Final Fantasy 7

ประเภทเครื่องเล่น:
  

โครงเรื่องภาคนี้ก็ถือได้ว่าดำเนินรอยตามไฟนอลแฟนตาซี VI โดยวางเรื่องราวบนโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีไฮเทค ต่างจากภาคหนึ่งถึงภาคห้าในตระกูลไฟนอลแฟนตาซี ภาพรวมของเทคโนโลยีและสังคมในเกมจะออกไปทางนิยายวิทยาศาสตร์แห่งอนาคต โลกของไฟนอลแฟนตาซีภาคนี้มีชื่อว่า "ไกอา" (Gaia) ซึ่งประกอบไปด้วยดินแดนใหญ่ๆสามส่วนด้วยกัน

ดินแดนทางตะวันออก เป็นที่ตั้งของเมืองขนาดใหญ่ที่ชื่อ มิดการ์ เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองอุตสาหกรรมโดยมี ชินระ คัมพานี (Shin-Ra Company) เป็นศูนย์กลางและเป็นผู้ควบคุมระบบการเมืองของมิดการ์ ในดินแดนนี้ยังมีฐานที่มั่นทางการทหารหลักของชินระตั้งอยู่ด้วย มีชื่อว่า จูน่อน (Junon) ส่วนที่เหลือในดินแดนนี้จะเป็นฟาร์มโจโคโบะและหมู่บ้านเล็กๆสองสามแห่ง
ดินแดนทางตะวันตก ดินแดนนี้เป็นดินแดนที่ผู้เล่นจะใช้เวลาในการเล่นมากกว่าดินแดนอื่นๆ ดินแดนนี้ประกอบไปด้วย สวนพักผ่อน, รีสอร์ทริมทะเล, เมืองที่ตั้งบนที่ราบสูงที่มีชื่อว่า "คอสโม แคนยอน" (Cosmo Canyon) ซึ่งชาวพื้นเมืองของเมืองนี้มีความเชื่อมั่นในการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขกับธรรมชาติและสามารถอุทิศทุกอย่างเพื่อให้ความเป็นอยู่ของธรรมชาติดีขึ้น อีกทั้งยังมีการสอนปรัชญาที่มีชื่อว่า "การศึกษาชีวิตแห่งดวงดาว" (The Study of Planet Life) ให้กับผู้สนใจ โดยหลักของปรัชญานี้สอนว่า พึงมีสติรับรู้และให้ความเคารพสูงสุดแก่ธรรมชาติ และดวงดาวมีชีวิตแห่งตนเอง
ดินแดนทางเหนือ เป็นดินแดนที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะ เป็นที่ตั้งของสถานที่สองสามแห่งที่เกี่ยวกับการขุดสำรวจ หรือการค้นคว้าวิจัย และยังมีรีสอร์ทสำหรับเล่นสกีอีกด้วย ส่วนอื่นๆที่ตั้งอยู่ที่ดินแดนนี้ก็คือสถานที่ใต้น้ำซึ่งสามารถมาได้โดยการใช้เรือดำน้ำ

ดินแดนหลักทั้งสามของโลกไฟนอลแฟนตาซี VII
ชินระ คัมพานี แรกเริ่มเป็นบริษัทเล็กๆที่ทำการค้นคว้าพัฒนาอาวุธ แต่ภายในหนึ่งชั่วอายุคน ชินระก็ได้กลายเป็นผู้มีอำนาจทางการเมืองระดับโลกเพราะว่าการค้นพบพลังงานมาโกะ (mako energy) ซึ่งเป็นพลังงานที่ได้มาจากการสกัดสสารสีเขียวที่เกิดขึ้นภายในแกนของดวงดาว (โลก) การนำมาโกะนี้มาใช้งานนั้นสามารถทำได้โดยใช้เตาปฏิกรณ์มาโกะ (mako reactors) ทางบริษัทได้ค้นพบหลังจากนั้นอีกไม่นานว่า มาโกะสามารถนำมาใช้งานได้สองอย่างคือ สร้างพลังงาน และสร้างวัตถุทรงกลมขนาดเล็กที่เรียกว่า "มาทีเรีย" (materia) ซึ่งทำให้มนุษย์มีพลังเวทมนตร์ และยิ่งไปกว่านั้น ชินระได้เรียนรู้อีกว่า ถ้านำพลังงานมาโกะมาถ่ายทอดเข้าไปโดยตรงในคนที่มีร่างกายแข็งแรงและสมบูรณ์ จะทำให้คนๆนั้นได้ครอบครองความสามารถเหนือมนุษย์อย่างถาวร

จากการที่ชินระเป็นผู้ครอบครองพลังงานมาโกะและการสร้างมาทีเรีย ทำให้ชินระสามารถผลิตนักรบเหนือมนุษย์ขึ้นมาเรียกว่า "โซลเจอร์" (SOLDIER) ต่อมาได้มีการส่งกองกำลังทหารนี้ออกมาเพื่อยุติความขัดแย้งระดับโลกที่ยืดเยื้อมากกว่าสองสามปีได้อย่างรวดเร็ว และสภาพสังคมหลังสงครามนั้น ทำให้ชินระซึ่งมีทั้งพลังงานมาโกะและมารีเรีย ได้เป็นผู้ครอบครองโลกนี้ได้อย่างรวดเร็ว

เมืองเล็กๆที่อยู่ภายใต้การปกครองของชินระได้ถูกรวมกันเป็นเมืองเมืองเดียว เมืองใหม่นี้มีชื่อว่า มิดการ์ (Midgar) การประเคนความสุขต่างๆให้กับผู้เป็นใหญ่ของชินระนี้เอง ทำให้ชินระละเลยการเอาใจใส่ต่อประชาชนที่มีฐานะไม่สู้ดีของเมืองมิดการ์ ชินระได้มีการสร้างตึกสูงเสียดฟ้าเพื่อเป็นฐานทำการใหญ่และสร้างแผ่นโลหะขนาดยักษ์ปิดเหนือเมืองด้านล่างเพื่อให้เป็นที่ทำงานของคนผู้มีฐานะ ปล่อยให้เมืองด้านล่างหรือที่เรียกว่า สลัม (slums) ถูกบดบังแสงอาทิตย์และท้องฟ้าไปหมด และทำให้อากาศเป็นพิษอีกด้วย เพราะเหตุนี้เอง ผู้คนมากมายที่อาศัยอยู่ในสลัมมีสุขภาพที่ทรุดโทรมลงและพิกลพิการ โดยที่ชินระไม่ใส่ใจนักที่จะช่วยเหลือพวกชาวเมือง


ภาพตึกทำการใหญ่ของชินระและเตาปฏิกรณ์มาโกะทั้งแปดแห่งรอบๆ
การดำเนินการของชินระเริ่มที่จะพบกับอุปสรรคจากกลุ่มคนที่เชื่อว่าการใช้พลังงานมาโกะนั้นกำลังทำให้แก่นของจิตวิญญาณของโลกหมดไป การเติบโตขึ้นของแก่นจิตวิญญาณถูกเรียกว่า "ไลฟ์สตรีม" (Lifestream)ซึ่งระบุอยู่ในปรัชญาชื่อการศึกษาชีวิตแห่งดวงดาว ในปรัชญานี้ได้กล่าวว่ากระแสพลังงานนี้ไม่ได้เป็นเพียงพลังงานชีวิตของโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งพลังของทุกชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลกด้วย เมื่อชีวิตใดๆได้เกิดขึ้นบนโลกนี้ พลังงานงานส่วนหนึ่งจากโลกจะถูกดึงไปเพื่อให้ชีวิตนั้นดำเนินต่อไป เมื่อชีวิตนั้นเติบโตขึ้น ประสบการณ์ต่างๆจะทำให้จิตวิญญาณของชีวิตนั้นเติบโตขึ้นด้วย ต่อมาหากชีวิตนั้นดับลง จิตวิญญาณที่เติบโตและเต็มไปด้วยประสบการณ์ของชีวิตนั้นจะกลับคืนสู่โลก ทำให้ไลฟสตรีมเติบโตขึ้น ดังนั้น ผู้ที่เชื่อหลักคำสอนของปรัชญานี้ได้โต้ตอบชินระว่า การกระทำของชินระที่กำลังทำอยู่คือการดูดพลังงานของโลกให้หมดไปอย่างช้าๆ ผลลัพธ์สุดท้ายจะทำให้ชีวิตทุกชีวิตบนโลกดับสลายลง

หนึ่งในผู้ศรัทธาหลักปรัชญาได้ตัดสินใจว่ามีหนทางเดียวที่จะป้องกันการทำลายโลกของชินระ คือการต่อต้านชินระโดยใช้วิธีรุนแรง โดยมีการรวมกลุ่มและตั้งเป็นองค์กรขึ้นมาชื่อว่า "อะวาลานช์" (AVALANCHE) โดยองค์กรนี้เริ่มที่จะทำสงครามยืดเยื้อกับชินระ มุ่งเน้นไปที่การโจมตีเตาปฏิกรณ์มาโกะและความพยายามที่จะสังหารประธานของชินระด้วย ต่อมา ถึงแม้ว่ากลุ่มอะวาลานช์กลุ่มแรกๆได้ถูกกวาดล้างไปโดยทีมสังหารของชินระที่ชื่อ "เติกส์" (The Turks) แต่ก็ยังมีบุคคลคนหนึ่งของอะวาลานช์ที่ยังเหลืออยู่และมุ่งที่จะสานต่อจุดมุ่งหมายดั้งเดิม บุคคลนั้นชื่อ "บาร์เร็ต วอลเลซ" (Barret Wallace) ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวละครหลักของไฟนอลแฟนตาซีภาคนี้

CREDIT:

Final Fantasy 7

Final Fantasy 7
แนวทางการเล่น

GUILES By SHIRYU

DISK 1

DISK 2

DISK 3

END.


ข้อมูลที่น่าสนใจ

เว็บไซต์:ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ยูทูบเบอร์ที่เกี่ยวข้อง

ซีรีย์เกม

webmaster: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.