอง เราทำให้เป็นแบบนี้
Barret: ไม่ เธอจะคิดแบบนั้นไม่ได้
Barret: ไม่ว่าพวกเราจะเคยทำอะไรลงไปก่อนหน้านี้ก็ช่าง แต่วันนี้เป็น Shinra ตางหากที่เป็นคนจุดชนวนเรื่องนี้ขึ้น
Barret: ฉันพูดถูกไหม?

Barret โทษ Shinra ในเหตุการณ์ทีเกิดขึ้น

 

Barret พูดจบก็หันกลับไปมอง Tifa ที่ยืนก้มหน้าอยู่อย่างเศร้าสร้อย Tifa ตอบไปว่า “...ใช่” Barret เข้าไปกุมมือเธอแล้วค่อยๆพูดว่า

 

Barret: จำความรู้สึกนี้ไว้ จำความความโกรธนี้ไว้ ตกลงนะ?

 

Tifa ไม่ตอบคำ เธอได้แต่ยืนก้มหน้า Barret จึงเดินเข้ามากอดเธอ แล้ว Tifa ก็ร้องไห้

Barret เข้ามาปลอบ Tifa

 

Cloud เห็นเช่นนั้นเขาจึงเดินเข้าไปพูดกับ Barret ว่า

 

Cloud: Barret, Marlene ปลอดภัยดี
Cloud: Aerith พบตัวเธอแล้ว

 

ได้ยินเช่นนั้น Barret ก็ปล่อยมือออกจาก Tifa แล้วพุ่งเข้าไปหา Cloud

 

Barret: Aerith? ใช่ผู้หญิงคนที่นายพามาด้วยหรือเปล่า?
Tifa: ใช่ นั่นแหละเธอ
Barret: นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?
Tifa: ฉันขอไห้ Aerith ไปหา Marlene และพาเธอไปยังที่ปลอดภัย

 

Barret ได้ยินก็เริ่มมีความหวัง เขาเดินเข้ามายื่นต่อหน้า Cloud แล้วพูดว่า

 

Barret: แล้วเธอก็ทำแบบนั้นใช่ไหม? นายแน่ใจหรือเปล่า!?

 

Cloud ไม่ตอบแต่กลับเดินหนีไป Barret ตะโกนเรียก “เฮ้ย! นั่นนายจะไปไหน!?” แล้วเขาก็วิ่งตามไป Tifa หันไปมองซากปรักหักพัง แล้วทำหน้าเศร้า เธอหยุดดูอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเดินตามทั้งสองไป

Barret ถามว่า Cloud แน่ใจหรือไม่ว่า Marlene ปลอดภัย

 

Cloud เดินออกมาก็พบชาวเมืองที่รอดชีวิตกำลังยืนตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า Barret วิ่งตามมาแล้วพูดว่า

 

Barret: ฉันถามว่า นั่นนายจะไปไหน?
Cloud: ไปที่บ้านของ Aerith ในสลัม Sector 5
Barret: นั่นเป็นที่ๆ Marlene อยู่ใช่ไหม?
Cloud: เป็นที่ๆฉันหวังว่าเธอจะอยู่
Barret: นายบอกมาสิว่าเธอจะอยู่ที่นั่น! ขออะไรสักอย่างให้ฉันได้ยึดเหนี่ยวจิตใจ!

 

แล้ว Barret ก็วิ่งมาดักหน้า Cloud

 

Barret: ถึงแม้ว่าเธอจะทำไม่ได้! ฉันก็จะไม่โทษนาย ฉันสาบาน!

 

Cloud ยืนมองหน้า Barret อยู่ครู่หนึ่งทำให้ Barret เริ่มสงบใจลงได้บ้าง

 

Barret: นายก็รู้ว่าฉันเป็นยังไง ไม่แน่ว่าฉันอาจจะคาดค้้นกับนายมากเกินไปก็ได้
Cloud: เฮ้ Tifa รู้อะไรเกี่ยวกับพวก Ancient ไหม
Tifa: ฉันรู้ อย่างน้อยฉันก็เคยได้ยินเรื่องของพวกเขา
Barret: มันอยู่ในหนังสือดาวเคราะห์วิทยา
Barret: พวกเขาเป็นคนกลุ่มแรกที่คอยดูแลโลก
Barret: ทำได้แม้กระทั่งสื่อสารกับโลก คุยกันอะไรประมาณนั้น
Cloud: นั่นเลยอาจจะเป็นสาเหตุที่พวก Turk อยากจะได้ตัวเธอนัก

 

พูดจบ Cloud ก็รู้สึกเจ็บศีรษะอีกครั้ง เขาเห็นภาพ Sephiroth ปรากฏขึ้นมา

 

Sephiroth: เลือดของพวก Ancient ไหลอยู่ในเส้นเลือดของฉัน
Sephiroth: โลกใบนี้... เป็นสิทธิโดยกำเนิดของฉัน

 

แล้ว Cloud ก็ตกใจอย่างมากที่เห็น Sephiroth ยืนอยู่ตรงหน้า

Cloud เห็นภาพ Sephiroth ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา

 

Sephiroth พูดขึ้นว่า “เข้าใจละ นายทำพลาดอีกแล้ว” Cloud ได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับหน้าถอดสี Tifa สังเกตุเห็น Cloud มีอาการผิดปกติ

 

Sephiroth เดินเข้ามาหา Cloud แล้วพูดว่า “แต่ถึงกระนั้นความทุกข์ทรมานจะทำให้นายเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง” แล้ว Sephiroth ก็เดินมาจับไหล่ Cloud แล้วพูดต่อว่า “นั่นไม่ใช่สิ่งที่นายต้องการหรอกเหรอ” พูดจบก็เดินผ่านตัวเขาไป

 

Cloud หันหลังกลับไปมองแต่ก็พบว่า Sephiroth ได้หายตัวไปแล้ว เขาหันหน้ามองไปรอบๆอย่างตื่นตระหนก แล้ว Tifa ก็วิ่งเข้ามา

 

Tifa: Cloud?
Cloud: ไม่มีอะไรหรอก เราไปกันต่อเถอะ

Sephiroth เดินมาจับไหล่ของ Cloud

 

พวกเขาเดินทางมาถึง Wall Market ก็พบว่าคนที่นี่กำลังตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน Sector 7 เช่นเดียวกัน ระหว่างทาง Barret ได้ถามทั้งสองว่า เจอ Jessie ที่เสาไหม Tifa ตอบว่าใช่ นอกจากนี้เธอยังเจอ Biggs อีกด้วย เธอบอกว่าทั้งสองบาดเจ็บสาหัส แต่ Wedge ไม่ได้อยู่ที่เสาตอนเกิดเหตุ เขาออกมาจากเสาได้ Barret ได้ฟังเช่นนั้นก็คิดว่าเมื่อไปหา Marlene แล้วเขาก็จะออกตามหาคนอื่นๆ และเขายังต้องการให้ Tifa และ Cloud ช่วยเขาในเรื่องนี้ด้วย ทั้งสองก็รับปาก Barret

 

พวกเขาวิ่งมาจนถึง Sector 5 แล้ว Cloud ก็พาทุกคนไปยังบ้านของ Aerith

 

Cloud: นั่นไงบ้านของเธอ
Barret: Marlene! Marlene!

 

แล้ว Barret ก็รีบวิ่งไปที่บ้านของ Aerith อย่างรวดเร็ว เขาพุ่งเข้าบ้านไปทันที ข้างใน Elmyra แม่ของ Aerith กำลังนั่งอยู่ Barret เข้าไปตะโกนถามว่า “Marlene อยู่ที่ไหน” ทำให้ Elmyra ตกใจเป็นอย่างมาก Cloud กับ Tifa วิ่งตามมาต้องบอกให้ Barret สงบสติก่อน

Cloud วิ่งเข้ามาในบ้านของ Aerith และเตือนให้ Barret สงบใจไว้ก่อน

 

Barret เมื่อได้สติจึงค่อยๆพูดขึ้นว่า

 

Barret: ขอโทษ ผมชื่อ Barret, Marlene เป็นลูกสาวของผม
Barret: Marlene เธอไว้ผมสั้น เธอเป็นเทพธิดาตัวน้อย จิตใจดีเหมือนแม่พระ
Barret: เธอใส่ชุด... เอ่อ... วันนั้นเธอใส่ชุดสีชมพู!
Elmyra: เธอนอนหลับอยู่ชั้นบน

Barret ได้ยินเช่นนั้นก็เหมือนยกถูเขาออกจากอก

 

Barret ได้ยินเช่นนั้นก็เหมือนยกถูเขาออกจากอก เขารีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนในทันที Elmyra พูดว่า “ฉันบอกว่าเธอหลับอยู่!” Barret ได้ยินเช่นนั้นจึงค่อยๆเดินขึ้นบันไดไปอย่างแผ่วเบา

 

Tifa: ฉันก็อยากจะเจอเธอเหมือนกัน
Tifa: มาสิไปดูเธอกัน
Elmyra: เดินเบาๆอย่าทำให้เธอตื่น

 

แล้ว Cloud กับ Tifa ก็เดินขึ้นไปที่ชั้นสอง เขาเห็น Barret กำลังนั่งดู Marlene นอนหลับอยู่อย่างสงบ เขาพูดขึ้นว่า “ลูกสาวของฉัน ขอบคุณพระเจ้า!”

Barret กำลังนั่งดู Marlene นอนหลับอยู่อย่างสงบ

 

Tifa ยืนอยู่ข้างๆ Cloud เธอเอานิ้วจุ๊ปากว่าอย่าส่งเสียงดัง แล้ว Barret ก็เดินลงมา Elmyra พูดขึ้นว่า

 

Elmyra: Shinra ได้ตัวลูกสาวของฉันไปแล้ว
Cloud: ผมชอโทษด้วย
Tifa: ไม่ฉันผิดเอง ฉันเป็นคนขอให้เธอไปช่วย Marlene เอง
Tifa: พวกเราเพิ่งเคยเจอกัน แต่เธอเป็นคนใจดีและชอบช่วยเหลือผู้อื่น
Tifa: ฉันเอาเปรียบเธอ
Elmyra: ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก
Elmyra: เรื่องนี้ยังไงก็ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วยังไงเธอก็จะต้องไปจะช้าจะเร็วเท่านั้น
Cloud: เพราะว่าเธอเป็นพวก Ancient อย่างงั้นหรือ?

Tifa และ Cloud มองดูทั้งสองอย่างเงียบๆ

 

Elmyra ได้ยินก็ถอนหายใจ

 

Elmyra: เธอบอกพวกนายแล้วสินะ?
Elmyra: เธอคงจะเชื่อใจพวกนายทุกคนอย่างมาก...
Elmyra: ใช่แล้ว Aerith เป็น Ancient และก็น่าจะเป็นคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่
Elmyra: เธอไม่ใช่ลูกสาวของฉันหรอก
Elmyra: ฉันหมายถึงไม่ใช่ลูกทางสายเลือด ถ้านั่นคือสิ่งที่เธอกำลังสงสัย
Elmyra: เมื่อประมาณ 15 ปีก่อน
Elmyra: สามีของฉัน เขาออกไปรบที่แนวหน้า
Elmyra: แต่แล้วฉันก็ได้รับจดหมายว่าเขาจะกลับมาบ้านเป็นเวลาสั้นๆ
Elmyra: จนเมื่อถึงวันที่เขาจะกลับ ฉันไปรอรับเขาที่สถานี
Elmyra: แต่เขาก็ไม่มา
Elmyra: ฉันอดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่ฉันกลัวที่สุดจะเกิดขึ้น
Elmyra: แต่ฉันก็พยายามจะบอกกับตัวเองว่า อาจจะมีการเลื่อน เขาเลยยังไม่ได้กลับมา
Elmyra: ทุกๆวันฉันไปรอเขาและสวดมนต์
Elmyra: และนั่นทำให้ฉันพบเธอกับแม่ของเธอ

Aerith และแม่ของเธอ

 

Elmyra: ตอนแรกฉันคิดว่าพวกเธออาจจะหนีมาจาก Wall Market
Elmyra: หรือบางทีพวกเขาอาจจะเป็นพวกที่อาศัยอยู่ข้างบนแล้วเกิดตกอับ
Elmyra: ฉันเคยเห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
Elmyra: “ได้โปรดพา Aerith ไปยังที่ปลอดภัยด้วย” นั่นเป็นคำพูดสั่งเสียของแม่เธอ
Elmyra: สามีของฉันก็จากไปนานมากและฉันก็รู้สึกเหงา
Elmyra: ฉันจึงบอกกับตัวเองว่า ที่ๆปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอก็คือมาอยู่กับฉัน

แม่ของ Aerith ได้ฝาก Aerith ไว้กับ Elmyra ก่อนที่จะสิ้นใจ

 

Elmyra: มันใช้เวลาไม่นานเลยที่เธอจะเริ่มรู้สึกเหมือนเป็นครอบครัว
Elmyra: เธอเป็นคนช่างพูดจริงๆ
Elmyra: เธอชอบเล่าเรื่องแปลกๆให้ฉันฟัง
Elmyra: เช่นเธอกับแม่ของเธอหนีออกมาจากห้องทดลองอะไรสักอย่าง ได้อย่างไร
Elmyra: และทำไมเธอถึงไม่รู้สึกเสียใจเพราะว่าแม่ของเธอเพิ่งได้ “กลับคืนสู่โลกของพวกเขา”
Barret: โลกของพวกเขางั้นเหรอ? ใช่แล้ว ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง
Elmyra: ตอนนั้นฉันฟังแล้วก็ไม่เข้าใจอะไรพวกนั้นเลย
Elmyra: แต่พอฉันถามว่าเธอหมายถึงคนที่อยู่บนฟ้าหรือเปล่า...
Elmyra: เธอตอบว่าไม่ใช่ คนๆนี้ ยืนอยู่ตรงนี้
Elmyra: ฉันหมายความว่า... เรื่องนี้ฉันจะตอบอะไรได้...?

แม่ของ Aerith เล่าเรื่องของ Aerith ในวัยเด็กให้ฟัง

 

แล้ว Elmyra ก็เล่าย้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น Aerith วิ่งเข้ามาพูดกับเธอว่า

 

Aerith: คุณแม่อย่าเศร้าไปเลย
Elmyra: นั่นเป็นสิ่งที่เธออยู่ๆก็พูดขึ้นมาในวันหนึ่ง
Elmyra: ฉันเลยถามเธอว่าเกิดอะไรขึ้น
Aerith: ชายคนที่แม่รักมากๆเพิ่งเสียชีวิต
Aerith: หัวใจของเขาลอยมาไกลเพื่อจะมาบอกลา
Aerith: แต่เขาพูดไม่ได้เพราะเขาจะต้องกลับคืนสู่โลก
Elmyra: แน่นอนว่าฉันไม่เชื่อเธอ
Elmyra: แต่อีกไม่กี่วันต่อมา ฉันได้รับจดหมายบอกว่าสามีของฉันได้เสียชีวิตในหน้าที่

Aerith มาบอก Elmyra ว่าชายที่เธอรักมาบอกลา

 

Elmyra: เรื่องอะไรแบบนี้ เธอก็แค่รู้มัน
Elmyra: แม้ว่าจะมีหลายๆเรื่องที่เราต้องรับมือกับมัน แต่เราก็มีความสุข
Elmyra: แล้วเขาก็มาเคาะประตู

 

Aerith วิ่งไปเปิดประตู พอเธอเห็นว่าคนที่มาเป็น Tseng เธอก็พูดขึ้นว่า “ไม่นะ... ไปให้พ้น!” แล้วก็วิ่งหนีไป Tseng เข้ามาในบ้านแล้วนั่งคุยกับ Elmyra

 

Tseng: Aerith ไม่ใช่แค่เด็กธรรมดา คุณก็ทราบใช่ไหม
Tseng: เธอเป็นผู้สืบสายเลือดจากพวก Ancient
Elmyra: ฉันไม่รู้ว่าเขาหมายความว่ายังไง ฉันจึงถามเข้าไปว่า “พวก Ancient คือใคร”

Aerith วิ่งไปเปิดประตูพบว่าคนที่มาคือ Tseng

 

Tseng: พวกเขาคือชนกลุ่มแรกที่ดูแลรักษาโลก ผู้ซึ่งมีความรู้และภูมิปัญญาที่ไร้ขอบเขต ที่จะนำพาพวกเราไปสู่ดินแดนแห่งพันธะสัญญา
Tseng: บางคนเชื่อว่าดินแดนแห่งพันธะสัญญาเป็นแค่นิยาย คนอื่นๆคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องที่สมมุติขึ้นอะไรพวกนั้น
Tseng: แต่เราเชื่อตามคัมภีร์ที่บันทึกเอาไว้ และค่อนข้างเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง
Tseng: นี่คือเหตุผลว่าทำไม Shinra จึงอยากจะขอให้ Aerith มาช่วยเรามาก
Aerith: คุณข้าใจผิดแล้วแล้ว ฉันไม่ใช่พวก Ancient
Tseng: แต่ Aerith... แม้แต่ตอนที่เธออยู่เพียงลำพัง เธอไม่ได้ยินเสียงกระซิบคอยเล่าความลับต่างๆให้ฟังอย่างงั้นหรือ?
Aerith: ไม่ ไม่เคย!

Aerith บอกว่าเธอไม่ใช่ Ancient

 

Elmyra: แต่เราทั้งสามคนต่างก็รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง
Elmyra: ชายคนนั้นรู้แน่ชัดว่า Aerith เป็นใคร รู้ว่าเธอมาจากไหน และเธอสามารถทำอะไรได้
Cloud: พวกนั้นรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน แล้วทำไมไม่เอาตัวเธอไป? ฟังดูแล้วไม่เหมือนพวก Turk ที่ผมรู้จัก
Elmyra: พวกเขาบอกว่า เธอจะต้องไปด้วยความเต็มใจ ไม่เช่นนั้นมันจะไม่ได้ผล
Elmyra: นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ฉันเชื่อว่าถึงแม้ว่าเธอจะถูกพาตัวไป ฉันก็แน่ใจว่าพวกนั้นจะดูแลเธอเหมือนเป็นแขกของพวกเขา...
Elmyra: และพวกเขาจะส่งเธอกลับบ้านเมื่อพวกเขาได้สิ่งที่ต้องการแล้ว
Cloud: ผมไม่แน่ใจเรื่องนั้น

 

พูดจบ Cloud ก็คิดจะเดินออกไป แต่ Elmyra ก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วพูดว่า

 

Elmyra: นี่เธอไม่ได้กำลังวางแผนจะทำอะไรใช่ไหม?
Elmyra: อย่าทำให้เรื่องมันเลวร้ายกว่าที่เป็นอยู่เลย
Elmyra: ถ้าฉันต้องเสียเธอไปอีกคน ฉันไม่รู้ว่าฉันจะสามารถ... จะสามารถ...
Elmyra: แค่อย่าทำอะไรก็แล้วกัน

 

พูดจบ Elmyra ก็ลงไปนั่งถอนหายใจอยู่ที่โต๊ะ

 

Tifa: Cloud บางทีเธออาจจะพูดถูกนะ
Tifa: บางทีพวกนั้นอาจจะยอมปล่อย Aerith ไปเมื่อเรื่องนี้จบลง
Tifa: บางทีเราน่าจะรออีกสักหน่อยอาจจะดีกว่า

 

Cloud ได้ฟังก็ครุ่นคิด แล้ว Barret ก็เดินเข้ามาบอกว่า

 

Barret: พวกเรากลับไป Sector 7 กันเถอะ
Barret: ยังมีเรื่องที่ต้องสะสาง
Barret: เช่นกลับไปตรวจดูที่บาร์
Tifa: ใช่ [แล้ว Tifa ก็หันไปมอง Cloud]
Cloud: โอเค

ทั้งสามตกลงจะกลับไป Sector 7 อีกครั้ง

 

แล้วทั้งสามก็ออกเดินทางกลับไป

 

Tifa: ตอนนี้ทางเข้า Sector 7 ถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง แล้วเราจะเข้าไปได้ยังไง?
Cloud: มีทางใต้ดินอยู่ที่สวน
Barret: อ่านั่นเป็นแผนที่ดี
Tifa: แล้วเราจะไปที่สวนได้ยังไง
Cloud: ฉันรู้อีกเส้นทางไปที่นั่น Aerith เคยพาฉันไป
Barret: Ancient คนนี้รู้เรื่องของเธอดีจริงๆ
Barret: ไม่ได้หมายความถึงเรื่องอื่นนะ

 

แล้ว Cloud ก็พาทั้งสองวิ่งผ่านอุโมงค์ทางด่วนมาจนถึงที่สวนได้สำเร็จ เมื่อมาถึง Barret ก็ได้พบกับ Wymer หนึ่งในสมาชิกของ AVALANCHE

Wymer หนึ่งในสมาชิกของ AVALANCHE

 

Barret กับ Tifa เห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปทักในทันที

 

Barret: Wymer! นายยังไม่ตาย!
Wymer: ยังครบ 32 อยู่
Barret: มีใครรอดมาได้อีกไหม?
Wymer: [สั่นหัว] ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน... ขอโทษด้วย
Tifa: ไม่เป็นไรหรอก
Barret: ฉันก็แค่ดีใจที่นายรอดมาได้ มันทำให้มีความหวังว่าคนอื่นๆอาจจะรอดก็ได้ [เข้าไปจับไหล่ Wymer]
Wymer: อือ

 

แล้ว Cloud ก็พาทั้งสองมุดไปยังทางลับที่อยู่ใต้ไม้ลื่น

Cloud พาทั้งสองมุดไปยังทางลับใต้ไม้ลื่น

 

เพียงไม่นานทั้งสามก็มาถึงสลัม Sector 7 ได้สำเร็จ ทั้งเมืองตอนนี้เต็มไปด้วยซากปรักหักพังและมีไฟไหม้อยู่ทั่วบริเวณ Barret ได้เห็นถึงกับแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง Tifa หันมองไปรอบๆ แล้วเธอก็พบ Marle กำลังช่วยคนที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ Tifa ดีใจที่ Marle ปลอดภัย แล้วพวกเขาตรงเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บก่อนแล้วจึงค่อยสนทนากัน

 

Marle บอกว่าเธอดีใจที่ทุกคนปลอดภัย เธอถามว่าแล้วพวกเขาจะทำอะไรกันต่อ Barret ตอนนี้ยังไม่ได้วางแผนอะไร Marle จึงแนะนำให้พวกเขาไปดูที่บาร์ก่อน แล้วค่อยตามหาคนที่เหลือ Barret เห็นด้วย

 

ระหว่างทางพวกเขาได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วยอยู่ทั่วไปหมด Barret หยุดดูอยู่ที่ป้ายร้าน Seventh Heaven ที่ตอนนี้พังไม่มีชิ้นดี บาร์ของพวกเขาตอนนี้เหลือเพียงแต่ซาก Tifa ยืนมองดูสภาพบาร์ของเธออย่างเหม่อลอย ทันใดนั้น Cloud เห็นว่ามีกล่องเหล็กใบหนึ่งกำลังตกลงมาเขารีบฉุดแขน Tifa ให้หลบออกมาจากอันตราย

 

ทันใดนั้นก็มีเสียงแมวตัวหนึ่งร้องขึ้น Cloud หันไปดูก็จำได้ว่าเป็นแมวของ Wedge แมวตัวนั้นหันมาร้องเรียกพวกเขาแล้ววิ่งไป Tifa จึงบอกว่าให้ลองตามแมวไปดูกัน แล้ว Barret กับ Cloud ก็ช่วยกันเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางออกเพื่อที่จะตามแมวตัวนั้นไป

แมวของ Wedge ร้องเรียก แล้วก็วิ่งไป

 

แมวก็วิ่งนำพวกเขาไปยังบ้านของ Wedge ทั้งสามเห็นสภาพบ้านที่พังจนไม่เหลือเค้าเดิม แล้วแมวตัวนั้นก็นำทางพวกเขามายังโพลงขนาดใหญ่ใต้บ้านของ Wedge เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปก็พบว่าภายในมีทางเดินใต้ดินที่ถูกสร้างขึ้น พวกเขาพบว่าแท้จริงแล้วที่นี่เป็นห้องทดลองใต้ดินที่ Shinra สร้างขึ้นมานั่นเอง ขณะที่ Barret กำลังก้าวเท้าเดินอยู่ภายในอยู่ๆพื้นที่ใต้เท้าเขาก็พังลงมาทำให้ร่างของ Barret ร่วงลงไปในห้องชั้นล่างในทันที

 

Barret ตกลงไปนอนกองอยู่บนพื้น เขาค่อยๆลุกชึ้นยืนแล้วสบัดหัวอย่างมึนงง เขาหันไปมองดูรอบๆจึงพบว่าเขายืนอยู่ในห้องขนาดใหญ่ เขาลองตะโกนเรียกชื่อ Tifa กับ Cloud แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา เขาจึงเริ่มออกเดินสำรวจ ภายในห้องทดลองนี้มีเหล่ามอนเตอร์เดินปวนเปี้ยนอยู่เต็มไปหมด

Barret ตกลงมายังห้องทดลองลับของ Shinra

 

เขาเดินทางอยู่พักใหญ่จนมาเจอ Tifa ที่กำลังสู้กับฝูงแมลงจำนวนมาก Barret เห็นเช่นนั้นจึงพยายามจะฝ่าฟูงแมลงเพื่อไปสมทบกับเธอแต่พวกแมลงมีจำนวนมากเกินไป Barret จึงต้องคิดหาทางอื่น แล้วเขาก็มองเห็นถังแก๊สขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในห้อง เขาจึงยิงทำลายถังแก๊สจนเกิดระเบิดขนาดใหญ่ขึ้น แล้วพวกแมลงก็ถูกแรงระเบิดเผาร่างของพวกมันจนตายเกือบหมด

 

Barret รีบวิ่งไปหา Tifa แล้วเขาก็ถามว่า Cloud หายไปไหน Tifa ตอบว่าเธอก็ไม่รู้ Barret คิดว่า Cloud น่าจะดูแลตัวเองได้ และพวกเขาควรออกเดินทางตามหา Wedge กันต่อไป

 

เมื่อมาถึงห้องหนึ่ง Barret ได้ยินเสียงแมวของ Wedge ร้องขึ้นมา เมื่อเขาเดินเข้าไปก็พบร่างของ Wedge นอนนิ่งอยู่ที่พื้นข้างกายมีแมวของเขานั่งเฝ้าอยู่ Barret และ Tifa จึงรีบวิ่งเข้าไปดูอาการของ Wdge ในทันที Tifa ก้มลงเอาหูของเธอแนบที่อกเพื่อฟังเสียงหัวใจ แล้วบอกกับ Barret ว่า

 

Tifa: เขาปลอดภัย
Barret: เธอแน่ใจนะ?
Tifa: อึ่ม
ฺBarret: ทำให้ฉันเป็นห่วงแบบนี้ ถ้าไม่ได้เป็นอะไรมากฉันจะแตะก้นแกแน่
Barret: ขอบคุณพระเจ้า [ยิ้มอย่างโล่งใจ]

Tifa เข้าไปดูอาการของ Wedge

 

Tifa หันไปที่แมวของ Wedge แล้วบอกว่า “ขอบใจนะ!” เจ้าแมวร้องรับแล้วก็กระดิกหูให้เธอ แล้ว Tifa ก็พูดว่า “ไปกันเถอะ” Barret จึงเดินเข้าไปแบกร่าง Wedge ขึ้นบนบ่าหมายจะจากไป แต่ Tifa เริ่มสังเกตุเห็นอะไรบางอย่าง เธอมองดูรอบๆห้องแล้วสงสัยว่าของในห้องนี้คืออะไร ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นแล้วประตูห้องก็ค่อยๆเลื่อนปืดลง

 

Barret รีบวางร่างของ Wedge ลงที่นอกประตูแล้ววิ่งกลับมาสมทบกับ Tifa ทันใดนั้นก็มีมอนเตอร์รูปร่างประหลาดคล้ายมนุษย์โผล่ออกมาจำนวนมาก Barret ตะโกนว่า “นี่มันตัวอะไรอีกเนี่ย!?” Tifa คิดว่ามอนเตอร์พวกนี้ต้องเป็นสัตว์ทดลองของ Shinra อย่างไม่ต้องสงสัย

Unknow Entity ปรากฏตัว

 

Tifa กับ Barret ร่วมมือกันกำจัดฝูงมอนเตอร์ที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย พวกเขากำจัดศัตรูไปหลายตัวแต่ก็ยังมีศัตรูตัวใหม่เข้ามาเรื่อยๆ Barret เห็นว่าศัตรูออกมาจากช่องระบายอากาศบนกำแพงจึงบอกกับ Tifa ว่าพวกเราจะต้องปิดช่องนี้ก่อน ตัวเขาจะต้านศัตรูเอาไว้แล้วให้ Tifa ไปปิดช่องระบายอากาศที่ด้านบน

 

Tifa รีบวิ่งขึ้นบันไดไปตามแผน แต่ทันใดนั้นก็มี มอนเตอร์ขนาดยักพังทะลุพื้นห้องทดลองเข้ามา มันก็คือ Failed Experiment นั่นเอง

Failed Experiment ปรากฏตัวขึ้นมา

 

Failed Experiment ยืนขึ้นแล้วทุบใส่พื้นที่ Tifa ยืนอยู่จนร่างของเธอกระเด็นขึ้นไปในอากาศ Barret เห็นเช่นนั้นจึงรีบวิ่งเอาแขนของเขารองไปที่ใต้เท้าของ Tifa แล้วใช้กำลังแขนโยนร่างของเธอขึ้น Tifa จึงดีดตัวขึ้นไปยังพื้นด้านบนได้สำเร็จอีกครั้ง แต่พวกมอนเตอร์ก็ตามไล่ล่าเธอไม่หยุดหย่อน

 

โชคดีที่ Failed Experiment หยิบร่างของมอนเตอร์ตัวหนึ่งขึ้นมาโยนเข้าใส่ Tifa แต่กลับพลาดไปโดนช่องระบายอากาศจึงทำให้พวกมอนเตอร์ไม่สามารถเข้ามาเพิ่มได้อีก

 

Tifa กับ Barret ต่อสู้กับ Failed Experiment อยู่นานจน Failed Experiment เริ่มออนแรง ทันใดนั้นเอง Cloud ก็กระโดดออกมาจากช่องระบายอากาศแล้วใช้ดาบของเขาฟันใส่ร่างของ Failed Experiment อย่างแรงจนร่างของ Failed Experiment กระเด็นไปกระแทกกับกำแพง

Cloud กระโดดลงมาช่วยทันสองได้ทันท่วงที

 

Tifa ตะโกนเรีบกชื่อ Cloud ด้วยความยินดี Barret ก็บอกว่าเขามาได้ทันเวลาพอดี Cloud ลุกขึ้นยืนแล้วบอก Barret ให้จัดการปิดฉากการต่อสู้นี้ลงซะ Barret ตะโกนว่า “มาสายแล้วยังมาออกคำสั่งกับฉันอีกเหรอ” พูดจบก็ชาร์จพลังไปที่ปืนของเขาแล้วยิงใส่ Failed Experiment จนร่างล้มไปกระแทกกำแพงลงไปนอนแน่นิ่ง

Failed Experimen ผ่ายแพ้แล้ว

 

แล้วร่างของ Failed Experiment ก็ค่อยๆสลายไป Barret กู่ร้องด้วยความยินดี

 

Barret: Cloud นายตามเราเจอได้ยังไง?
Cloud: เดินตามรูกระสุนมา
Cloud: ไม่มีใครอีกแล้วที่ฉันรู้จักจะทิ้งร่องรอยเละเทะแบบนี้เอาไว้
Barret: หึหึ

 

พูดจบ Barret ก็สังเกตุเห็นลูกไฟเล็กๆลอยออกมากำแพงที่ Failed Experiment กระแทกจนแตกร้าว เขาจึงยิงปืนใส่กำแพงจนเป็นรู แล้วทั้งสามก็มองเข้าไป พวกเขาเห็นหลอดทดลองขนาดใหญ่เรียงกันอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อเขาสังเกตุดูของที่อยู่ในหลอดทดลองก็พบว่ามีร่างของมนุษย์อยู่ในนั้น

ร่างคนที่อยู่ในหลอดทดลองของ Shinra

 

Tifa: โอ้พระเจ้า พวกนั้นคือ...
Barret: คน
Cloud: ใช่แล้ว นี่แหละ Shinra ที่ฉันรู้จัก

 

Cloud มองดูคนในหลอดทดลอง แล้วก็เกิดภาพความทรงจำเกิดขึ้นในหัวของเขา เขาเห็นภาพตัวเองนั่งอยู่ในหลอด และยังมีร่างทดลองแบบต่างๆอีกมากมาย รวมถึง Failed Experiment ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก

ภาพ Cloud ในหลอดทดลอง

 

Tifa สังเกตุเห็นความผิดปกติของ Cloud จนต้องเรียกชื่อเขาเพื่อให้ได้สติ ทันใดนั้นก็มีภูติปรากกฏขึ้นเป็นจำนวนมาก พวกภูติพุ่งกระแทกร่างของทั้งสามจนลอยออกไป

 

Cloud นอนหมดสติอยู่บนพื้น เข้าค่อยๆลืมตาขึ้นแล้วพบว่าพวกเขาทั้งหมดออกมานอนกองกันอยู่ข้างนอกห้องทดลอง ไม่นาน Tifa กับ Barret ก็ค่อยๆลุกขึ้น ทั้งสองเห็น Wedge นอนอยู่บนพื้นจึงรีบเข้าไปดูอาการในทันที

 

Tifa: เราต้องพาเขาไปที่ปลอดภัย
Tifa: เรื่องอื่นไว้ค่อยว่ากัน
Barret: เห็นด้วยพวกเรารีบไปกันเถอะ

 

แล้ว Barret ก็เดินไปแบกร่าง Wedge ขึ้นบ่า Cloud ยืนจ้องมองหลุมทางเข้าห้องทดลองอย่างเงียบงั้น ส่วน Tifa ตรงไปอุ้มแมวของ Wedge เธอหันกลับไปเรียก Cloud

Tifa อุ้มแมวของ Wedge

 

Cloud หันไปมอง Tifa เห็นเธออุ้มแมวอยู่ แล้วแมวก็จ้องหน้า Cloud แล้วกระดิกหูให้ Cloud พูดขึ้นว่า “แมวดี”

 

เมื่อเดินไปได้สักครู่ Barret บอกว่าเขาอยากจะให้ทั้งสองช่วยพา Wedge กลับไปรักษาแทนเขาที ตัวเขาอยากจะออกตามหาคนอื่นๆ Barret คิดว่า Wedge ยังสามารถรอดมาได้ Biggs กับ Jessie ก็อาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นได้

 

Cloud กับ Tifa ได้ยินก็ยืนก้มหน้า แล้ว Tifa ก็ถอนหายใจออกมา

Cloud กับ Tifa รู้สึกเสียใจเมื่อได้ยินว่า Barret จะออกตามหา Biggs กับ Jessie

 

Cloud ตัดสินใจบอกความจริงแก่ Barret

 

Cloud: ฉันเจอพวกเขาทั้งสองที่เสารับน้ำหนัก... Jessie กับ Biggs
Cloud: ฉันเห็นว่าพวกเขาเจ็บหนักแค่ไหน
Cloud: ฉันเสียใจด้วย แต่...

 

Cloud พูดแล้วก็สั่นหัว Barret ทำหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด

 

Barret: อย่า (เสียใจ)
Tifa: พวกเขากลับคืนสู่โลกแล้ว

 

พูดจบ ฺBarret ก็รู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก

 

Barret: พวกเขา... พวกเขาควรจะกลับมาหาเรา
Barret: แต่ถ้าเราหยุดอยู่แค่นี้... พวกเขาจะทำให้เราไม่มีวันจะลืมเรื่องน่าอดสูนี้ลงได้แน่
Barret: ดังนั้นเราจึงจะแบกภาระนี้ต่อไป

 

พูดจบทั้งสามก็เดินต่อไปยังบ้านของ Aerith

Barret จะสานต่อภาระกิจของพวกเข้าให้สำเร็จเพื่อเพื่อนที่จากไป

 

Barret กลับมาหา Elmyra ที่ Sector 5 อีกครั้ง เขากล่าวขอโทษ Elmyra อย่างจริงจังเนื่องจากพวกเขาไม่มีที่ไปจริงๆ เขาเลยจำเป็นต้องนำ Wedge มาพักรักษาตัวที่นี่ ด้วยความมีเมตตา Elmyra ก็ยอมให้ Wedge รักษาตัวอยู่ที่นี่ได้

Barret ขอให้คนของเขาได้พักรักษาตัวที่บ้านของ Elmyra

 

Cloud ยืนคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจพูดขึ้นมาว่า

 

Cloud: Elmyra
Cloud: ผมเข้าใจเรื่องที่คุณพูดแต่คุณต้องอนุญาตให้เราตามไปช่วย Aerith
Elmyra: ฉันจะไม่คุยเรื่องนี้อีก
Cloud: พวกเราพบห้องทดลองใต้ดินของ Shinra ที่นั้่นพวกเขาเอาคนมาทดลอง
Cloud: นี่ไม่ใช่ครั้งแรกและจะไม่เป็นครั้งสุดท้าย
Cloud: ผมรู้จักคนพวกนี้ดี และผมรู้ว่าพวกเขาจะไม่ปล่อย Aerith ไปแน่
Cloud: เธอเป็น Ancient คนสุดท้ายบนโลกนี้ ลองคิดดูสิว่านักวิทยาศาสคร์ของ Shinra จะคิดยังไง
Cloud: โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอ้สารเลว Hojo สำหรับเขาพวกเราก็เป็นแค่ตัวเลขกับก้อนเนื้อเท่านั้น
Elmyra: พอได้แล้ว!
Cloud: แต่...

 

Tifa เดินเขามาจับแขน Cloud เพื่อขอให้เขาหยุดพูด

Elmyra: ได้โปรดฉันต้องการเวลาเพื่อคิดเรื่องนี้
Elmyra: วันนี้พวกเธอเจออะไรหนักๆมามากแล้ว ทำไมพวกเธอไม่ขึ้นไปนอนพักข้างบนกันก่อนหล่ะ

Elmyra ขอเวลาตัดสินใจเรื่อง Aerith

 

กลางดึกขณะที่ทุกคนกำลังหลับอยู่ Cloud ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้น เขาจึงเดินออกจากห้องแล้วสังเกตุเห็นว่าประตูห้องนอนของ Tifa เปิดอยู่ เขาจึงออกเดินสำรวจรอบๆบ้าน จนมาพบ Tifa ยืนอยู่ที่สวนดอกไม้

[ถึงตอนนี้ผู้เล่นจะพบเหตุการณ์สองเหตุการณ์ ซึ่งแต่ละคนจะพบเหตุการณ์แตกต่างกัน]

 

==========================

 

[เหตุการแรก Cloud จะพบกับ Tifa]

 

Cloud: นอนไม่หลับเหรอ?
Tifa: เปล่า แล้วเธอหล่ะ?
Cloud: ฉันได้ยินเสียงฝีเท้า
Tifa: ขอโทษนะ ไม่ตั้งใจจะทำให้เธอตื่น
Cloud: ฉันตื่นง่าย เป็นนิสัยของพวก SOLDIER
Tifa: ดอกไม้ที่เธอให้คืนนั้น มันเป็นของ Aerith ใช่ไหม?

Tifa ทราบแล้วว่าดอกไม้ที่ Cloud ให้เธอเป็นของ Aerith

 

Cloud ทำหน้ากระอักกระอ่วน Tifa เห็น Cloud ไม่ตอบก็หัวเราะ

 

Tifa: ฉันก็รู้ว่ามันมีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นแน่นอน อย่างนายหน่ะเหรอจะซื้อดอกไม้
Tifa: รู้ไหมดอกไม้ดอกนั้นมันแทนความหมายถึงการกลับมาพบกันอีกครั้ง
Tifa: ฉันสงสัยเลยลองหาความหมายดู
Tifa: ฉันพยายามจะรักษาให้มันอยู่ได้นานที่สุด
Tifa: แต่ตอนนี้มันตายและถูกฝังไปแล้ว

 

พูดถึงตอนนี้ Tifa ก็ร้องไห้

 

Tifa: เหมือนกับบาร์ บ้านของเรา และทุกๆอย่าง

 

พูดจบเธอก็เดินเข้ามาซบอก Cloud

 

Tifa: พวกมันเอาทุกๆอย่างไปจากเราอีกครั้ง

 

แล้ว Tifa ก็ร้องไห้หนักมากจน Cloud ต้องกอดเธอเอาไว้

Tifa กำลังร้องไห้ Cloud จึงกอดเธอไว้

 

ทั้งสองยืนกอดกันอยู่นาน Cloud มีสีหน้าครุ่นคิดแล้วแล้ว Tifa ก็พูดขึ้นว่า “Cloud นายกำลังทำฉันเจ็บ” Cloud เพิ่งรู้สึกตัวว่ากอดเธอแรงเกินไปจึงปล่อยมือ

Cloud กับ Tifa ยืนกอดกันแน่น

 

Tifa: มันโง่มาก
Tifa: ฉันรู้ว่าการร้องไห้มันเป็นเรื่องเสียเวลา
Cloud: นั่นไม่จริงเลย
Tifa: ขอบใจนะ

Cloud พูดปลอบใจ Tifa

 

==========================

 

[เหตุการที่สอง Cloud จะพบกับ Aerith]

Cloud มาพบกับ Aerith ในสวนดอกไม้

 

Cloud: นี่มันเป็นไปได้ยังไง?

 

พูดจบก็มีแสงจาก Lifestream ปรากฏขึ้นบนขอบฟ้า

 

Cloud: นี่คือความฝันหรือเปล่า?
Aerith: ก็ไม่แน่ นายบอกฉันทีสิ
Cloud: เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?
Aerith: ฉันดูเหมือนเป็นอะไรอย่างงั้นเหรอ?
Aerith: ฉันเคยอาศัยอยู่ในตึก Shinra เมื่อตอนที่ฉันยังเด็กมากๆ
Cloud: แม่เธอบอกเรื่องนั้นกับเราแล้ว
Aerith: จริงสินะ ดังนั้นมันจึงทำให้ฉันรู้สึกเหมือนว่าได้กลับไปอยู่ที่บ้านตอนที่ยังเด็กเลย รู้ไหม?
Aerith: พูดตามตรงนะ มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น
Cloud: แล้วยังไง เธออยากจะอยู่ที่นั่นอย่างนั้นหรือ
Aerith: ไม่เอาน่า Cloud อย่าโง่ไปหน่อยเลย

Aerith บอกว่าเธอปลอดภัย

 

Cloud: แม่ของเธอก็เป็นห่วงมาก
Aerith: ก็งั้นเหรอ? งั้นนายก็รู้สึกเป็นห่วงฉันด้วยหน่ะสิ? [เธอทำสีหน้าดีใจและเดินเข้าไปหา Cloud]
Cloud: แน่นอนอยู่แล้ว

 

พูดจบเธอก็ยิ้มเล็กน้อย เพียงครูเดียวแววตาดูเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด เธอก้มหน้าแล้วเบี่ยงหน้าไปทางอื่น แล้วพูดว่า

 

Aerith: ฉันขอโทษจริงๆ

 

แล้วเธอก็มองขึ้นไปดูแสงจาก Lifestream บนฟ้า Cloud มองตามขึ้นไป

 

Cloud: นั่นมัน?
Aerith: [ยกมือขึ้นอธิษฐาน] ทุกคนต่างก็ต้องตายในที่สุด Cloud: ก็คงงั้น

Aerith มีสีหน้าเศร้าลง เธอหันหน้าไปเหมือนอธิษฐานอะไรบางอย่าง

 

Aerith: ดังนั้นเราจึงควรใช้เวลาที่มีเหลืออยู่ให้คุ้มค่า และใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการ
Aerith: ทุกๆนาที... ทุกช่วงเวลาล้วนมีความหมาย
Cloud: ฉันจะจำใว้
Aerith: ดีแล้ว
Aerith: แล้ว... [ถอนหายใจ หน้าตาครุ่นคิดคล้ายอยากจะพูดอะไร แต่ก็ไม่พูดออกมา]
Cloud: เราน่าจะต้องยอมรับช่วงเวลานี้ ใช่ไหม?
Aerith: ฉันดีใจที่ได้พบกับเธอ Cloud ฉันดีใจจริงๆ
Aerith: ฉันรู้สึกขอบคุณสำหรับทุกคำพูดที่เราได้แบ่งปัน
Aerith: สำหรับทุกช่วงเวลา และทุกความทรงจำ
Aerith: เธอทำให้ฉันมีความสุขมากกว่าที่เธอคิดเสียอีก
Aerith: และฉันจะถนอมสิ่งที่เธอได้ให้ฉันใว้เสมอ
Aerith: แต่...
Aerith: แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอจะตกหลุ่มรักฉันไม่ได้

 

Cloud ได้ยินถึงกันถอนหายใจอย่างเหนือความคาดหมายแล้วหันหน้าหนีไป แล้ว Aerith เอื้อมมือมาจับที่หน้าของ Cloud แล้วพูดว่า

 

Aerith: ถึงแม้ว่าเธอจะคิดว่าเธอชอบฉัน แต่นั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องจริง

Aerith บอก Cloud ว่าเขาจะรักเธอไม่ได้

 

Aerith พูดจบก็เอามืออกจากหน้าของ Cloud, Cloud พยาายามจะคว้ามือของเธอใว้ แต่มือของเขากลับทะลุผ่านร่างของ Aerith ไปเหมือนเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ Aerith เดินหันหลังจากไป ร่างของเธอค่อยๆสลายลงทีจะช้าๆ

 

Cloud: ฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
Aerith: เกือบจะเช้าแล้ว ได้เวลาจะต้องไปแล้ว
Cloud: ฉันจะไปช่วยเธอ

 

Aerith หันหน้ากลับมามองแล้วพูดอย่างปลาบปลื้มใจ

 

Aerith: ถ้านั่นเป็นสิ่งที่เธอต้องการก็ขอบใจนะ

Aerith ขอบคุณ Cloud ที่จะมาช่วยเธอ

 

==========================

 

ในตอนเช้า Barret กล่าวขอบคุณ Elmyra ที่เธอช่วยเหลือพวกเขา เขาพูดต่อว่า ถ้าเกิดวันไหนเธอต้องการให้พวกเขาช่วยก็บอกเขาได้ทุกเมื่อ

 

Cloud: Elmyra
Elmyra: ฉันลองคิดถึงเรื่องที่นายพูดแล้ว
Cloud: เธอกำลังเรียกผมอยู่ ผมรู้สึกได้
Tifa: พวกเราทุกคนรู้สึกได้ ดังนั้นได้โปรด
Tifa: เธอเป็นเพื่อนของเรา พวกเราจึงต้องไปช่วยเธอ

 

Elmyra หันมองหน้าทั้งสาม เธอเห็นว่าทั้งสามมีความต้องการแน่วแน่ที่จะช่วย Aerith

 

Elmyra: ฉันก็รู้อยู่แล้วว่าวันหนี่งจะต้องเกิดเรื่องนี้
Elmyra: รู้ว่าวันนึงฉันจะต้องกล่าวคำลากับลูกน้อยของฉัน
Elmyra: แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานั้น
Elmyra: ได้โปรด... พาเธอกลับมาหาฉันที

 

Cloud ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกดีใจ เขาตอบรับในทันที

 

Cloud: อี่ม

Cloud ดีใจที่ Elmyra อนุญาตให้เขาไปช่วย Aerith

 

ทันใดนั้น Marlene ก็เดินลงมาจากชั้นบน

 

Marlene: คุณพ่อ!
Barret: Marlene...
Marlene: พ่อจะไปแล้วเหรอ?
Barret: พ่อเสียใจลูกรัก พ่อก็ไม่อยากไป
Barret: พ่ออยากจะอยู่กับลูกตลอดเวลา พ่ออยากจะทำแบบนั้นจริงๆ
Barret: แต่ถ้าพ่ออยู่ที่นี่ พ่อก็ออกไปสู้ไม่ได้
Marlene: [ทำหน้าสงสัยในสิ่งที่ Barret พูด]
Barret: มีพวกคนเลวพยายามจะทำร้ายโลกของเรา
Barret: และพ่อ พ่อกับเพื่อนๆของพ่อกำลังพยายามจะหยุดคนเลวเหล่านั้น
Barret: ไม่ว่าจะเป็นสลัม เพื่อนของเธอ และโลกใบนี้ มันเป็นหน้าที่ของพ่อที่จะต้องปกป้องมันเอาไว้

Barret คุยกับ Marlene

 

Marlene ฟังแล้วก็ยิ้มให้ เธอเข้าใจพ่อของเธอ แล้ว Barret ก็เข้าไปกอดเธอแล้วแบกเธอขึ้นบนบ่า

 

Barret: นั่นแหละคือเหตุผลที่พ่อจะต้องไป
Barret: ลูกจำพี่สาวใจดีคนที่มาช่วยลูกได้ไหม? ตอนนี้พวกเราต้องไปช่วยเธอแล้ว
ฺBarret: และเมื่อเราพาเธอกลับมาบ้านแล้ว ลูกจะต้องขอบคุณเธอด้วย โอเคไหม?
Marlene: เค
Marlene: พี่คนนั้น เธอ... [เหมือนจะบอกอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่พูดออกมา หน้าของเธอดูเศร้าลงทันที]
Barret: มีอะไรเหรอ?
Marlene: ไม่มีอะไรค่ะ พ่อควรไปช่วยเธอ
Barret: เราจะไปช่วยเธอแน่นอน

 

แล้ว Barret ก็วางลูกสาวเขาลง Marlene เข้าไปกอดพ่อของเธอ

 

Marlene: พ่อจะกลับมาใช่ไหม?
Barret: แน่นอน พ่อให้สัญญา
Marlene: ตกลง งั้นพ่อไปได้!

Barret อุ้ม Marlene มานั่งบนบ่า

 

แล้วทั้งสามก็ออกเดินทางไปช่วย Aerith ทันที Tifa ถามว่าแล้วจะขึ้นไปด้านบนได้อย่างไร ตอนนี้มีการตรวจตราแน่นหนาแถมรถไฟก็หยุดให้บริการ สักครู่พวกเขาก็นึกออกว่ามีคนนึงที่อาจจะรู้วิธีขึ้นไปด้านบน นั่นก็คือ Don Corneo นั่นเอง พวกเขาจึงออกเดินทางไป Wall Market

ทั้งสามออกเดินทางไปช่วย Aerith

 

ระหว่างทางเขาเจอเด็กสาวคนหนึ่งกำลังปล่อยข่าวปลุกระดมคนในเมืองอยู่

 

Kyrie: แล้วหลังจากวางระเบิดเตาปฏิกรณ์ที่ 1 กับ 5 แล้ว พวกผู้ก่อการร้ายรักโลกพวกนั้นทำอะไรต่อ?
Kyrie: พวกนั้นยังไม่หยุด พวกมันไปทำลายเตาปฏิกรณ์ Mako 7
Kyrie: อีกหนึ่งเหตุการณ์ก่อการร้ายที่กระทำโดยพวกมือสมัครเล่น พวกเขาไม่เคยสนใจถึงผลกระทบที่จะตามมา
Kyrie: ท้องฟ้าพังทลายลงมาแล้วพวก AVALANCHE ต้องรับผิดชอบ
Kyrie: ยังไม่หมด!
Kyrie: รู้หรือไม่ว่าพวก Wutai เป็นคนออกทุนให้พวกนั้นก่อการร้าย?
Kyrie: ทั้งๆที่ทำถึงขนาดนี้ยังมีหน้ามาพูดว่าสู้เพื่อชาวสลัม
Kyrie: พวกนั้นเป็นแค่เบี้ยของพวก Wutai หุ่นเชิดที่เต้นไปตามทำนองของพวกต่างชาติ
Kyrie: และนั่นเป็นเรื่องจริง!
Kyrie: และนี่ข่าวจากข้างบนนำมาเล่าให้แก่ทุกท่านได้ฟัง!
Kyrie: ในราคาแค่ 5 Gil 5 Gil เท่านั้น อย่ารอช้า

 

เมื่อฟังจบพวกคนที่ยืนฟังอยู่ก็เริ่มถกกัน

 

ประชาชน: ให้ตายสิ! ว่าแล้วว่าเราเชื่อพวก Wutai ไม่ได้ พวกนั้นชอบมายุ่งเรื่องของเรา
ประชาชน: มันเป็นเพราะเตาปฏิกณ์ พวกเรามีะเตาปฏิกณ์ แล้วพวกนั้นต้องการมัน
ประชาชน: นี่หมายความว่าจะเกิดสงครามขึ้นอีกครั้งหรอเปล่า?
ประชาชน: พวกนั้นก่อเรื่องขนาดนี้ แล้วเราจะมีทางเลือกไหนอีกหล่ะ?

 

Kyrie เห็นว่าไม่มีใครยอมจ่ายเงินให้เธอจึงเริ่มไม่พอใจพูดขึ้นว่า

 

Kyrie: คนละ 5 Gil จ่ายมา ความจริงไม่ฟรีหรอกนะ!

Kyrie ปล่อยข่าวลือให้ชาวเมืองเพื่อแลกกับเงิน

 

ทั้งสามอดทนฟังอยู่นาน

 

Barret: พวกเราไม่ใช่เบี้ยของพวก Wutai!
Barret: ฉันไม่สนใจเกี่ยวกับเรื่องอื่ร แต่ไอ้เรื่องนี้?

 

พูดจบ Barret ก็เดินเข้าไปหมายจะเอาเรื่อง แต่ Tifa ดึงแขนของเขาเอาไว้

 

Tifa: ไม่มีใครเชื่อพวกเราหรอก แม้จะพยายามมันก็ไม่มีประโยชน์
Tifa: ฉันขอโทษ
Barret: เฮ้... เฮ้ Tifa เธอฟังนะ
Barret: ไม่มีที่ว่างให้เสียใจในเรื่องนี้ หรือถ้าเราทำโน่นถ้าเราทำนี่ อะไรพวกนั้น
Barret: ที่เราทำได้คือเดินหน้าต่อไป เดินไปตามทางที่พวกเราได้เลือกแล้ว
Barret: เพื่อที่เราจะพูดได้อย่างเต็มปากว่าเราทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้แล้ว
Tifa: ฉันเข้าใจ
Tifa: แต่... ตอนนี้แทนที่เราจะมองไปข้างหน้า เราควรจะมองดูรอบๆเสียก่อน
Tifa: ทุกคนที่นี่รู้สึกหวาดกลัว ดังนั้นฉันอยากจะขอร้องนายว่า อย่าทำ

 

เมื่อได้ฟังเช่นนั้น Barret จึงยอมทำตามที่เธอขอร้อง

Tifa ขอร้องให้ Barret อย่าเพิ่งทำอะไรผลีผลามในตอนนี้

 

พวกเขาเดินอยู่ในเมืองก้ได้ทราบข่าวว่า ทาง Shinra กำลังหาหลักฐานการกระทำผิดของ Don Corneo เพื่อจะทำการยึดทรัพย์ แต่กุญแจที่จะไขความลับนี้กลับถูก “นางฟ้าชาวสลัม” ขโมยไปและถ้าพวกเขาสามารถหาตัวนางฟ้าชาวสลัมได้ก็จะสามารถเปิดตู้ที่เก็บความลับของ Corneo ได้

 

Cloud ตามข่าวนี้จนมาเจอกับ Mireille เธอเล่าว่ามีข่าวลือมาว่า นางฟ้าชาวสลัมไม่ได้เป็นคนเอากุญแจไป เธอยังบอกว่าถ้าอยากทราบเรื่องราวทั้งหมดให้ทั้งสามลองตามหาผู้หญิงที่ชื่อ Kyrie ก็จะทราบเรื่องราวทั้งหมดเนื่องจาก Kyrie รู้เรื่องของทุกคนในเมือง แล้วเธอก็บอกรูปพรรณของ Kyrie ว่าเธอสวมถุงน่องลาย และใส่หมวก

Mireille เล่าเรื่องนางฟ้าชาวสลัมให้ Cloud ฟัง

 

Cloud และพวกเดินทางมาพบกับ Madam M เพื่อถามว่าเธอพอจะรู้วิธีขึ้นไปที่เมืองด้านบนไหม Madam M บอกว่าตอนนี้มีการรักษาการณ์อย่างแน่นหนาแม้แต่แมลงยังเข้าไปไม่ได้เลย ขณะนี้ที่ Wall Market ก็กำลังอยู่ในช่วงไว้อาลัยกับเหตุการณที่เกิดขึ้น ทำให้ Corneo ใช้โอกาสที่คนกำลังโกรธแค้นออกตามล่าพวก AVALANCHE แล้วเธอก็มองไปที่ Barret แล้วพูดว่าเขามีรูปร่างเหมือนคนที่ Corneo และ Shinra กำลังตามหาตัวอยู่ มีการตั้งเงินรางวัลค่าหัว Barret เอาไว้สูงมาก ทำให้มีหลายคนกำลังตามล่าตัวเขาอยู่ในขณะนี้ เธอเตือน Barret ว่ามีข่าวลือว่ามีคนเห็นเขาในสลัม Sector 5 ที่สวนดอกไม้ เมื่อ Barret ได้ฟังจึงทราบว่าพวกที่อยู่บ้าน Aerith กำลังมีภัย พวกเขาจึงต้องรีบกลับไปช่วยอย่างเร่งด่วน

Madam M เตือน Barret ว่ามีคนกำลังตามล่าเขาอยู่

 

Barret กับพวกรีบเดินทางกลับมายัง Sector 5 ที่ทางไปบ้าน Aerith พวกเขาก็พบกับพวกอันธพาลลูกสมุนของ Corneo ที่กำลังตามหาตัวเขา พวกอันธพาลพอเจอหน้า Cloud ก็จำได้ว่าพวกเขาเคยมีเรื่องกันที่ Sector 7 ตอนนี้พวกเขาก็เพิ่งเข้าใจว่าที่แท้ Cloud ก็เป็นพวกเดียวกับ Barret นั่นเอง พวกอันธพาลรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้จึงปล่อย Tonberry มอนเตอร์ระดับสูงเข้าจัดการกับ Barret และพวกในทันที

พวกอันธพาลกับ Tonberry มอนเตอร์ระดับสูง

 

เมื่อ่ Barret และพวกสามารถกำจัด Tonberry ลงได้สำเร็จ พวกอันธพาลก็ยอมแพ้ในทันที พวกเขาร้องขอชีวิตโดยบอกกับ Barret ว่าพวกเขาจะไม่บอกใครว่าเจอกับ Barret ที่นี่อย่างแน่นอน Cloud เสริมด้วยว่าไม่เพียงไม่บอกใครแต่พวกเขาต้องปล่อยข่าวออกไปให้ทั่วว่าข่าวลือที่มีคนเห็น Barret อยู่ที่นี่นั้นไม่เป็นความจริง และถ้า Cloud ได้ยินข่าวเรื่องนี้หรือเห็นพวกอันธพาลมาป่านเปี้ยนแถวนี้อีกครั้งละก็ เขาพูดไม่ทันจบ Tifa ก็กล่าวเสริมขึ้นมาว่า “จมตีนแน่” พวกอันธพาลได้ยินเช่นนั้นก็กลัวสุดขีด พวกเขารับปากแล้วก็รีบวิ่งหนีไปในทันที

พวกอันธพาลรับปากว่าจะไม่บอกใครและจะไม่มาที่นี่อีก

 

เมื่อจบเรื่องทั้งสามจึงเดินทางกลับมายัง Wall Market อีกครั้ง พวกเขาพบกัน Johnny ที่สถานีขนส่ง Johnny รู้สึกดีใจเมื่อเห็นทุกคนปลอดภัย แล้วก็บอก Cloud ว่าเขามีเรื่องอยากขอให้ช่วย เขาเล่าว่าเขากำลังจะย้ายออกจากเมือง เหตุผลเพราะเขาถูกปล้นเอาเงินไปจนหมดตัว เขาพยายามจะไล่ตามเธอแต่เขาตามไม่ทัน เขาจึงขอร้องให้ Cloud ช่วยนำเงินของเขามาคืนให้ที

 

Cloud ได้ฟังดังนั้นก็เอามือกุมขมับ แล้วถามว่าโจรคนนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร Johnny เล่าว่าเธอเป็นผู้หญิงหน้าตาน่ารัก ผมสีดำ ใส่หมวก และก็ใส่ถุงน่องลาย เมื่อ Cloud ได้ฟังก็เดาว่าน่าจะเป็น Kyrie แล้ว Johnny ยังบอกด้วยว่าเขาเห็นเธออยู่แถวโบสถ์ใน Sector 5

Johnny ถูกโจรสาวผมดำใส่หมวกปล้นเงินของเขาไป

 

แล้วทั้งสามก็ตามเบาะแสของ Kyrie มาถึงที่โบสถ์ เมื่อมาถึงก็พบ Kyrie กำลังหันหลังนั่งชมดอกไม้อยู่ Cloud จึงเดินเข้าไปคุยกับเธอ Kyrie ได้ยินเสียงก็ตกใจพูดว่า

 

Kyrie: อะไร? ไม่ใช่ฉันนะ นายมาหาผิดคนแล้ว! ฉันไม่เคยทำผิดกฏหมายเลยสักครั้งในชีวิต!
Cloud: เธอคือ Kyrie ใช่ไหม?
Kyrie: Kyrie ไหน? ใครเหรอ? ฉันไม่รู้จักเธอหรอกนะ แต่ชื่อเพราะดีนะ
Tifa: คนที่ขโมยเงินเพื่อนเราไปจนหมดตัว ฟังดูคุ้นๆไหม?

 

แล้ว Kyrie ก็หันหน้ากลับมาแล้วพูดว่า

 

Kyrie: โอ้ เรื่องนั้นเองหรอกเหรอ? ฉันนึกว่าฉันจะซวยแล้วซะอีก อย่ามาทำให้ฉันตกใจแบบนั้นสิ!

พวก Cloud มาเจอ Kyrie ที่โบสถ์

 

Barret: ฉันจำเธอได้แล้ว เธอคือเด็กสาวคนนั้นเอง
Barret: คนที่ปล่อยข่าวหลอกลวงใน Sector 5
Kyrie: โอ้ใช่ ฉันทำแบบนั้นจริงๆ มาได้ถูกเวลา

 

แล้ว Kyrie ก็สังเกตุเห็นหน้า Cloud

 

Kyrie: เดี๋ยวก่อนนะ ฉันรู้จักนายนี่ นายผมบลอนด์!
Kyrie: นายคือทหารรับจ้างที่ทุกคนกำลังพูดถึง บางทีฉันอาจจะไม่ได้โชคร้ายสักเท่าไหร่ก็ได้
Kyrie: พวก Shinra กำลังตามล่าฉัน นายต้องช่วยฉันนะ
Cloud: ไปขโมยจากพวกนั้นมาด้วยสินะ?
Kyrie: เปล่า! แต่จริงๆก็ประมาณนั้นแหละ เรื่องมันซับซ้อนหน่ะ ก็ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าพวกนั้นเป็นคนของ Shinra?
Kyrie: แล้วตอนนี้ไอ้พวกงี่เง่านั่นก็ตามฉันไม่เลิก! แม้ว่าของที่ขโมยไปมันก็แค่กุญแจน่าเกลียดๆดอกนึงเท่านั้น ทำเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรนักหนาก็ไม่รู้?
Barret: เดี๋ยวก่อนนะ นั่นฝีมือเธอเองเหรอ?
Kyrie: ...อุ้ยซวยละ แสดงว่ามีคนรู้เรื่องนั้นกันแล้วสินะ?
Kyrie: นี่ฉันจบสิ้นแล้วเหรอ? แล้วฉันจะตายไหม? ฉันจะต้องหนีแล้วใช่ไหม? ออกไปจาก Midgar ตลอดกาลแล้วไม่กลับมาอีก? [ร้องไห้]
Tifa: Kyrie ได้โปรด แค่เอาเงินที่เธอขโมยจากเพื่อนเราคืนมาได้ไหม?
Tifa: แล้วก็ส่งกุญแจมาให้เรา ในขณะที่ยังมีอยู่จะดีกว่า
Kyrie: ไม่มีทาง ถ้าฉันให้เธอเมื่อไหร่เธอก็จะจากไปทันที แล้วใครจะช่วยฉันหล่ะ? ฉันจัดการเรื่องนี้ตัวคนเดียวไม่ได้หรอกนะ... [ร้องไห้]

Kyrie ต้องการให้ Cloud ช่วยปกป้องเธอจากพวก Shinra

 

Cloud: เราจะจัดการ Shinra ให้ถ้าเธอส่งกุญแจมาให้เรา ตกลงไหม?
Kyrie: ตกลง [ยิ้ม]
Kyrie: เวลาประมาณนี้พวก Shinra น่ารังเกียจนั่นน่าจะเตร็ดเตร่อยู่แถวลานประลอง
Kyrie: พวกนั้นกำลังรอแมทพิเศษอยู่ โดยมีฉันเป็นคู่เอก
Kyrie: มันกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วเมืองแล้ว
Tifa: นี่เธอล้อเล่นใช่ไหม?
Kyrie: อ๋อไม่ต้องห่วงฉันไม่โง่ไปแข่งหรอก
Barret: มหัศจรรย์มากที่เธอยังรอดมาได้จนถึงป่านนี่
Kyrie: ฉันถือว่าเป็นคำชมละกันนะ ตอนนี้ก็ไปได้แล้ว ช่วยสะสางปัญหาให้ฉันที

Kyrie ให้พวก Cloud ช่วยสะสางปัญหาของเธอเพื่อแลกกับกุญแจ

 

Cloud จึงเดินทางไปที่ลานประลองในทันที เมื่อมาถึงคนเฝ้าประตูที่ลานประลองก็ดีใจที่เห็นแชมป์มาที่นี่ เขาบอกว่า Kyrie ไม่ยอมมาประลองทำให้ไม่สามารถหาคนมาสู้แทนได้ เขาจึงขอให้ Cloud ช่วยมาแข่งแทน [ถึงตอนนี้ผู้เล่นสามารถเลือกคำตอบได้]

 

Cloud ตกลงรับปาก แล้วทั้งสามคนก็เข้าสู่สนามประลอง คู่ต่อสู้ของเขาวันนี้คือ Beastmaster ที่มาพร้อมกับสัตว์ร้ายคู่หูของเขา Hellhound

 

Beastmaster รู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้เจอ Kyrie แต่เขาก็อยากจะสู้กับ Cloud เช่นกัน Barret เดาว่า Beastmaster น่าจะเป็นคนที่กำลังตามล่า Kyrie ตามที่เธอเล่า

 

การต่อสู้ก็เริ่มขึ้นแต่ทั้งสามก็สามารถเอาชนะได้อย่างไม่ยากเย็น

Beastmaster กับ Hellhound

 

เมื่อชนะแล้วทั้งสามก็เดินทางกลับมาหา Kyrie ที่โบสถ์

 

Kyrie: เป็นยังไงบ้าง?
Cloud: เรียบร้อยแล้ว ถ้าพวกนั้นฉลาดก็คงไม่ส่งใครมาตามล่าเธออีกแล้ว
Kyrie: จริงสิ? ดีจังที่ได้เลย!
Barret: ได้รับบทเรียนแล้วใช่ไหมสาวน้อย?
Kyrie: แน่นอนที่สุด จากนี้ไปฉันจะเลือกคนที่จะขโมยให้ดี
Barret: นั่นไม่ใช่บทเรียนที่ฉันพูดถึง
Kyrie: โอ้ พูดถึงเรื่องที่ยกปัญหาออกไปจากบ่าจนลืมดูเวลาไปเลย ฉันไปดีกว่า
Mireille: หยุดก่อน!
Kyrie: คุณยาย? ทำไมยายมาอยู่ที่นี่ได้?
Mireille: แม่หนูน้อยไว้ค่อยพูดเรื่องนั้นที่หลัง ขอบคุณที่ช่วยแก้ปัญหาให้เธอ [หันไปขอบคุณทั้งสาม]
Tifa: เธอเรียกคุณว่า ยาย เหรอ?
Mireille: อ่อ ฉันลืมเล่าให้เธอฟังงั้นสินะ? Kyrie เป็นหลานแท้ๆของฉันเอง
Mireille: เห็นไหมว่าตาเราเหมือนกันเลย
Mireille: Kyrie เอากุญแจให้พวกเขาสิ เธอให้พวกเขารอนานแล้วนะ
Kyrie: ก็ได้ ก็ได้
Kyrie: มันเอาไว้ทำอะไรบอกหน่อยสิ ทำไมคนพวกนั้นถึงอยากได้มันนัก

 

แล้ว Kyrie ก็คืนเงินกับกุญแจให้

 

Mireille: แล้วนั่นมันกงการอะไรของเธอเหรอสาวน้อย? เธอต้องรู้จักเรียนรู้ที่จะช่วยเหลือตัวเองให้ได้เสียก่อนที่จะไปยุ่งกับเรื่องของคนอื่น
Kyrie: ไม่เอาสิยาย! ยายกำลังทำให้หนูขายหน้านะ
Mireille: ฉันหน่ะเหรอทำให้เธอขายหน้า นี่ออกจากปากคนที่ไปขโมยของคนอื่นมางั้นหรือ
Mireille: แม้แต่โจรก็ยังต้องมีหลักการ นี่ยังไม่รวมถึงความกล้าที่จะยึดมั่นและทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อว่าถูกต้อง
Mireille: เรียนรู้จากฉัน นางฟ้าผู้พิทักษณ์ชาวสลัมซะ
Tifa: ว่ายังไงนะ คุณคือนางฟ้าคนนั้นอย่างงั้นเหรอ?
Mireille: และเธอสามคนก็เป็นพวก AVALANCHE
Mireille: ฉันมองเห็นไฟในตัวเธอ ฉันเห็นมันส่องประกายอยู่ในแววตาของเธอ
Mireille: มันเป็นไฟแบบเดียวกับที่อยู่ในตัวฉันเช่นกัน
Mireille: จะนางฟ้าผู้พิทักษณ์ชาวสลัม หรือ AVALANCHE มันก็เป็นเพียงชื่อ
Mireille: พวกเราเป็นคนแบบที่เราเลือกอยากจะเป็น แต่เธอจะต้องตัดสินใจเองว่าคนที่เธอเลือกคนนั้นเป็นคนแบบไหน แล้วลงมือทำ ใช้เวลาของเธอให้คุ้มค่าในขณะที่เธอยังมีโอกาสอยู่
Mireille: ถูกไหม?

 

Mireille พูดจบ Kyrie ก็โบกมือลา Cloud แล้วเดินออกไป

Mireille เปิดเผยตัวจริงว่าเธอคือนางฟ้าผู้พิทักษณ์ชาวสลัม

 

ก่อนจะไป Mireille ยังบอกด้วยว่าเธอได้ยินมาว่า Corneo มีห้องลับซ่อนอยู่ในท่อระบายน้ำ

 

แล้วทั้งสามก็เอาเงินไปคืนให้ Johnny เมื่อ Johnny ได้เงินคืนก็ดีใจมาก อย่างไรก็ตามเขาก็จำเป็นจะต้องออกจากเมืองอยู่ดี เขาบอกว่าเขาเป็นตัวอันตรายทำให้มีคนต้องการตัวเขา และถ้าเขายังอยู่ที่นี่ต่อไปก็อาจจะทำให้ Tifa เป็นอันตรายไปด้วย แต่ถ้า Tifa ขอร้องอยากให้เค้าอยู่เขาก็จะยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อ Tifa, Tifa จึงบอกให้เขาโชคดีในการเดินทาง

Johnny กล่าวอำลาทุกคนแล้วย้ายไปเมืองอื่น

 

เมื่อจบธุระทั้งสามก็เดินทางมายังคฤหาสน์ของ Don Corneo เพื่อให้เขาบอกเส้นทางขึ้นไปยังเมืองด้านบน เมื่อมาถึงพวกเขาก็ต้องแปลกใจที่หน้าคฤหาสน์กลับไม่มีใครเฝ้าประตูอยู่เลย พวกเขาจึงเดินสำรวจทั่วคฤหาสน์จนมาถึงห้องทำงานของ Don Corneo เมื่อ Cloud เดินเข้าไปก็พบมีคนซ่อนตัวอยู่หลังกำแพง Cloud ยกดาบของเขาขึ้นมาตวัดจี้ไปที่คอชายคนนั้น ส่วนชายคนนั้นก็เอาปื่นจ่อมาที่ Cloud แล้ว Cloud ก็เหลือบไปมองที่หน้าของชายที่ซ่อนอยู่จึงทราบว่าที่แท้เขาก็คือ Leslie นั่นเอง

Cloud พบกับ Leslie ในห้องทำงานของ Don Corneo

 

เมื่อ Leslie เห็นว่าคนที่เข้ามาคือ Cloud ทั้งสองก็ลดอาวุธของตัวเองลง

 

Leslie: ไม่เจอกันนานนะ
Leslie: นายกลับมาทำไม
Tifa: เราต้องหาทางขึ้นไปด้านบนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราจึงคิดว่า Corneo น่าจะมีวิธีพาเราไปที่นั่นได้
Leslie: งั้นเหรอ...
Leslie: ถ้างั้น ฉันอาจจะช่วยได้
ฺBarret: พูดจริงเหรอ? งั้นก็รีบบอกมา!
Leslie: ตามฉันมา

 

แล้ว Leslie ก็เดินนำทางไป Tifa กับ Barret ไม่แน่ใจในเจตนาของ Leslie ทั้งสองจึงหันไปมองหน้า Cloud อย่างพร้อมเพียงกัน Cloud จึงพูดว่า “ลองดูก่อนว่าเขาต้องการอะไร” แล้วทั้งหมดก็เดินตาม Leslie ไป

Tifa กับ Barret ไม่แน่ใจในเจตนาของ Leslie

 

Leslie ก็พาทั้งสามมายังหลุ่มที่ห้องนอนของ Corneo

 

Barret: ไอ้หลุมนี่มันมีอะไร
Leslie: เรื่องที่ยังทำไม่เสร็จ
Leslie: ถ้าพวกนายสามคนยอมช่วยฉัน ฉันจะให้สิ่งที่นายต้องใช้เพื่อขึ้นไปด้านบน
Tifa: นายอยากให้เรากลับลงไปในท่อระบายน้ำกับนายเหรอ?
Tifa: มีอะไรอยู่ช้างล่างนั้นกันแน่?
Leslie: ที่ซ่อนตัวของ Corneo นั่นแหละคือที่ๆฉันจะไป
Barret: นี่แกไม่ได้พยายามจะหลอกเราอีกใช่ไหม?
Leslie: ถ้านายคิดแบบนั้นก็กลับไปได้เลย
Leslie: ฉันจะไปหาคนอื่นมาร่วมงานแทน
Leslie: แล้วพวกนายก็จะต้องหาทางอื่นเพื่อขึ้นไปด้านบน
Cloud: ก็ได้ เราเอาด้วย
Barret: ว่าไงนะ
Cloud: ถ้านายหักหลังเรา แกตาย
Leslie: ตกลง
Tifa: เขาพูดจริงนะ
Leslie: ไว้ฉันค่อยเล่าหลังจากที่ลงไปข้างล่างแล้วละกัน

Leslie ยื่นข้อเสนอให้ Cloud

 

แล้วทั้งหมดก็ปีนลงมาในท่อระบายน้ำ

 

ฺBarret: แกเก็บข้อตกลงสุดท้ายเอาไว้ ถูกไหม?
Leslie: ใช่ ก็เเหมือนกับที่พวกนายเก็บของนายไว้ไง
Barret: ฉันไม่เชื่อใจแก และฉันก็ไม่ชอบแกด้วย
Barret: ดังนั้นถ้าแกเริ่มหายใจผิดปกติเมื่อไหร่ ฉันจะเปลี่ยหน้าของแกให้กลายเป็นรังผึ้งทันที
Leslie: ถ้าฉันเป็นนายจะเก็บกระสุนไว้ใช้กับมอนเตอร์มากกว่า
Leslie: บางตัวมันเก่งกว่าที่พวกนายคิดเสียอีก
Leslie: ไม่อยากจะพูดแบบนี้เลย แม้แต่ฉันเองก็แทบจะไม่สามารถล้มมันได้ด้วยตัวคนเดียว
Leslie: ในทางกลับกันถ้าเป็นนายก็คงไม่ยากอะไรเท่าไหร่ ฉันพูดถูกไหม?
Cloud: รีบทำให้เสร็จๆไปเถอะ

Barret ไม่ไว้ใจ Leslie

 

Leslie บอกให้ทั้งสามเดินตามท่อร้อยสายไป ส่วนเขาจะเดินตามอยู่ข้างหลัง ระหว่างทาง Tifa ได้ถาม Leslie ว่าทำไมก่อนหน้านี้ถึงยอมมาช่วยพวกเธอ Leslie ตอบว่าเป็นเพราะ Andrea เขาไม่อธิบายมากความแค่บอกว่าเขาจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการเช่นนั้นขึ้นอีก พูดจบก็บอกให้ทั้งหมดรีบไปต่อได้แล้ว

 

พอไกล้จะถึงที่ซ่อนของ Corneo, Leslie ก็บอกว่าจากนี้เข้าจะนำทางเอง แล้ว Leslie ก็พามาหยุดที่หน้าประตูห้องๆหนึ่ง พวกเขามาถึงที่ซ่อนของ Corneo แล้ว Cloud จึงทวงถามวิธีขึ้นไปเมืองด้านบน Leslie ตอบว่าประตูนี้บานนี้จะพาพวกเขาขึ้นไปด้านบนได้ แต่มันไม่ง่ายแบบนั้น ขณะที่เขาจะอธิบายต่อก็มีมอนเตอร์ Abzu ตัวเล็กพุ่งมาชน Leslie ทำให้ถุงใส่กุญแจที่ใช้เปิดประตูตกลงพื้น แล้ว Abzu ตัวเล็กก็หยิบถุงวิ่งหนีไป Leslie บอกให้ทุกคนรีบตามไปเอากุญแจกลับมาไม่เช่นนั้นจะเปิดบานนี้ประตูไม่ได้

Abzu จอมซนขโมยกุญแจของ Leslie ไป

 

ทั้งสามวิ่งไล่ตาม Abzu ตัวเล็กไปจนถึงห้องๆหนึ่ง หลังจากที่กำจัด Abzu ตัวนั้นลงได้ Cloud ก็เดินไปหยิบกุญแจในถุงออกมาปรากฏว่าของที่อยู่ในถุงไม่ใช่กุญแจแต่เป็นสร้อยเส้นหนึ่ง Leslie เห็นเช่นนั้นก็รีบบอกให้ Cloud เอาสร้อยมาคืนให้เขา

 

Barret: นั่นไม่ใช่กุญแจ
Leslie: ขอโทษ [น้ำเสียงเศร้าๆ]
Barret: และนั่นก็ไม่ใช่สร้อยของนายด้วย
Barret: เป็นของคนในครอบครัวอย่างงั้นเหรอ?
Leslie: ไม่ใช่...

 

แล้ว Leslie ก็เล่าเรื่องให้ทุกคนได้ทราบ

Leslie หยิบสร้อยคอขึ้นมาดู

 

[ภาพย้อนไปในอดีต] คู่หมั้น Leslie ยื่นสร้อยคืนให้แก่เขา

 

คู่หมั้น Leslie: ทั้งหมดนี่เป็นความฝันใช่ไหม?
คู่หมั้น Leslie: แต่วันหนึ่ง...
คู่หมั้น Leslie: ไม่
คู่หมั้น Leslie: ได้เวลาตื่นแล้วลืมเรื่องนี้แล้ว

 

พูดจบคู่หมั้น Leslie ก็น้ำตาไหลออกมา เธอหันหลังเดินจากไป

Leslie ยื่นสร้อยให้แก่คู่หมั้นขอเขา

 

Leslie เล่าว่า

 

Leslie: เมื่อ 6 เดือนก่อน Corneo เลือกเธอไปเป็นเจ้าสาว แล้ววันถัดมาเธอก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
Leslie: แต่ก่อนที่เธอจะหายตัวไปเธอเอาสร้อยมาคืน
Leslie: เหมือนเอาเกลือมาโรยที่แผล
Leslie: สิ่งนี้คือบทเรียนราคาแพง [ยกสร้อยขึ้นมาให้ดู]
Tifa: ทำไมนายถึงอยากจะลงมาที่นี่?
Leslie: ล้างแค้น
Leslie: ฉันรู้ว่าฉันควรจะลืมมันไป แต่ฉันทำไม่ได้
Leslie: ฉันต้องการจะยุติเรื่องนี้... ไม่เช่นนั้นฉันก็จะไม่สามารถก้าวต่อไปข้างหน้าได้
Cloud: ไม่เป็นไร
Cloud: ตราบเท่าที่นายยังจะพาเราขึ้นไปข้างบนอยู่ เราเอาด้วย
Leslie: ขอบใจมาก แล้วไม่ต้องห่วง ฉันเข้าใจ

 

Barret ได้ฟังเช่นนั้นก็เดินมาจับบ่า Leslie แล้ว บอกว่า “นายเป็นคนที่ใช้ได้”

Barret เข้าใจเหตุผลของ Leslie แล้ว

 

แล้ว Leslie ก็พาทั้งสามกลับไปที่ประตู เขารู้เส้นทางลัดจึงให้ทุกคนรีบตามเขามา ระหว่างทางพวก Cloud ได้พบห้องลับที่เก็บสมบัติของ Corneo พวกเขาเก็บของมาได้หลายชิ้น แล้ว Tifa ก็บอกว่าเธอจะเอาของพวกนี้ไปให้ Marle ขาย

 

ทั้งสี่เดินทางมาถึงหน้าประตูห้องที่ Corneo ซ่อนตัวอยู่ Leslie บอกให้ทั้งสามรอเขาอยู่ข้างนอก แล้วเขาก็เปิดประตูเข้าไปคนเดียวเพื่อล้างแค้น

 

Barret เห็นเช่นนั้นก็ไม่แน่ใจว่า Leslie จะปลอดภัยหรือไม่พวกเขาจึงลอบตามเข้าไปดูห่างๆ

 

เมื่อ Leslie เข้ามาในห้องก็ตะโกนบอกว่าเขามีข้อมูลด่วนต้องบอกแก่ Corneo แล้ว Corneo ก็ปรากฏตัวขึ้น เขาถามว่า

 

Corneo: มาคนเดียว?
Leslie: แน่นอน
Corneo: แน่ใจนะ? ไม่มีพวกแมวน้อย AVALANCHE ตามมาด้วยใช่ไหม?
Corneo: ฉันว่าฉันบอกแกแล้วให้แกจับตัวพวกมันมา แล้วนำตัวมาให้ฉัน
Leslie: จริงๆแล้ว ผมก็มาเพื่อจะคุยเรื่องนี้แหละ

 

Corneo ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า แล้วกระดิกนิ้วให้ Leslie เดินเข้ามาบอกเขาใกล้ๆ Leslie เดินเข้าไปหา Corneo โดยที่มือข้างหนึ่งของเขาถือปืนซ่อนอยู่ด้านหลัง พอเขาเดินมาถึงตัวก็เอาปืนจ่อที่หัวของ Corneo

Leslie เอาปืนจ่อหัวของ Don Corneo

 

แต่ไม่คาด Corneo เคลื่อนไหวมืออย่างว่องไว เขาใช้มือซ้ายแย่งปืนจาก Leslie ได้อย่างรวดเร็วแล้วใช้หมัดขวาต่อยเข้าที่หัวใจของ Leslie จนทำให้ Leslie ถึงกับทรุดลงไปนั่งกับพื้น Corneo จับปืนของ Leslie แล้วหันมามองด้วยสีหน้าโกรธจัด

 

Corneo: Leslie
Corneo: ฉันไม่น่าจะต้องเตือนแกนะว่าฉันลงมาที่นี่ทำไม
Corneo: การที่ฉันเอาความลับไปบอกไอ้พวกนักแสดงสามคนนั่นเป็นความผิดอย่างใหญ่หลวง (หมายถึง Cloud, Tifa, และ Aerith)
Corneo: ตอนนี้ฉันตกไปอยู่ในบัญชีคนที่ Shinra ต้องการตัวซะแล้ว
Corneo: เหตุการณ์จานถล่มนั้นควรจะเป็นโศกนาฏกรรมครั้งประวัติศาสตร์ที่มีผู้บริสุทธิ์ตายนับไม่ถ้วน
Corneo: แต่พวกแมวน้อยแสนซนนั่นกลับอพยพคนหนีออกไปทำให้แผนเสียหายไปหมด

 

Barret ที่แอบฟังอยู่ได้ยินก็ถึงกับโกรธจัด

 

Corneo: ฉันจะบอกความลับให้ พวก Shinra เตรียมจะละทิ้ง Midgar...
Corneo: แล้วไปสร้างอะไรที่ไกล้เคียงกับสวรวงสวรรค์ขึ้นที่ใหม่
Corneo: ฉันเคยได้รับเชิญให้เข้าร่วมด้วย... คิดดูสิ Don ใน Wall Market แห่งใหม่ที่ดีกว่าเดิม
Corneo: แล้วดูตอนนี้สิ ถ้าฉันยังมีชีวิตรอดได้อีกสักสัปดาห์ก็ถือว่าโชคดีแล้ว
Corneo: Leslie [เดินเข้ามานั่งข้างๆ]
Corneo: ตอนแรกฉันกะว่าจะให้แกดูแลกิจการสักแห่งนึง ให้แกมีส่วนร่วมด้วย
Corneo: ช่างน่าเสียดาย
Corneo: [กระโดดถอยหลังออกไป] ได้เวลาเล่นเกมตอบคำถามแล้ว เจ้าหนู
Corneo: ตัวร้ายอย่างพวกเราจะเปิดเผยแผนชั่วก็ต่อเมื่อ...
Corneo: อยู่ในสถานการณ์หนึ่งเท่านั้น แต่สถานการณ์นั้นมันคือสถานการณ์ไหนกันหล่ะ หือ?
Leslie: เมื่อแกคิดว่า... แกชนะแล้ว

Don Corneo กำลังเล่นเกมตอบคำถามกับ Leslie

 

แล้ว Don Corneo ก็หันมายิ้มกับ Leslie พร้อมเอาปืนจ่อที่หัวแล้วพูดว่า “ลาก่อน” ทันใดนั้น Cloud ก็เอาดาบของเขาจ่อที่คอของ Don Corneo แล้วพูดว่า “ลองคิดดูใหม่นะ Don”

 

Corneo: โอ้! แกนั่นเอง!

 

แลัว Barret ก็เดินมาฉกปืนไปจากมือเขาแล้วโยนทิ้ง Tifa วิ่งมาดูอาการของ Leslie

 

Barret: เมื่อกี้แกกำลังพูดเกี่ยวกับแผนที่ Sector 7 รีบๆเล่าต่อไอ้สารเลว
Corneo: อ้า ที่นั่น! ที่นั่น! ดูสิ! [ชี้มือไปข้างหลัง Barret]
Barret: อย่าพยายามจะหลอกเรา!
Corneo: แต่มันอยู่ที่นั่น!
Corneo: ทางเทคนิคแล้วมันไม่ใช่การหลอก ถ้ามันคือเรื่องจริง

 

แล้ว Abzu ก็กระโจนลงมากลางวง Don Corneo เห็นโอกาสจึงรีบวิ่งหนีออกมา

Abzu กระโดดลงมากลางวงสนทนา

 

Abzu หันหน้ากลับไป แล้วเอามือฝาดใส่ Tifa แต่ Leslie เอาตัวเข้าไปรับแทน จนเขาถูกฟาดกระเด็นออกไปนอกห้อง Don Corneo วิ่งตามมาติดๆ แล้วตะโกนบอกให้ Abzu เล่นกับอาหารของมันอย่างเต็มที่ แล้วก็หนีออกจากห้องไป

 

Abzu ชูคอขึ้นคำรามเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แล้วก็มีลูก Abzu ตัวเล็กๆจำนวนมากวิ่งเข้ามา Cloud บอกกับทุกคนให้กำจัด Abzu ก่อนแล้วค่อยถึงคิว Don Corneo

Abzu กับลูกๆ

 

เมื่อกำจัด Abzu ลงได้ทั้งสามก็รีบไล่ตาม Don Corneo ไป Cloud เปิดประตูเข้าไปก็พบ Leslie นอนบาดเจ็บอยู่บนพื้น เขาจึงรีบวิ่งเข้าไปดูอาการ

 

Cloud: นายไม่เป็นอะไรนะ
Leslie: แล้ว Corneo ไปไหน?
Barret: ขอโทษด้วย ไอ้เลวนั่นหนีไปได้

 

Tifa เดินไปหยิบสร้อยเส้นหนึ่งขึ้นมา

Leslie: ไม่เป็นไร
Leslie: เดี๋ยวฉันก็ตามหาตัวมันเจอจนได้ ไหนๆก็ไม่มีอะไรให้ทำอยู่แล้ว
Tifa: รู้ไหมฉันไม่แน่ใจในสิ่งที่นายพูดสักเท่าไหร่

แล้ว Tifa ก็เอาสร้อยเส้นหนึ่งส่งให้ Leslie

 

Tifa: เธอน่าจะยังมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่ง

 

Leslie เห็นสร้อยก็รู้ทันทีว่าเป็นของคู่หมั้นของเขา

Tifa นำสร้อยของคู่หมั้น Leslie มาให้

 

Barret: เราไม่รู้หรอกว่าใครมีค่ากับเราแค่ไหน จนถึงวันที่เราต้องเสียคนๆนั้นไป
Barret: อย่าเพิ่งหมดหวังในตัวเธอ
Leslie: นี่เป็นข้อความหรือเปล่า [มองดูสร้อย]
Leslie: เธอกำลังพยายามจะบอกอะไรกับฉัน?

 

Cloud นึกขึ้นได้ แต่ไม่พูดออกมา ทันใดนั้น Tifa ก็พูดว่า

 

Tifa: แล้วเราจะได้พับกันอีก
Leslie: ห๊ะ?
Tifa: มันเป็นสัญลักษณ์ของการกลับมาพบกันใหม่

 

แล้ว Tifa ก็มองหน้า Cloud แล้วยิ้มให้เขา

Tifa ยิ้มให้ Cloud

 

Leslie หยิบสร้อยขึ้นมาดูแล้วเก็บใส่กระเป๋า

 

Leslie: งั้นฉันก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตามหาตัวเธอให้พบเสียก่อน [Tifa ยิ้มให้]
Leslie: ขอบใจมาก
Barret: เดี๋ยวก่อน นายลืมอะไรไปหรือเปล่า
Leslie: เปล่า ฉันไม่ได้ลืม

 

Leslie หันไปมองหาของสิ่งหนึ่ง แล้วพูดออกมาว่า “เจอแล้ว” เขาเดินเข้าไปหยิบถุงออกมาใบหนึ่งแล้วพูดขึ้นอีกว่า ”เราออกไปจากที่นี่กันเถอะ แล้วฉันจะเอาของที่พวกนายต้องการให้” พูดจบก็ปีนออกจากท่อระบายน้ำ แล้วทั้งสามก็ตามออกไป

ทั้งสี่ออกมาจากท่อระบายร้ำ

 

เมื่อออกมาภายนอก Leslie ก็บอกให้ทั้งสามตามเขามา แล้วเขาก็หยิบปืนยิงตะขอออกมาจากในถุง เขาบอกว่า Sector 7 อยู่หลังกำแพงนั่น ถ้าพวกเขาใช้ปืนยิงตะขอนี่ก็จะสามารถข้ามกำแพงขึ้นไปบนเมืองด้านบนได้ แต่ถึงแม้ปืนนี้จะพาเข้าไปได้แต่ไม่สามารถพาพวกเขากลับออกมาได้ดังนั้นให้เตรียมตัวให้พร้อมก่อนแล้วค่อยไป

 

Barret บอกว่าจริงๆแล้วพวกเขาก็ตามหาคนๆนึงอยู่เหมือนกัน Leslie มองไปที่สร้อยในมือเขาแล้วอวยพรให้เขาหาคนๆนั้นให้พบ แล้วก็แยกทางไป

Leslie ชี้ทางไปเมืองด้านบนของ Sector 7

 

ก่อนจะเดินทางขึ้นไปด้านบน Cloud และพวกก็เดินทางไปหา Marle พวกเขาเอาของที่ได้จากห้องลับของ Don Corneo มาให้เธอ โดยบอกว่าเป็นของขวัญจากนางฟ้าผู้พิทักษ์ชาวสลัม Marle คิดว่าเงินจำนวนนี้จะช่วยคนได้เป็นจำนวนมาก

 

เมื่อพวกเขาเสร็จธุระแล้วก็ออกเดินทางไปที่กำแพงเพื่อจะไปยังเมืองด้านบนทันที

ทั้งสามมาที่กำแพงเพื่อข้ามไปยังเมืองด้าานบน

 

Barret มองขึ้นไปยังกำแพงแล้วพูดว่า

 

Barret: ค่อนข้างสูงนะ
Cloud: ตื่นเต้นหรือไง?
Barret: ใช่แล้ว
Cloud: ดีใจที่มีคนคิดแบบนั้น

 

แล้ว Cloud ก็หันไปมอง Tifa เธอยิ้มรับ

 

Tifa: Aerith อยู่บนนั้นคอยพวกเราอยู่
Barret: งั้นพวกเราก็ควรจะรีบไปได้แล้ว
Cloud: พร้อมนะ

 

แล้วทั้งสามก็ยกปืนขึ้นเล็ง แล้วก็ยิงออกไป ร่างทั้งสามก็ลอยขึ้นไปข้างบนในทันที

ทั้งสามออกเดินทางไปยังเมืองที่อยู่ด้านบนแล้ว


CREDIT:

FINAL FANTASY 7 Remake

Guides by FINALFANTASY THAILAND

ข้อมูลที่น่าสนใจ

เรื่องที่น่าสนใจ [Youtube]

เว็บไซต์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ซีรีย์เกมส์ FINAL FANTASY



เพิ่มเพื่อน
Line Official: @acu5167m

Copyright © 2004 GAME.ANDAPLUS.COM All Rights Reserved.

webmaster: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.